
ปริญญาบัตรเพื่อใช้ในไต้หวัน
คำตอบโดยสรุป
ปริญญาบัตรออกโดยสถาบันการศึกษาผู้ออกเอกสาร หลายปลายทางขอให้แนบ transcript คู่กับปริญญาบัตรเสมอ จากนั้นแปลตามมาตรฐานที่ไต้หวันยอมรับ รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล และรับรองต่อที่คณะผู้แทนปลายทางเมื่อผู้รับกำหนด
ขั้นตอนทีละขั้น
- คัดปริญญาบัตรฉบับรับรอง
ขอจากสถาบันการศึกษาผู้ออกเอกสาร — หลายปลายทางขอให้แนบ transcript คู่กับปริญญาบัตรเสมอ
- แปลตามมาตรฐานปลายทาง
คำแปลภาษาจีนตัวเต็มหรือภาษาอังกฤษที่ผ่านการรับรองตามที่ปลายทางกำหนด
- รับรองนิติกรณ์
ยื่นที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมต้นฉบับและคำแปล
- รับรองสถานทูตปลายทาง
รับรองที่คณะผู้แทนของไต้หวัน ในประเทศไทยเมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด
ข้อควรระวัง
- ไต้หวันไม่ได้อยู่ในระบบอาโพสทิล เอกสารจึงต้องผ่านการรับรองที่สำนักงานผู้แทนก่อนนำไปใช้
- หลายปลายทางขอให้แนบ transcript คู่กับปริญญาบัตรเสมอ
- ประเทศไทยยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) จึงไม่มีการออก Apostille ในประเทศไทย เส้นทางที่ใช้จริงคือ แปลรับรอง → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองต่อที่คณะผู้แทนทางการทูตของประเทศปลายทางในประเทศไทย เมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด
ใครควรใช้เอกสารชุดนี้
คนไทยที่ยื่นเรื่องกับหน่วยงานในไต้หวัน
ผู้ที่ต้องใช้ปริญญาบัตรประกอบคำร้อง เช่น การยื่นวีซ่า การจดทะเบียนสถานะบุคคล การสมัครงาน หรือการยื่นต่อศาลและหน่วยงานทะเบียนในไต้หวัน มักถูกกำหนดให้ยื่นทั้งฉบับภาษาไทยที่ออกโดยสถาบันการศึกษาผู้ออกเอกสาร และคำแปลที่ผ่านการรับรองอย่างถูกต้อง หากยื่นเพียงคำแปลอย่างเดียวหน่วยงานปลายทางมักปฏิเสธทันที
ชาวต่างชาติที่อาศัยหรือทำงานในประเทศไทย
ชาวต่างชาติที่ต้องส่งปริญญาบัตรกลับไปใช้ที่ไต้หวัน เช่น เพื่อยืนยันสถานะครอบครัว การรับมรดก การขอสวัสดิการ หรือการยืนยันที่อยู่ ควรตรวจสอบก่อนว่าหน่วยงานผู้รับต้องการเอกสารที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์จากกรมการกงสุล หรือรับรองซ้ำที่คณะผู้แทนของไต้หวันในประเทศไทยด้วย
นิติบุคคลและฝ่ายทรัพยากรบุคคล
บริษัทที่ส่งพนักงานไปปฏิบัติงานที่ไต้หวัน หรือที่ต้องยื่นเอกสารประกอบสัญญาและการจดทะเบียน ควรจัดชุดเอกสารเป็นชุดเดียวกันทั้งหมด ให้ชื่อบุคคล ชื่อบริษัท และการสะกดตรงกันทุกฉบับ เพราะการสะกดที่ต่างกันเพียงตัวอักษรเดียวอาจทำให้ต้องเริ่มกระบวนการรับรองใหม่ทั้งชุด
เอกสารเบื้องต้นที่ควรเตรียม
ก่อนเริ่มขั้นตอนรับรองเพื่อใช้ในไต้หวัน ควรรวบรวมเอกสารต่อไปนี้ให้ครบในคราวเดียว เพื่อลดจำนวนรอบการเดินเรื่องและป้องกันการต้องคัดเอกสารใหม่
- ปริญญาบัตรฉบับที่ออกหรือคัดรับรองโดยสถาบันการศึกษาผู้ออกเอกสาร โดยควรเป็นฉบับคัดล่าสุด ไม่ใช่สำเนาถ่ายเอกสารที่ไม่มีตราประทับ
- หนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร หน้าที่มีรูปถ่ายและการสะกดชื่อภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ
- บัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารแสดงตนของผู้ยื่นแทน พร้อมหนังสือมอบอำนาจหากไม่ได้มาด้วยตนเอง
- ข้อมูลหน่วยงานผู้รับปลายทาง ชื่อหน่วยงาน วัตถุประสงค์การใช้ และรูปแบบการรับรองที่หน่วยงานนั้นกำหนด
- เอกสารเชื่อมโยงกรณีมีการเปลี่ยนชื่อ-สกุล เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ ใบสำคัญการสมรสหรือการหย่า เพื่อให้สายชื่อเชื่อมกันครบ
เปรียบเทียบรูปแบบการรับรองแต่ละแบบ
การรับรองแต่ละแบบตอบโจทย์คนละอย่าง การเลือกผิดแบบทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็น สรุปความแตกต่างสำหรับปริญญาบัตรที่จะใช้ในไต้หวัน ได้ดังนี้
- รับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรอง (Notarial Services Attorney)
- ใช้เมื่อหน่วยงานปลายทางต้องการยืนยันว่าผู้ลงนามลงนามต่อหน้าทนายผู้ได้รับอนุญาตจากสภาทนายความ เหมาะกับหนังสือมอบอำนาจ คำให้การ และเอกสารที่คู่กรณีจัดทำเอง
- รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
- เป็นการรับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับของหน่วยราชการไทยหรือคำแปล เป็นขั้นตอนที่หน่วยงานต่างประเทศส่วนใหญ่กำหนด และต้องยื่นพร้อมต้นฉบับ
- รับรองที่คณะผู้แทนทางการทูตของปลายทาง
- บางหน่วยงานในไต้หวันกำหนดให้รับรองซ้ำที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของไต้หวันในประเทศไทยหลังผ่านกรมการกงสุลแล้ว
- สถานะ Apostille ของประเทศไทย
- ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวยังไม่มีการออก Apostille ในประเทศไทย ต้องใช้การรับรองนิติกรณ์ตามปกติ
มาตรฐานคำแปลที่ปลายทางยอมรับ
คำแปลภาษาจีนตัวเต็มหรือภาษาอังกฤษที่ผ่านการรับรองตามที่ปลายทางกำหนด
ไต้หวันไม่ได้อยู่ในระบบอาโพสทิล เอกสารจึงต้องผ่านการรับรองที่สำนักงานผู้แทนก่อนนำไปใช้
ในทางปฏิบัติ ควรยืนยันรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับต้องการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มกระบวนการ เพราะหน่วยงานคนละแห่งในประเทศเดียวกันอาจกำหนดรูปแบบไม่เหมือนกัน เช่น บางแห่งรับคำแปลที่รับรองในประเทศไทย ขณะที่บางแห่งกำหนดให้แปลโดยผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนในประเทศปลายทางเท่านั้น
สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด
- การสะกดชื่อในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง แม้ต่างกันเพียงตัวอักษรเดียวหรือการเว้นวรรค
- ยื่นสำเนาที่ไม่มีตราประทับรับรอง หรือใช้ฉบับที่คัดไว้นานเกินกว่าที่หน่วยงานผู้รับกำหนด
- คำแปลไม่มีคำรับรองความถูกต้องของผู้แปลกำกับ หรือไม่ได้เย็บติดกับต้นฉบับตามรูปแบบที่กำหนด
- ข้ามขั้นตอนการรับรองที่คณะผู้แทนปลายทางทั้งที่หน่วยงานผู้รับกำหนดไว้
- เนื้อหาในเอกสารมีการขีดฆ่า แก้ไข หรือรอยประทับไม่ชัด ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบได้
ก่อนติดต่อเรา เตรียมข้อมูลเหล่านี้ไว้
แจ้งชื่อหน่วยงานผู้รับในไต้หวัน วัตถุประสงค์การใช้เอกสาร กำหนดเวลาที่ต้องยื่น และรูปแบบการรับรองที่หน่วยงานระบุไว้ พร้อมส่งภาพถ่ายปริญญาบัตรและหน้าหนังสือเดินทางให้ทีมงานตรวจสอบเบื้องต้น เราจะแจ้งลำดับขั้นตอนที่จำเป็นจริงและตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออก
ภาพรวมเอกสารสำหรับไต้หวัน·ติดต่อทีมงาน·คำถามที่พบบ่อยทุกบริการ
คำถามที่พบบ่อย
ปริญญาบัตรที่จะใช้ในไต้หวัน ต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง?
คัดปริญญาบัตรจากสถาบันการศึกษาผู้ออกเอกสาร → แปลตามมาตรฐานที่ปลายทางยอมรับ → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่คณะผู้แทนของไต้หวัน ในประเทศไทยเมื่อผู้รับกำหนด
ต้องใช้ปริญญาบัตรฉบับแบบไหน?
หลายปลายทางขอให้แนบ transcript คู่กับปริญญาบัตรเสมอ
ปริญญาบัตรต้องขอ Apostille ก่อนส่งไปไต้หวัน หรือไม่?
ประเทศไทยยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) จึงไม่มีการออก Apostille ในประเทศไทย เส้นทางที่ใช้จริงคือ แปลรับรอง → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองต่อที่คณะผู้แทนทางการทูตของประเทศปลายทางในประเทศไทย เมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด
คำแปลปริญญาบัตรสำหรับไต้หวัน ต้องมีองค์ประกอบอะไร?
คำแปลภาษาจีนตัวเต็มหรือภาษาอังกฤษที่ผ่านการรับรองตามที่ปลายทางกำหนด และต้องแปลครบทุกส่วนของเอกสาร รวมถึงตราประทับ ลายมือชื่อ และหมายเหตุท้ายเอกสาร
ใครเป็นผู้รับปริญญาบัตรฉบับรับรองในไต้หวัน?
สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย และหน่วยงานผู้รับเอกสารในไต้หวัน
ข้อควรระวังเฉพาะของไต้หวัน ที่กระทบปริญญาบัตร คืออะไร?
ไต้หวันไม่ได้อยู่ในระบบอาโพสทิล เอกสารจึงต้องผ่านการรับรองที่สำนักงานผู้แทนก่อนนำไปใช้
ปริญญาบัตรเป็นเอกสารราชการหรือเอกสารเอกชน?
เป็นเอกสารเอกชน โดยทั่วไปต้องให้ผู้ลงนามรับรองลายมือชื่อต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนรับรองนิติกรณ์ได้
ถ้าชื่อบนปริญญาบัตรสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทางต้องทำอย่างไร?
ต้องเชื่อมชื่อให้เป็นลูกโซ่ด้วยหลักฐานเปลี่ยนชื่อ-สกุล หรือหนังสือรับรองการสะกดชื่อ แล้วแปลและรับรองไปพร้อมกันเป็นชุดเดียว