Skip to main content
Apostille 2026 Ready · Pre-book — 20% off →
Skip to content
NAATI credentialled translator preparing certified Thai–English documents

เปรียบเทียบ คำแปล NAATI กับ คำแปลรับรองที่ผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุล

คำตอบโดยสรุป

ต่างกันที่ผู้รับรองและผู้รับปลายทาง คำแปล NAATI รับรองโดยผู้แปลที่ถือ credential จาก NAATI ซึ่งหน่วยงานออสเตรเลียใช้ตรวจสอบผ่านหมายเลขผู้แปลได้โดยตรง ส่วนคำแปลรับรองไทยมุ่งไปที่ชั้นนิติกรณ์ของกรมการกงสุลเพื่อให้หน่วยงานราชการรับไปใช้ บางแฟ้มต้องใช้ทั้งสองแบบ เพราะเอกสารเดินทางผ่านทั้งระบบไทยและระบบออสเตรเลีย

นิยามของแต่ละทางเลือก

คำแปลโดยผู้แปล NAATI

คำแปลที่จัดทำและประทับรับรองโดยผู้แปลซึ่งได้รับ credential จาก NAATI ของออสเตรเลีย

หน่วยงาน: NAATI (National Accreditation Authority for Translators and Interpreters)

คำแปลรับรอง + นิติกรณ์กรมการกงสุล

คำแปลที่ผู้แปลลงนามรับรองตามแบบที่กำหนด แล้วนำเข้าสู่การรับรองลายมือชื่อผู้แปลที่กรมการกงสุล

หน่วยงาน: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

ตารางเปรียบเทียบตามข้อเท็จจริงที่หน่วยงานประกาศ

เปรียบเทียบ คำแปล NAATI กับ คำแปลรับรองที่ผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุล
เกณฑ์คำแปลโดยผู้แปล NAATIคำแปลรับรอง + นิติกรณ์กรมการกงสุล
ใครเป็นผู้รับรองตัวผู้แปลที่ถือ credential เป็นผู้รับรองด้วยตราและหมายเลขประจำตัวของตนเองผู้แปลลงนามรับรอง แล้วเจ้าพนักงานรับรองว่าลายมือชื่อผู้แปลเป็นของจริง
ผู้รับปลายทางหลักหน่วยงานออสเตรเลีย เช่น หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง สถาบันการศึกษา และองค์กรวิชาชีพที่กำหนด NAATI ไว้ในประกาศส่วนราชการไทย สถานทูตต่างประเทศในไทย และหน่วยงานต่างประเทศที่ยึดชั้นนิติกรณ์
วิธีตรวจสอบความถูกต้องตรวจสถานะ credential ของผู้แปลจากระบบตรวจสอบออนไลน์ของ NAATI ด้วยหมายเลขผู้แปลตรวจจากตราและเลขที่นิติกรณ์ที่กรมการกงสุลออกให้ พร้อมใบเสร็จรับเงินประกอบแฟ้ม
รูปแบบที่ต้องปรากฏบนคำแปลตราผู้แปล ชื่อ หมายเลข credential คู่ภาษา และข้อความรับรองว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้องจากต้นฉบับข้อความรับรองคำแปล ลายมือชื่อผู้แปล และเอกสารต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรองแนบคู่กัน
ใช้แทนกันได้หรือไม่ใช้แทนคำแปลรับรองไทยไม่ได้ หากหน่วยงานผู้รับกำหนดชั้นนิติกรณ์ไว้ใช้แทน NAATI ไม่ได้ หากประกาศของหน่วยงานออสเตรเลียระบุ NAATI ไว้โดยตรง
กรณีที่ต้องใช้ทั้งสองอย่างเอกสารไทยที่ยื่นในออสเตรเลีย และต่อมาต้องนำผลกลับมาใช้กับหน่วยงานไทยเอกสารที่ต้องผ่านหน่วยงานไทยก่อน แล้วจึงยื่นต่อหน่วยงานออสเตรเลียที่กำหนด NAATI

ควรเลือกทางไหนในกรณีใด

  • คำแปลโดยผู้แปล NAATI: ประกาศของหน่วยงานผู้รับในออสเตรเลียระบุคำว่า NAATI หรือ certified translator ไว้ตรง ๆ
  • คำแปลรับรอง + นิติกรณ์กรมการกงสุล: ผู้รับเป็นส่วนราชการไทย สถานทูตในไทย หรือกำหนดให้เอกสารผ่านนิติกรณ์

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับ

  • สั่งแปล NAATI ทั้งที่หน่วยงานผู้รับอยู่ในไทยและต้องการชั้นนิติกรณ์
  • ส่งไฟล์ต้นฉบับที่ยังไม่ได้รับรองสำเนา ทำให้คำแปลใช้ยื่นไม่ได้
  • เข้าใจว่าหมายเลข credential ของผู้แปลใช้ได้ทุกคู่ภาษา ทั้งที่ credential ผูกกับคู่ภาษาและทิศทางการแปล
  • ปล่อยให้ชื่อสะกดในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ทำให้แฟ้มถูกตีกลับ

คำถามที่พบบ่อย

คำแปล NAATI ต้องผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลด้วยไหม
ขึ้นกับผู้รับ ถ้าผู้รับเป็นหน่วยงานออสเตรเลียที่กำหนด NAATI โดยทั่วไปไม่ต้อง แต่ถ้าจะนำเอกสารกลับมาใช้ในระบบราชการไทย จะต้องเข้าสู่ชั้นนิติกรณ์ตามลำดับปกติ
ตรวจสอบว่าผู้แปลถือ credential จริงได้อย่างไร
ขอหมายเลขผู้แปลแล้วค้นในระบบตรวจสอบออนไลน์ของ NAATI เพื่อดูสถานะ คู่ภาษา และวันหมดอายุของ credential ก่อนส่งงาน
เอกสารประเภทใดที่มักถูกกำหนดให้ใช้ NAATI
เอกสารทะเบียนราษฎรและเอกสารการศึกษาเป็นกลุ่มที่พบบ่อย เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส ทรานสคริปต์และปริญญาบัตร แต่ข้อกำหนดสุดท้ายอยู่ที่ประกาศของหน่วยงานผู้รับแต่ละแห่ง
คำแปลมีอายุการใช้งานหรือไม่
ตัวคำแปลไม่ได้มีอายุในตัวเอง แต่หน่วยงานผู้รับหลายแห่งกำหนดอายุของเอกสารต้นฉบับ เช่น หนังสือรับรองที่ต้องออกใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งทำให้ต้องแปลใหม่ตามไปด้วย
ถ้าเอกสารมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษอยู่แล้ว ยังต้องแปลไหม
ต้องดูว่าส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษครอบคลุมข้อความและตราทั้งหมดหรือไม่ หากมีตรา ข้อความประทับ หรือหมายเหตุที่เป็นภาษาไทยเท่านั้น หน่วยงานผู้รับมักยังกำหนดให้แปลทั้งฉบับ
ยื่นออนไลน์จากต่างประเทศได้หรือไม่
งานแปลและการตรวจสอบ credential ทำจากระยะไกลได้ แต่ชั้นที่ต้องมีตราของหน่วยงาน เช่น นิติกรณ์ ยังผูกกับการยื่นเอกสารตัวจริงตามช่องทางที่หน่วยงานประกาศไว้

แหล่งอ้างอิงทางการ

ข้อมูล ณ 2026-08-03 โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ

หน้าที่เกี่ยวข้อง

สอบถามเจ้าหน้าที่

ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้ขึ้นกับหน่วยงานปลายทางของแต่ละกรณี สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันรายการเอกสารและระยะเวลา