ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก
Apostille 2026 พร้อมแล้ว · จองล่วงหน้า ลด 20% →
Skip to content
ล่ามในชั้นศาลและการประชุมทางกฎหมาย

เปรียบเทียบการยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานกับการฟ้องศาลแรงงาน

คำตอบโดยสรุป

พนักงานตรวจแรงงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 รับคำร้องเรื่องเงินตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เช่น ค่าจ้างและค่าชดเชย แล้วสอบสวนและออกคำสั่ง ส่วนศาลแรงงานตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 พิจารณาข้อพิพาทแรงงานได้กว้างกว่า รวมค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม กฎหมายกำหนดว่าเมื่อเลือกยื่นทางหนึ่งแล้วจะยื่นเรื่องเดียวกันอีกทางพร้อมกันไม่ได้

นิยามของแต่ละทางเลือก

พนักงานตรวจแรงงาน (กสร.)

เจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มีอำนาจสอบสวนคำร้องและออกคำสั่งให้จ่ายเงินตามกฎหมาย

หน่วยงาน: กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ศาลแรงงาน

ศาลชำนัญพิเศษตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ พ.ศ. 2522 พิจารณาพิพากษาคดีแรงงาน

หน่วยงาน: สำนักงานศาลยุติธรรม

ตารางเปรียบเทียบตามข้อเท็จจริงที่หน่วยงานประกาศ

เปรียบเทียบการยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานกับการฟ้องศาลแรงงาน
เกณฑ์พนักงานตรวจแรงงาน (กสร.)ศาลแรงงาน
ขอบเขตเรื่องที่รับพิจารณาเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เช่น ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าชดเชยข้อพิพาทแรงงานโดยทั่วไป รวมค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและข้อพิพาทตามสัญญาจ้าง
ผู้ริเริ่มกระบวนการลูกจ้างยื่นคำร้องตามแบบต่อพนักงานตรวจแรงงานในเขตพื้นที่โจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานที่มีเขตอำนาจ
ลักษณะกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงและเรียกคู่กรณีชี้แจง แล้วมีคำสั่งไกล่เกลี่ย สืบพยาน และมีคำพิพากษา โดยกฎหมายกำหนดให้ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยประหยัดและรวดเร็ว
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการยื่นคำร้องต่อหน่วยงานรัฐโดยไม่มีค่าธรรมเนียมศาลกฎหมายกำหนดให้คดีแรงงานได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียม
ผลของการชี้ขาดคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน ซึ่งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยอาจนำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในกำหนดเวลาคำพิพากษาของศาล บังคับคดีได้ตามกฎหมายวิธีพิจารณา
การยื่นซ้ำสองทางเมื่อยื่นคำร้องแล้วจะฟ้องเรื่องเดียวกันต่อศาลพร้อมกันไม่ได้เมื่อฟ้องศาลแล้วจะยื่นคำร้องเรื่องเดียวกันต่อพนักงานตรวจแรงงานพร้อมกันไม่ได้

ควรเลือกทางไหนในกรณีใด

  • พนักงานตรวจแรงงาน (กสร.): เมื่อข้อพิพาทเป็นเงินตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่คำนวณได้ชัดเจน และต้องการช่องทางที่ไม่ต้องขึ้นศาล
  • ศาลแรงงาน: เมื่อเรียกร้องเกินขอบเขตกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เช่น ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม หรือมีข้อเท็จจริงที่ต้องสืบพยาน

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับ

  • ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานและฟ้องศาลในเรื่องเดียวกันพร้อมกัน
  • ปล่อยให้พ้นกำหนดเวลานำคดีไปสู่ศาลหลังมีคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน
  • ไม่เก็บหลักฐานการจ่ายค่าจ้าง สลิป ตารางเวลาทำงาน หรือหนังสือเลิกจ้าง
  • เข้าใจว่าพนักงานตรวจแรงงานพิจารณาค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ด้วย
  • ระบุชื่อนายจ้างไม่ตรงกับนิติบุคคลที่จดทะเบียนไว้

คำถามที่พบบ่อย

ลูกจ้างต่างชาติใช้ช่องทางนี้ได้หรือไม่
กฎหมายคุ้มครองแรงงานคุ้มครองลูกจ้างที่ทำงานให้นายจ้างโดยไม่จำกัดสัญชาติ ทั้งนี้ควรเตรียมเอกสารประจำตัวและหลักฐานการจ้างงานให้ครบเพื่อประกอบคำร้องหรือคำฟ้อง
เอกสารต่างประเทศต้องแปลหรือไม่
เอกสารที่ทำเป็นภาษาต่างประเทศโดยทั่วไปต้องมีคำแปลประกอบเมื่อใช้ในกระบวนพิจารณา ควรตรวจข้อกำหนดของศาลหรือหน่วยงานผู้รับก่อน
ต้องมีทนายความหรือไม่
การยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานทำได้ด้วยตนเอง ส่วนคดีในศาลคู่ความอาจดำเนินการเองหรือแต่งตั้งทนายความก็ได้
ระยะเวลาดำเนินการนานเท่าใด
ขึ้นกับความซับซ้อนของข้อเท็จจริงและปริมาณเรื่องของหน่วยงาน จึงไม่มีระยะเวลาตายตัว ควรสอบถามหน่วยงานที่รับเรื่องเป็นรายกรณี
ถ้าไม่พอใจคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานทำอย่างไร
ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยสามารถนำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ขอคำแนะนำเบื้องต้นได้อย่างไร
ติดต่อเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล พร้อมสรุปข้อเท็จจริงและเอกสารที่มี เพื่อประเมินช่องทางที่เหมาะสมก่อนดำเนินการ

แหล่งอ้างอิงทางการ

ข้อมูล ณ 2026-08-03 โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ

หน้าที่เกี่ยวข้อง

สอบถามเจ้าหน้าที่

ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้ขึ้นกับหน่วยงานปลายทางของแต่ละกรณี สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันรายการเอกสารและระยะเวลา