สูติบัตรออกโดยสำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักงานเขต ต้องใช้ฉบับที่นายทะเบียนรับรองสำเนาถูกต้อง ไม่ใช่สำเนาถ่ายเอกสารธรรมดา จากนั้นแปลตามมาตรฐานที่เยอรมนียอมรับ รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล และรับรองต่อที่คณะผู้แทนปลายทางเมื่อผู้รับกำหนด
ขอจากสำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักงานเขต — ต้องใช้ฉบับที่นายทะเบียนรับรองสำเนาถูกต้อง ไม่ใช่สำเนาถ่ายเอกสารธรรมดา
คำแปลภาษาเยอรมันโดยนักแปลสาบานตน (beeidigter/vereidigter Übersetzer)
ยื่นที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมต้นฉบับและคำแปล
รับรองที่คณะผู้แทนของเยอรมนี ในประเทศไทยเมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด
ผู้ที่ต้องใช้สูติบัตรประกอบคำร้อง เช่น การยื่นวีซ่า การจดทะเบียนสถานะบุคคล การสมัครงาน หรือการยื่นต่อศาลและหน่วยงานทะเบียนในเยอรมนี มักถูกกำหนดให้ยื่นทั้งฉบับภาษาไทยที่ออกโดยสำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักงานเขต และคำแปลที่ผ่านการรับรองอย่างถูกต้อง หากยื่นเพียงคำแปลอย่างเดียวหน่วยงานปลายทางมักปฏิเสธทันที
ชาวต่างชาติที่ต้องส่งสูติบัตรกลับไปใช้ที่เยอรมนี เช่น เพื่อยืนยันสถานะครอบครัว การรับมรดก การขอสวัสดิการ หรือการยืนยันที่อยู่ ควรตรวจสอบก่อนว่าหน่วยงานผู้รับต้องการเอกสารที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์จากกรมการกงสุล หรือรับรองซ้ำที่คณะผู้แทนของเยอรมนีในประเทศไทยด้วย
บริษัทที่ส่งพนักงานไปปฏิบัติงานที่เยอรมนี หรือที่ต้องยื่นเอกสารประกอบสัญญาและการจดทะเบียน ควรจัดชุดเอกสารเป็นชุดเดียวกันทั้งหมด ให้ชื่อบุคคล ชื่อบริษัท และการสะกดตรงกันทุกฉบับ เพราะการสะกดที่ต่างกันเพียงตัวอักษรเดียวอาจทำให้ต้องเริ่มกระบวนการรับรองใหม่ทั้งชุด
ก่อนเริ่มขั้นตอนรับรองเพื่อใช้ในเยอรมนี ควรรวบรวมเอกสารต่อไปนี้ให้ครบในคราวเดียว เพื่อลดจำนวนรอบการเดินเรื่องและป้องกันการต้องคัดเอกสารใหม่
การรับรองแต่ละแบบตอบโจทย์คนละอย่าง การเลือกผิดแบบทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็น สรุปความแตกต่างสำหรับสูติบัตรที่จะใช้ในเยอรมนี ได้ดังนี้
คำแปลภาษาเยอรมันโดยนักแปลสาบานตน (beeidigter/vereidigter Übersetzer)
เอกสารสถานะบุคคลของไทยที่ใช้ในเยอรมนีมักถูกขอให้ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารต้นทางก่อน ควรสอบถามขั้นตอนกับสถานทูตเยอรมนีตั้งแต่ต้นเพราะใช้เวลานานกว่าเส้นทางปกติ
ในทางปฏิบัติ ควรยืนยันรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับต้องการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มกระบวนการ เพราะหน่วยงานคนละแห่งในประเทศเดียวกันอาจกำหนดรูปแบบไม่เหมือนกัน เช่น บางแห่งรับคำแปลที่รับรองในประเทศไทย ขณะที่บางแห่งกำหนดให้แปลโดยผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนในประเทศปลายทางเท่านั้น
แจ้งชื่อหน่วยงานผู้รับในเยอรมนี วัตถุประสงค์การใช้เอกสาร กำหนดเวลาที่ต้องยื่น และรูปแบบการรับรองที่หน่วยงานระบุไว้ พร้อมส่งภาพถ่ายสูติบัตรและหน้าหนังสือเดินทางให้ทีมงานตรวจสอบเบื้องต้น เราจะแจ้งลำดับขั้นตอนที่จำเป็นจริงและตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออก
ภาพรวมเอกสารสำหรับเยอรมนี·ติดต่อทีมงาน·คำถามที่พบบ่อยทุกบริการ
คัดสูติบัตรจากสำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักงานเขต → แปลตามมาตรฐานที่ปลายทางยอมรับ → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่คณะผู้แทนของเยอรมนี ในประเทศไทยเมื่อผู้รับกำหนด
ต้องใช้ฉบับที่นายทะเบียนรับรองสำเนาถูกต้อง ไม่ใช่สำเนาถ่ายเอกสารธรรมดา
อนุสัญญา Apostille จะมีผลกับไทยวันที่ 28 ก.พ. 2027 (ไทยเข้าเป็นภาคี 30 มิ.ย. 2026) จนถึงวันนั้น (Apostille) จึงไม่มีการออก Apostille ในประเทศไทย เส้นทางที่ใช้จริงคือ แปลรับรอง → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองต่อที่คณะผู้แทนทางการทูตของประเทศปลายทางในประเทศไทย เมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด
คำแปลภาษาเยอรมันโดยนักแปลสาบานตน (beeidigter/vereidigter Übersetzer) และต้องแปลครบทุกส่วนของเอกสาร รวมถึงตราประทับ ลายมือชื่อ และหมายเหตุท้ายเอกสาร
สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย, Standesamt และ Ausländerbehörde ในเยอรมนี
เอกสารสถานะบุคคลของไทยที่ใช้ในเยอรมนีมักถูกขอให้ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารต้นทางก่อน ควรสอบถามขั้นตอนกับสถานทูตเยอรมนีตั้งแต่ต้นเพราะใช้เวลานานกว่าเส้นทางปกติ
เป็นเอกสารราชการที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ จึงเข้าสู่การรับรองนิติกรณ์ได้โดยตรงเมื่อมีคำแปลที่ถูกต้อง
ต้องเชื่อมชื่อให้เป็นลูกโซ่ด้วยหลักฐานเปลี่ยนชื่อ-สกุล หรือหนังสือรับรองการสะกดชื่อ แล้วแปลและรับรองไปพร้อมกันเป็นชุดเดียว