บัตรประจำตัวประชาชนออกโดยกรมการปกครอง ใช้เป็นเอกสารประกอบร่วมกับเอกสารทะเบียนราษฎรฉบับที่รับรองแล้ว จากนั้นแปลตามมาตรฐานที่จีนยอมรับ รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล และรับรองต่อที่คณะผู้แทนปลายทางเมื่อผู้รับกำหนด
ขอจากกรมการปกครอง — ใช้เป็นเอกสารประกอบร่วมกับเอกสารทะเบียนราษฎรฉบับที่รับรองแล้ว
คำแปลภาษาจีนตัวย่อโดยหน่วยงานแปลที่ปลายทางยอมรับ
ยื่นที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมต้นฉบับและคำแปล
รับรองที่คณะผู้แทนของจีน ในประเทศไทยเมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด
ผู้ที่ต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนประกอบคำร้อง เช่น การยื่นวีซ่า การจดทะเบียนสถานะบุคคล การสมัครงาน หรือการยื่นต่อศาลและหน่วยงานทะเบียนในจีน มักถูกกำหนดให้ยื่นทั้งฉบับภาษาไทยที่ออกโดยกรมการปกครอง และคำแปลที่ผ่านการรับรองอย่างถูกต้อง หากยื่นเพียงคำแปลอย่างเดียวหน่วยงานปลายทางมักปฏิเสธทันที
ชาวต่างชาติที่ต้องส่งบัตรประจำตัวประชาชนกลับไปใช้ที่จีน เช่น เพื่อยืนยันสถานะครอบครัว การรับมรดก การขอสวัสดิการ หรือการยืนยันที่อยู่ ควรตรวจสอบก่อนว่าหน่วยงานผู้รับต้องการเอกสารที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์จากกรมการกงสุล หรือรับรองซ้ำที่คณะผู้แทนของจีนในประเทศไทยด้วย
บริษัทที่ส่งพนักงานไปปฏิบัติงานที่จีน หรือที่ต้องยื่นเอกสารประกอบสัญญาและการจดทะเบียน ควรจัดชุดเอกสารเป็นชุดเดียวกันทั้งหมด ให้ชื่อบุคคล ชื่อบริษัท และการสะกดตรงกันทุกฉบับ เพราะการสะกดที่ต่างกันเพียงตัวอักษรเดียวอาจทำให้ต้องเริ่มกระบวนการรับรองใหม่ทั้งชุด
ก่อนเริ่มขั้นตอนรับรองเพื่อใช้ในจีน ควรรวบรวมเอกสารต่อไปนี้ให้ครบในคราวเดียว เพื่อลดจำนวนรอบการเดินเรื่องและป้องกันการต้องคัดเอกสารใหม่
การรับรองแต่ละแบบตอบโจทย์คนละอย่าง การเลือกผิดแบบทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็น สรุปความแตกต่างสำหรับบัตรประจำตัวประชาชนที่จะใช้ในจีน ได้ดังนี้
คำแปลภาษาจีนตัวย่อโดยหน่วยงานแปลที่ปลายทางยอมรับ
ข้อกำหนดของแต่ละมณฑลไม่เหมือนกัน ควรขอรายการเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยงานปลายทางก่อนเริ่มขั้นตอนรับรอง
ในทางปฏิบัติ ควรยืนยันรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับต้องการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มกระบวนการ เพราะหน่วยงานคนละแห่งในประเทศเดียวกันอาจกำหนดรูปแบบไม่เหมือนกัน เช่น บางแห่งรับคำแปลที่รับรองในประเทศไทย ขณะที่บางแห่งกำหนดให้แปลโดยผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนในประเทศปลายทางเท่านั้น
แจ้งชื่อหน่วยงานผู้รับในจีน วัตถุประสงค์การใช้เอกสาร กำหนดเวลาที่ต้องยื่น และรูปแบบการรับรองที่หน่วยงานระบุไว้ พร้อมส่งภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนและหน้าหนังสือเดินทางให้ทีมงานตรวจสอบเบื้องต้น เราจะแจ้งลำดับขั้นตอนที่จำเป็นจริงและตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออก
คัดบัตรประจำตัวประชาชนจากกรมการปกครอง → แปลตามมาตรฐานที่ปลายทางยอมรับ → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่คณะผู้แทนของจีน ในประเทศไทยเมื่อผู้รับกำหนด
ใช้เป็นเอกสารประกอบร่วมกับเอกสารทะเบียนราษฎรฉบับที่รับรองแล้ว
อนุสัญญา Apostille จะมีผลกับไทยวันที่ 28 ก.พ. 2027 (ไทยเข้าเป็นภาคี 30 มิ.ย. 2026) จนถึงวันนั้น (Apostille) จึงไม่มีการออก Apostille ในประเทศไทย เส้นทางที่ใช้จริงคือ แปลรับรอง → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองต่อที่คณะผู้แทนทางการทูตของประเทศปลายทางในประเทศไทย เมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด
คำแปลภาษาจีนตัวย่อโดยหน่วยงานแปลที่ปลายทางยอมรับ และต้องแปลครบทุกส่วนของเอกสาร รวมถึงตราประทับ ลายมือชื่อ และหมายเหตุท้ายเอกสาร
สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และหน่วยงานผู้รับเอกสารในจีน เช่น สำนักงานกิจการพลเรือนหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
ข้อกำหนดของแต่ละมณฑลไม่เหมือนกัน ควรขอรายการเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยงานปลายทางก่อนเริ่มขั้นตอนรับรอง
เป็นเอกสารราชการที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ จึงเข้าสู่การรับรองนิติกรณ์ได้โดยตรงเมื่อมีคำแปลที่ถูกต้อง
ต้องเชื่อมชื่อให้เป็นลูกโซ่ด้วยหลักฐานเปลี่ยนชื่อ-สกุล หรือหนังสือรับรองการสะกดชื่อ แล้วแปลและรับรองไปพร้อมกันเป็นชุดเดียว