สัญญาระหว่างประเทศที่ดีต้องตอบคำถามสำคัญให้ชัดตั้งแต่ต้น ได้แก่ ใช้กฎหมายประเทศใด ระงับข้อพิพาทที่ศาลหรืออนุญาโตตุลาการใด ฉบับภาษาใดมีผลเหนือกว่าเมื่อขัดกัน และต้องลงนามหรือรับรองอย่างไรให้หน่วยงานปลายทางยอมรับ ในไทย สัญญาที่ทำเป็นภาษาอังกฤษใช้บังคับได้ แต่เมื่อนำไปใช้ต่อศาลหรือหน่วยงานราชการมักต้องมีคำแปลภาษาไทยที่รับรองความถูกต้อง
ตรวจทานข้อมูลล่าสุด: 2026-10-04 · ข้อมูลนี้เป็นภาพรวมทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี
สัญญาระหว่างประเทศคืออะไร และต่างจากสัญญาในประเทศอย่างไร
สัญญาระหว่างประเทศคือสัญญาที่คู่สัญญาอยู่ต่างประเทศกัน หรือมีการส่งมอบสินค้า ชำระเงิน หรือปฏิบัติตามสัญญาข้ามพรมแดน ตัวอย่างที่พบบ่อยในไทย ได้แก่ สัญญาซื้อขายสินค้าส่งออกนำเข้า สัญญาตัวแทนจำหน่าย สัญญาให้บริการกับลูกค้าต่างประเทศ สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าหรือซอฟต์แวร์ สัญญาร่วมทุน และสัญญาจ้างที่ปรึกษาต่างชาติ
ความต่างสำคัญจากสัญญาในประเทศคือมีกฎหมายมากกว่าหนึ่งระบบที่อาจเกี่ยวข้อง หากสัญญาไม่ระบุไว้ เมื่อเกิดข้อพิพาทศาลหรืออนุญาโตตุลาการต้องหาว่าจะใช้กฎหมายใด ซึ่งเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย และผลอาจไม่ตรงกับที่คู่สัญญาคาดไว้ สำหรับไทย หลักการเลือกกฎหมายอยู่ในพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 ซึ่งโดยทั่วไปเคารพเจตนาของคู่สัญญาที่เลือกกฎหมายไว้
อีกประเด็นคือการบังคับตามผล คำพิพากษาของศาลต่างประเทศไม่มีผลบังคับในไทยโดยอัตโนมัติ ขณะที่คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจากประเทศภาคีอนุสัญญานิวยอร์ก ค.ศ. 1958 สามารถขอให้ศาลไทยบังคับได้ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 เพราะไทยเป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าว ข้อนี้มีผลอย่างมากต่อการเลือกวิธีระงับข้อพิพาท
ข้อสัญญาสำคัญที่ต้องมีในสัญญาระหว่างประเทศ
- กฎหมายที่ใช้บังคับ (Governing Law) — ระบุชัดว่าใช้กฎหมายประเทศใด และพิจารณาว่ากฎหมายนั้นคู่สัญญาเข้าถึงที่ปรึกษาได้หรือไม่
- การระงับข้อพิพาท (Dispute Resolution) — ศาลใด หรืออนุญาโตตุลาการสถาบันใด เมืองใด ภาษาใด จำนวนอนุญาโตตุลาการกี่คน
- ภาษาที่มีผลบังคับ (Prevailing Language) — เมื่อทำสองภาษา ต้องระบุว่าฉบับใดใช้ตีความเมื่อข้อความขัดกัน
- ขอบเขตงาน ราคา สกุลเงิน และความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และผู้รับภาระภาษี
- เงื่อนไขการส่งมอบ (เช่น Incoterms 2020) จุดโอนความเสี่ยง และเอกสารการค้าที่ต้องส่ง
- เหตุสุดวิสัย (Force Majeure) การเลิกสัญญา ค่าปรับหรือค่าเสียหายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และข้อจำกัดความรับผิด
- การรักษาความลับ ทรัพย์สินทางปัญญา และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA หากมีการโอนข้อมูลออกนอกประเทศ
- วิธีการบอกกล่าว (Notices) ที่อยู่ อีเมลที่ใช้ได้ และผลของการส่งทางอิเล็กทรอนิกส์
สัญญาสองภาษา ไทย–อังกฤษ: ข้อดีและกับดัก
สัญญาสองภาษาช่วยให้คู่สัญญาฝ่ายไทยเข้าใจเนื้อหาจริงและลดข้อโต้แย้งภายหลังว่าไม่เข้าใจภาษา และยังสะดวกเมื่อต้องยื่นต่อหน่วยงานไทย เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กรมที่ดิน หรือศาลไทย ซึ่งต้องการเอกสารภาษาไทย
กับดักที่พบบ่อยคือคำแปลไม่ตรงกันในคำสำคัญ เช่น 'indemnify' 'best efforts' 'consequential loss' หรือ 'termination for convenience' ซึ่งไม่มีคำไทยที่ตรงทุกบริบท การแปลตามตัวอักษรอาจทำให้ความหมายทางกฎหมายเปลี่ยน จึงควรให้ผู้แปลที่เข้าใจกฎหมายทั้งสองระบบตรวจทาน และกำหนดนิยามศัพท์ไว้ในข้อนิยามของสัญญา
หากไม่ระบุภาษาที่มีผลเหนือกว่า และฉบับไทยกับอังกฤษขัดกัน ศาลอาจต้องตีความเจตนาจากพยานหลักฐานอื่น ซึ่งทำให้ผลคาดเดายาก วิธีที่ปลอดภัยคือเลือกภาษาหลักเพียงภาษาเดียวให้มีผลเหนือกว่า และระบุว่าอีกภาษาเป็นคำแปลเพื่ออำนวยความสะดวก
ศาลหรืออนุญาโตตุลาการ: เลือกอย่างไร
การระบุให้ศาลไทยมีเขตอำนาจเหมาะเมื่อทรัพย์สินของคู่สัญญาอีกฝ่ายอยู่ในไทย เพราะบังคับคดีได้โดยตรง ส่วนการระบุศาลต่างประเทศอาจสะดวกต่อคู่สัญญาต่างชาติ แต่หากต้องบังคับกับทรัพย์สินในไทย คำพิพากษาต่างประเทศโดยทั่วไปไม่บังคับได้ทันที อาจต้องฟ้องคดีใหม่ในไทยโดยใช้คำพิพากษาเป็นพยานหลักฐาน
อนุญาโตตุลาการได้รับความนิยมในสัญญาระหว่างประเทศ เพราะเป็นความลับ เลือกผู้ชี้ขาดที่มีความเชี่ยวชาญได้ และคำชี้ขาดบังคับได้ข้ามประเทศภาคีอนุสัญญานิวยอร์ก สถาบันที่ใช้บ่อยได้แก่ สถาบันอนุญาโตตุลาการ (THAC) สำนักงานศาลยุติธรรม (TAI) SIAC และ ICC ทั้งนี้ข้อพิพาทบางประเภท เช่น เรื่องที่เกี่ยวกับสัญญาภาครัฐ อาจมีข้อจำกัดเฉพาะตามกฎหมายไทย
ร่างข้อระงับข้อพิพาทควรใช้ถ้อยคำมาตรฐานของสถาบันที่เลือก ระบุที่นั่ง (seat) ภาษา และจำนวนผู้ชี้ขาด ข้อสัญญาที่เขียนกำกวม เช่น ระบุทั้งศาลและอนุญาโตตุลาการโดยไม่ชัดว่าใช้อย่างไร เป็นสาเหตุหลักของข้อพิพาทซ้อนเรื่องเขตอำนาจ
การลงนาม การรับรองลายมือชื่อ และการนำสัญญาไปใช้ต่างประเทศ
ในไทย สัญญาส่วนใหญ่มีผลเมื่อคู่สัญญาตกลงกัน และลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ใช้ได้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 แต่สัญญาบางประเภทกฎหมายกำหนดแบบไว้ เช่น การซื้อขายหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์เกิน 3 ปีต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้หน่วยงานปลายทางหลายแห่งยังต้องการลายมือชื่อสดพร้อมการรับรอง
เมื่อสัญญาหรือหนังสือมอบอำนาจต้องนำไปใช้ต่างประเทศ ปลายทางมักต้องการให้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) รับรองลายมือชื่อ แล้วนำไปรับรองต่อที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตของประเทศปลายทาง ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาอะพอสติลแล้ว แต่จะมีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันนั้นยังต้องใช้การรับรองแบบเดิม
ในทางกลับกัน สัญญาที่ลงนามในต่างประเทศแล้วจะนำมาใช้ในไทย เช่น ยื่นกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มักต้องรับรองโดย Notary ต่างประเทศ รับรองที่สถานทูตไทยในประเทศนั้น และแปลเป็นภาษาไทยพร้อมรับรองคำแปล ควรตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานที่จะยื่นก่อนลงนามเสมอ
ขั้นตอนการทำงานกับเรา
- รับข้อมูลธุรกรรม: คู่สัญญา ประเทศ สินค้าหรือบริการ มูลค่า ระยะเวลา และหน่วยงานที่สัญญาต้องนำไปยื่น
- ตรวจร่างที่มีอยู่หรือจัดทำร่างใหม่ ระบุความเสี่ยงเป็นข้อ ๆ พร้อมข้อเสนอแก้ไข
- จัดทำฉบับสองภาษาและตรวจความสอดคล้องของศัพท์กฎหมายทั้งสองภาษา
- สนับสนุนการเจรจาแก้ไขตามที่คุณมอบหมาย
- จัดการลงนาม การรับรองลายมือชื่อ คำแปลรับรอง และการรับรองเอกสารทางกงสุลตามประเทศปลายทาง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้แบบฟอร์มสัญญาจากอินเทอร์เน็ตที่อ้างกฎหมายต่างประเทศ โดยไม่มีใครในทีมรู้กฎหมายนั้น
- ไม่กำหนดภาษาที่มีผลเหนือกว่าในสัญญาสองภาษา
- เลือกศาลต่างประเทศ ทั้งที่ทรัพย์สินของคู่สัญญาอยู่ในไทย
- ลืมภาระภาษีหัก ณ ที่จ่ายและอนุสัญญาภาษีซ้อน ทำให้รายรับสุทธิต่ำกว่าที่คิด
- ลงนามแล้วจึงพบว่าหน่วยงานปลายทางต้องการการรับรองลายมือชื่อหรือคำแปลรับรอง ทำให้ต้องลงนามใหม่
บทบาทของเรา
เราให้บริการร่าง ตรวจ แปล และรับรองเอกสารสัญญาสำหรับใช้ในไทยและต่างประเทศ ประเด็นที่ต้องใช้ความเห็นตามกฎหมายต่างประเทศ เราจะแจ้งให้ทราบและแนะนำให้ปรึกษานักกฎหมายในประเทศนั้นร่วมด้วย
ผลการเจรจาและผลของข้อพิพาทขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและคู่สัญญาอีกฝ่าย เราไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ใด ๆ ได้
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาภาษาอังกฤษอย่างเดียวใช้บังคับในไทยได้ไหม
ได้ กฎหมายไทยไม่ได้บังคับให้สัญญาเอกชนต้องเป็นภาษาไทย แต่เมื่อยื่นต่อศาลหรือหน่วยงานราชการ มักต้องแนบคำแปลภาษาไทยที่รับรองความถูกต้อง
เลือกกฎหมายต่างประเทศในสัญญาได้หรือไม่
โดยทั่วไปได้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 แต่ต้องไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของไทย และบางเรื่อง เช่น อสังหาริมทรัพย์ในไทย ยังอยู่ภายใต้กฎหมายไทย
คำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการต่างประเทศบังคับในไทยได้ไหม
ได้ หากมาจากประเทศภาคีอนุสัญญานิวยอร์ก โดยยื่นคำร้องต่อศาลไทยตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ซึ่งศาลอาจปฏิเสธได้ในกรณีจำกัดตามที่กฎหมายกำหนด
เซ็นสัญญาออนไลน์ใช้ได้หรือไม่
สัญญาเอกชนส่วนใหญ่ใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่สัญญาที่กฎหมายกำหนดแบบหรือต้องจดทะเบียน และเอกสารที่ต้องรับรองไปใช้ต่างประเทศ มักยังต้องลงนามจริง
ต้องรับรองสัญญาที่สถานทูตทุกครั้งไหม
ไม่ทุกครั้ง ขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานใดจะใช้สัญญานั้น หากใช้ระหว่างคู่สัญญาเองมักไม่ต้อง แต่หากยื่นหน่วยงานราชการต่างประเทศหรือไทย มักต้องรับรองตามลำดับ
แหล่งอ้างอิงทางการ
บริการที่เกี่ยวข้อง
ให้เราตรวจสัญญาก่อนลงนาม
ส่งร่างสัญญาหรือรายละเอียดธุรกรรม แล้วเราจะสรุปความเสี่ยงสำคัญและขั้นตอนรับรองที่หน่วยงานปลายทางต้องการ
ติดต่อทีมงาน
