

คำพิพากษาศาลออกโดยศาลที่พิจารณาคดี ต้องขอคัดสำเนาที่ศาลรับรองพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด จากนั้นแปลตามมาตรฐานที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยอมรับ รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล และรับรองต่อที่คณะผู้แทนปลายทางเมื่อผู้รับกำหนด
ขอจากศาลที่พิจารณาคดี — ต้องขอคัดสำเนาที่ศาลรับรองพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด
คำแปลภาษาอาหรับโดยผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงาน UAE เมื่อปลายทางกำหนด
ยื่นที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมต้นฉบับและคำแปล
รับรองที่คณะผู้แทนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในประเทศไทยเมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด
ผู้ที่ต้องใช้คำพิพากษาศาลประกอบคำร้อง เช่น การยื่นวีซ่า การจดทะเบียนสถานะบุคคล การสมัครงาน หรือการยื่นต่อศาลและหน่วยงานทะเบียนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มักถูกกำหนดให้ยื่นทั้งฉบับภาษาไทยที่ออกโดยศาลที่พิจารณาคดี และคำแปลที่ผ่านการรับรองอย่างถูกต้อง หากยื่นเพียงคำแปลอย่างเดียวหน่วยงานปลายทางมักปฏิเสธทันที
ชาวต่างชาติที่ต้องส่งคำพิพากษาศาลกลับไปใช้ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เช่น เพื่อยืนยันสถานะครอบครัว การรับมรดก การขอสวัสดิการ หรือการยืนยันที่อยู่ ควรตรวจสอบก่อนว่าหน่วยงานผู้รับต้องการเอกสารที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์จากกรมการกงสุล หรือรับรองซ้ำที่คณะผู้แทนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในประเทศไทยด้วย
บริษัทที่ส่งพนักงานไปปฏิบัติงานที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือที่ต้องยื่นเอกสารประกอบสัญญาและการจดทะเบียน ควรจัดชุดเอกสารเป็นชุดเดียวกันทั้งหมด ให้ชื่อบุคคล ชื่อบริษัท และการสะกดตรงกันทุกฉบับ เพราะการสะกดที่ต่างกันเพียงตัวอักษรเดียวอาจทำให้ต้องเริ่มกระบวนการรับรองใหม่ทั้งชุด
ก่อนเริ่มขั้นตอนรับรองเพื่อใช้ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ควรรวบรวมเอกสารต่อไปนี้ให้ครบในคราวเดียว เพื่อลดจำนวนรอบการเดินเรื่องและป้องกันการต้องคัดเอกสารใหม่
การรับรองแต่ละแบบตอบโจทย์คนละอย่าง การเลือกผิดแบบทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็น สรุปความแตกต่างสำหรับคำพิพากษาศาลที่จะใช้ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ดังนี้
คำแปลภาษาอาหรับโดยผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงาน UAE เมื่อปลายทางกำหนด
เส้นทาง UAE มีขั้นตอนรับรองต่อที่ปลายทางหลังจากรับรองในไทยแล้ว ควรวางแผนล่วงหน้าเพราะเป็นกระบวนการสองประเทศ
ในทางปฏิบัติ ควรยืนยันรูปแบบที่หน่วยงานผู้รับต้องการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มกระบวนการ เพราะหน่วยงานคนละแห่งในประเทศเดียวกันอาจกำหนดรูปแบบไม่เหมือนกัน เช่น บางแห่งรับคำแปลที่รับรองในประเทศไทย ขณะที่บางแห่งกำหนดให้แปลโดยผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนในประเทศปลายทางเท่านั้น
แจ้งชื่อหน่วยงานผู้รับในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ วัตถุประสงค์การใช้เอกสาร กำหนดเวลาที่ต้องยื่น และรูปแบบการรับรองที่หน่วยงานระบุไว้ พร้อมส่งภาพถ่ายคำพิพากษาศาลและหน้าหนังสือเดินทางให้ทีมงานตรวจสอบเบื้องต้น เราจะแจ้งลำดับขั้นตอนที่จำเป็นจริงและตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออก
ภาพรวมเอกสารสำหรับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์·ติดต่อทีมงาน·คำถามที่พบบ่อยทุกบริการ
คัดคำพิพากษาศาลจากศาลที่พิจารณาคดี → แปลตามมาตรฐานที่ปลายทางยอมรับ → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่คณะผู้แทนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในประเทศไทยเมื่อผู้รับกำหนด
ต้องขอคัดสำเนาที่ศาลรับรองพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด
ประเทศไทยยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Apostille) จึงไม่มีการออก Apostille ในประเทศไทย เส้นทางที่ใช้จริงคือ แปลรับรอง → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองต่อที่คณะผู้แทนทางการทูตของประเทศปลายทางในประเทศไทย เมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด
คำแปลภาษาอาหรับโดยผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงาน UAE เมื่อปลายทางกำหนด และต้องแปลครบทุกส่วนของเอกสาร รวมถึงตราประทับ ลายมือชื่อ และหมายเหตุท้ายเอกสาร
สถานเอกอัครราชทูต UAE ประจำประเทศไทย และกระทรวงการต่างประเทศ UAE เมื่อเอกสารถึงปลายทาง
เส้นทาง UAE มีขั้นตอนรับรองต่อที่ปลายทางหลังจากรับรองในไทยแล้ว ควรวางแผนล่วงหน้าเพราะเป็นกระบวนการสองประเทศ
เป็นเอกสารราชการที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ จึงเข้าสู่การรับรองนิติกรณ์ได้โดยตรงเมื่อมีคำแปลที่ถูกต้อง
ต้องเชื่อมชื่อให้เป็นลูกโซ่ด้วยหลักฐานเปลี่ยนชื่อ-สกุล หรือหนังสือรับรองการสะกดชื่อ แล้วแปลและรับรองไปพร้อมกันเป็นชุดเดียว