
เอกสารสำหรับวีซ่าคู่ครองของออสเตรเลีย
คำตอบโดยสรุป
ยื่นในฐานะคู่สมรสหรือคู่ครองโดยพฤตินัยของผู้มีสิทธิอาศัยในประเทศปลายทาง เอกสารที่ต้องแปลและรับรองตามปกติคือ ทะเบียนสมรส, สูติบัตร, ทะเบียนหย่า, ทะเบียนบ้าน, บัตรประจำตัวประชาชน, หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อ-สกุล, หนังสือรับรองความประพฤติ โดยใช้มาตรฐานคำแปลที่ออสเตรเลียยอมรับ
รายการเอกสาร
- ทะเบียนสมรส
ควรคัดทั้งใบสำคัญการสมรส (คร.3) และทะเบียนสมรส (คร.2) เพราะปลายทางหลายแห่งขอทั้งสองฉบับ
- สูติบัตร
ต้องใช้ฉบับที่นายทะเบียนรับรองสำเนาถูกต้อง ไม่ใช่สำเนาถ่ายเอกสารธรรมดา
- ทะเบียนหย่า
กรณีหย่าโดยคำพิพากษาต้องใช้คำพิพากษาพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด
- ทะเบียนบ้าน
ต้องคัดรายการฉบับปัจจุบันที่นายทะเบียนรับรอง ไม่ใช้เล่มทะเบียนบ้านที่ถือครองเอง
- บัตรประจำตัวประชาชน
ใช้เป็นเอกสารประกอบร่วมกับเอกสารทะเบียนราษฎรฉบับที่รับรองแล้ว
- หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อ-สกุล
ต้องยื่นควบคู่กับเอกสารที่ยังใช้ชื่อเดิม เพื่อให้ปลายทางเชื่อมโยงตัวบุคคลได้
- หนังสือรับรองความประพฤติ
ต้องระบุประเทศและวัตถุประสงค์ปลายทางตั้งแต่ยื่นคำขอ เพราะเอกสารออกตามวัตถุประสงค์ที่แจ้ง
ข้อควรระวัง
- ชื่อ-สกุลบนทะเบียนสมรส สูติบัตร และหนังสือเดินทางสะกดไม่ตรงกัน ทำให้ต้องยื่นหลักฐานเปลี่ยนชื่อหรือหนังสือรับรองการสะกดเพิ่ม
- หน่วยงานออสเตรเลียส่วนใหญ่ตรวจว่าหมายเลข NAATI ปรากฏบนหน้าคำแปล หากคำแปลไม่มีตราประทับหรือหมายเลข มักถูกขอให้ยื่นใหม่
- ประเทศไทยยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) จึงไม่มีการออก Apostille ในประเทศไทย เส้นทางที่ใช้จริงคือ แปลรับรอง → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองต่อที่คณะผู้แทนทางการทูตของประเทศปลายทางในประเทศไทย เมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด
คำถามที่พบบ่อย
วีซ่าคู่ครองของออสเตรเลีย ต้องเตรียมเอกสารแปลรับรองอะไรบ้าง?
ทะเบียนสมรส, สูติบัตร, ทะเบียนหย่า, ทะเบียนบ้าน, บัตรประจำตัวประชาชน, หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อ-สกุล, หนังสือรับรองความประพฤติ — ทุกฉบับควรผ่านแปลรับรองและรับรองนิติกรณ์ตามที่หน่วยงานผู้รับกำหนด
วีซ่าคู่ครองมีข้อผิดพลาดเรื่องเอกสารที่พบบ่อยอะไรบ้าง?
ชื่อ-สกุลบนทะเบียนสมรส สูติบัตร และหนังสือเดินทางสะกดไม่ตรงกัน ทำให้ต้องยื่นหลักฐานเปลี่ยนชื่อหรือหนังสือรับรองการสะกดเพิ่ม
วีซ่าคู่ครองต้องขอ Apostille หรือไม่?
ประเทศไทยยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) จึงไม่มีการออก Apostille ในประเทศไทย เส้นทางที่ใช้จริงคือ แปลรับรอง → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองต่อที่คณะผู้แทนทางการทูตของประเทศปลายทางในประเทศไทย เมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด
คำแปลสำหรับวีซ่าคู่ครองของออสเตรเลีย ใช้มาตรฐานใด?
คำแปลภาษาอังกฤษโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง NAATI พร้อมตราประทับและหมายเลขผู้ประกอบวิชาชีพ
ยื่นวีซ่าคู่ครองแล้วถูกขอเอกสารเพิ่ม ควรทำอย่างไร?
ให้ยึดข้อความในหนังสือขอเอกสารเพิ่มเป็นหลัก แล้วจัดชุดเอกสารใหม่ให้ครบทั้งต้นฉบับ คำแปล และตรารับรอง เพื่อลดการขอซ้ำรอบสอง
วีซ่าคู่ครองต้องใช้ประวัติอาชญากรรมหรือไม่?
ตามปกติต้องใช้ และควรขอฉบับที่ยังอยู่ในอายุที่ปลายทางกำหนด
ผู้รับเอกสารวีซ่าคู่ครองในออสเตรเลีย คือใคร?
Department of Home Affairs และหน่วยงานวิชาชีพของรัฐ เช่น AHPRA หรือ VETASSESS