ขอใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมและ EIA มีขั้นตอนตามกฎหมายอย่างไร — ธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์จดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินในเขตที่ทรัพย์ตั้งอยู่ และงานอุตสาหกรรมเฉพาะทางอยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับดูแลรายสาขา /EIA|สิ่งแวดล้อม/ ก่อนทำสัญญาควรตรวจสอบสารบบที่ดินและภาระผูกพันจากสำนักงานที่ดินท้องที่ เพราะข้อมูลจำนอง ภาระจำยอม และอายัดปรากฏอยู่ในสารบบเท่านั้น คนต่างด้าวไม่อาจถือกรรมสิทธิ์ที่ดินได้โดยทั่วไปตามประมวลกฎหมายที่ดิน จึงต้องใช้โครงสร้างสิทธิการเช่า สิทธิเก็บกิน หรือห้องชุดแทน ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ตามปกติอยู่ที่ร้อยละ 2 ของราคาประเมินทุนทรัพย์ ชำระ ณ สำนักงานที่ดินในวันจดทะเบียน ผลการพิจารณาเป็นดุลพินิจของหน่วยงานหรือสถานทูตปลายทาง เราจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนแต่ไม่รับประกันผล หน่วยงานปลายทางอาจขอหลักฐานความสัมพันธ์เพิ่ม เช่น สูติบัตรหรือทะเบียนบ้าน เมื่อชื่อสกุลในเอกสารต่างกัน การถือครองที่ดินของคนต่างด้าวมีข้อจำกัดตามประมวลกฎหมายที่ดิน ส่วนห้องชุดมีเพดานอัตราส่วนตามกฎหมายอาคารชุด ข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้ในกระบวนการนี้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 การเปิดเผยต่อบุคคลที่สามต้องมีฐานทางกฎหมาย หากกรณีของท่านต้องใช้หลายหน่วยงานต่อกัน เราจะจัดลำดับขั้นตอนให้ก่อน เพื่อลดความเสี่ยงที่เอกสารจะหมดอายุระหว่างทาง
หัวข้อ “ขอใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมและ EIA มีขั้นตอนตามกฎหมายอย่างไร?” อยู่ในขอบเขตของบริการครบวงจรที่รวมการจัดเตรียมเอกสาร แปล รับรองลายมือชื่อ รับรองนิติกรณ์ และประสานงานกับคณะผู้แทนปลายทางไว้ในชุดเดียว ผู้ที่มักค้นหาเรื่องนี้ ได้แก่ ผู้ที่กำลังเตรียมยื่นคำร้องตามกำหนดเวลาที่แน่นอน ผู้ที่เคยถูกปฏิเสธเอกสารมาก่อนและต้องการทราบว่าพลาดขั้นตอนใด และฝ่ายบุคคลหรือผู้ประสานงานที่ต้องจัดเอกสารให้คนหลายคนพร้อมกัน
ในทางปฏิบัติ แต่ละขั้นตอนอยู่ภายใต้หน่วยงานคนละแห่ง ได้แก่ หน่วยงานผู้ออกเอกสาร ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ กรมการกงสุล และคณะผู้แทนทางการทูตของประเทศปลายทาง การรู้ว่าหน่วยงานใดรับผิดชอบขั้นตอนใด ช่วยให้ประเมินได้ว่าเอกสารชุดหนึ่งต้องผ่านกี่ขั้น และขั้นใดที่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ได้โดยไม่เริ่มใหม่
รายการนี้เป็นชุดตั้งต้น หน่วยงานผู้รับแต่ละแห่งอาจกำหนดเพิ่มเติม จึงควรยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนเสมอ
ระบุว่าเอกสารแต่ละฉบับต้องผ่านกี่ขั้น ใครเป็นผู้รับรอง และขั้นใดต้องเสร็จก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการทำงานย้อนกลับ
ตรวจชื่อบุคคล ชื่อบริษัท ที่อยู่ และวันที่ ให้ตรงกันทั้งชุด ก่อนส่งเข้าสู่ขั้นตอนรับรอง
ต้นฉบับ → คำแปล → รับรองลายมือชื่อ/นิติกรณ์ → คณะผู้แทนปลายทาง การสลับลำดับทำให้ต้องเริ่มใหม่
ตรวจจำนวนชุด ตราประทับ การเย็บเล่ม และวันที่ออกเอกสารว่ายังอยู่ในอายุที่ปลายทางยอมรับ
| รูปแบบ | ใช้เมื่อใด |
|---|---|
| รับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรอง | ใช้กับเอกสารที่คู่กรณีจัดทำเอง เช่น หนังสือมอบอำนาจ คำให้การ หรือหนังสือยินยอม โดยผู้ลงนามต้องลงนามต่อหน้าทนาย |
| รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล | ใช้เมื่อหน่วยงานต่างประเทศต้องการการยืนยันลายมือชื่อและตราประทับของหน่วยราชการไทยหรือของคำแปล |
| รับรองที่คณะผู้แทนของประเทศปลายทาง | ใช้เมื่อประเทศปลายทางกำหนดให้สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของตนในประเทศไทยรับรองซ้ำหลังผ่านกรมการกงสุล |
| สถานะ Apostille ของประเทศไทย | ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวยังไม่มีการออก Apostille ในประเทศไทย |
หากคุณกำลังจัดการเรื่อง “ขอใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมและ EIA มีขั้นตอนตามกฎหมายอย่างไร?” ให้เริ่มจากการยืนยันข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วจึงวางลำดับขั้นตอนการรับรองย้อนกลับจากวันกำหนดยื่นจริง