การเปิดสถานรับเลี้ยงเด็ก (Nursery) หรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ต้องขอใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุขหรือกระทรวงพม. — งานบริการเสริมสำหรับชาวต่างชาติดำเนินการควบคู่กับขั้นตอนราชการหลัก โดยแต่ละเรื่องมีหน่วยงานเจ้าของเรื่องของตนเอง เช่น กรมการขนส่งทางบก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมศุลกากร กรมปศุสัตว์ กรมสรรพากร สำนักงาน คปภ. กระทรวงศึกษาธิการ สภาวิชาชีพ และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งเรายึดข้อกำหนดของหน่วยงานนั้นเป็นหลักเสมอ ชาวต่างชาติที่พำนักในไทยตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปในปีภาษีถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่เพื่อการภาษีตามประมวลรัษฎากร ประกันสุขภาพที่ใช้ประกอบวีซ่าบางประเภทต้องมีวงเงินความคุ้มครองขั้นต่ำตามที่ประกาศของหน่วยงานผู้ออกวีซ่ากำหนดไว้ ณ ขณะยื่น การนำสัตว์เลี้ยงเข้าประเทศต้องขออนุญาตล่วงหน้าจากกรมปศุสัตว์พร้อมใบรับรองสุขภาพสัตว์และหลักฐานการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า หากเอกสารมีหลายหน้า ควรให้ผู้รับรองประทับตราหรือลงนามกำกับทุกหน้าเพื่อป้องกันการสับเปลี่ยน ค่าธรรมเนียมของหน่วยงานราชการอาจมีการปรับปรุงตามกฎกระทรวง จึงต้องยืนยันอัตราปัจจุบัน ณ วันยื่น เอกสารบริษัทต้องเป็นฉบับคัดรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ออกใหม่ พร้อมตราประทับตามที่จดทะเบียนไว้ หากยื่นแทนผู้อื่น ต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบที่ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง ท่านสามารถขอสรุปเส้นทางเอกสารเป็นข้อ ๆ พร้อมรายการเอกสารที่ต้องเตรียม ก่อนตัดสินใจใช้บริการได้
หัวข้อ “การเปิดสถานรับเลี้ยงเด็ก (Nursery) หรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ต้องขอใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุขหรือกระทรวงพม. ?” อยู่ในขอบเขตของบริการครบวงจรที่รวมการจัดเตรียมเอกสาร แปล รับรองลายมือชื่อ รับรองนิติกรณ์ และประสานงานกับคณะผู้แทนปลายทางไว้ในชุดเดียว ผู้ที่มักค้นหาเรื่องนี้ ได้แก่ ผู้ที่กำลังเตรียมยื่นคำร้องตามกำหนดเวลาที่แน่นอน ผู้ที่เคยถูกปฏิเสธเอกสารมาก่อนและต้องการทราบว่าพลาดขั้นตอนใด และฝ่ายบุคคลหรือผู้ประสานงานที่ต้องจัดเอกสารให้คนหลายคนพร้อมกัน
ในทางปฏิบัติ แต่ละขั้นตอนอยู่ภายใต้หน่วยงานคนละแห่ง ได้แก่ หน่วยงานผู้ออกเอกสาร ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ กรมการกงสุล และคณะผู้แทนทางการทูตของประเทศปลายทาง การรู้ว่าหน่วยงานใดรับผิดชอบขั้นตอนใด ช่วยให้ประเมินได้ว่าเอกสารชุดหนึ่งต้องผ่านกี่ขั้น และขั้นใดที่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ได้โดยไม่เริ่มใหม่
รายการนี้เป็นชุดตั้งต้น หน่วยงานผู้รับแต่ละแห่งอาจกำหนดเพิ่มเติม จึงควรยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนเสมอ
ระบุว่าเอกสารแต่ละฉบับต้องผ่านกี่ขั้น ใครเป็นผู้รับรอง และขั้นใดต้องเสร็จก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการทำงานย้อนกลับ
ตรวจชื่อบุคคล ชื่อบริษัท ที่อยู่ และวันที่ ให้ตรงกันทั้งชุด ก่อนส่งเข้าสู่ขั้นตอนรับรอง
ต้นฉบับ → คำแปล → รับรองลายมือชื่อ/นิติกรณ์ → คณะผู้แทนปลายทาง การสลับลำดับทำให้ต้องเริ่มใหม่
ตรวจจำนวนชุด ตราประทับ การเย็บเล่ม และวันที่ออกเอกสารว่ายังอยู่ในอายุที่ปลายทางยอมรับ
| รูปแบบ | ใช้เมื่อใด |
|---|---|
| รับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรอง | ใช้กับเอกสารที่คู่กรณีจัดทำเอง เช่น หนังสือมอบอำนาจ คำให้การ หรือหนังสือยินยอม โดยผู้ลงนามต้องลงนามต่อหน้าทนาย |
| รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล | ใช้เมื่อหน่วยงานต่างประเทศต้องการการยืนยันลายมือชื่อและตราประทับของหน่วยราชการไทยหรือของคำแปล |
| รับรองที่คณะผู้แทนของประเทศปลายทาง | ใช้เมื่อประเทศปลายทางกำหนดให้สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของตนในประเทศไทยรับรองซ้ำหลังผ่านกรมการกงสุล |
| สถานะ Apostille ของประเทศไทย | ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวยังไม่มีการออก Apostille ในประเทศไทย |
หากคุณกำลังจัดการเรื่อง “การเปิดสถานรับเลี้ยงเด็ก (Nursery) หรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ต้องขอใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุขหรือกระทรวงพม. ?” ให้เริ่มจากการยืนยันข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วจึงวางลำดับขั้นตอนการรับรองย้อนกลับจากวันกำหนดยื่นจริง