บริการทำบัตรเดินทางนักธุรกิจเอเปค (ABTC) สำหรับผู้บริหารไทย ต้องขอผ่านสภาอุตสาหกรรมหรือหอการค้า — งานเสริมแต่ละเรื่องมีกฎหมายเฉพาะของตน เช่น ใบขับขี่ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ การแจ้งที่พักตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และการนำของใช้ส่วนตัวเข้าประเทศตามกฎหมายศุลกากร จึงต้องตรวจเงื่อนไขรายเรื่องก่อนเสมอ /ABTC|เอเปค/i การแจ้งที่พักของคนต่างด้าว (ตม.30) เป็นหน้าที่ของเจ้าบ้านหรือผู้ให้ที่พัก ไม่ใช่ของผู้เข้าพักเอง การเปิดบัญชีธนาคารในไทยขึ้นกับนโยบายรับลูกค้าของแต่ละธนาคาร โดยทั่วไปขอหนังสือเดินทาง วีซ่าที่ยังมีผล และหลักฐานที่อยู่ ประกันสุขภาพที่ใช้ประกอบวีซ่าบางประเภทต้องมีวงเงินความคุ้มครองขั้นต่ำตามที่ประกาศของหน่วยงานผู้ออกวีซ่ากำหนดไว้ ณ ขณะยื่น ควรถามหน่วยงานปลายทางก่อนว่าต้องการต้นฉบับ สำเนารับรอง หรือชุดแปล เพื่อไม่ต้องทำเอกสารซ้ำ ควรเตรียมชุดสำเนาเพิ่มอย่างน้อยหนึ่งชุดสำหรับเก็บไว้เอง เพราะเอกสารต้นฉบับบางประเภทจะถูกเก็บไว้ที่หน่วยงาน ชื่อ-สกุลในเอกสารทุกฉบับต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชน หากไม่ตรงต้องแนบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ การชำระค่าธรรมเนียมให้ยึดอัตราที่หน่วยงานเจ้าของเรื่องประกาศ ณ วันยื่นเท่านั้น เราไม่รับรองอัตราใด ๆ แทนหน่วยงาน ท่านสามารถขอสรุปเส้นทางเอกสารเป็นข้อ ๆ พร้อมรายการเอกสารที่ต้องเตรียม ก่อนตัดสินใจใช้บริการได้
หัวข้อ “บริการทำบัตรเดินทางนักธุรกิจเอเปค (ABTC) สำหรับผู้บริหารไทย ต้องขอผ่านสภาอุตสาหกรรมหรือหอการค้า?” อยู่ในขอบเขตของบริการครบวงจรที่รวมการจัดเตรียมเอกสาร แปล รับรองลายมือชื่อ รับรองนิติกรณ์ และประสานงานกับคณะผู้แทนปลายทางไว้ในชุดเดียว ผู้ที่มักค้นหาเรื่องนี้ ได้แก่ ผู้ที่กำลังเตรียมยื่นคำร้องตามกำหนดเวลาที่แน่นอน ผู้ที่เคยถูกปฏิเสธเอกสารมาก่อนและต้องการทราบว่าพลาดขั้นตอนใด และฝ่ายบุคคลหรือผู้ประสานงานที่ต้องจัดเอกสารให้คนหลายคนพร้อมกัน
ในทางปฏิบัติ แต่ละขั้นตอนอยู่ภายใต้หน่วยงานคนละแห่ง ได้แก่ หน่วยงานผู้ออกเอกสาร ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ กรมการกงสุล และคณะผู้แทนทางการทูตของประเทศปลายทาง การรู้ว่าหน่วยงานใดรับผิดชอบขั้นตอนใด ช่วยให้ประเมินได้ว่าเอกสารชุดหนึ่งต้องผ่านกี่ขั้น และขั้นใดที่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ได้โดยไม่เริ่มใหม่
รายการนี้เป็นชุดตั้งต้น หน่วยงานผู้รับแต่ละแห่งอาจกำหนดเพิ่มเติม จึงควรยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนเสมอ
ระบุว่าเอกสารแต่ละฉบับต้องผ่านกี่ขั้น ใครเป็นผู้รับรอง และขั้นใดต้องเสร็จก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการทำงานย้อนกลับ
ตรวจชื่อบุคคล ชื่อบริษัท ที่อยู่ และวันที่ ให้ตรงกันทั้งชุด ก่อนส่งเข้าสู่ขั้นตอนรับรอง
ต้นฉบับ → คำแปล → รับรองลายมือชื่อ/นิติกรณ์ → คณะผู้แทนปลายทาง การสลับลำดับทำให้ต้องเริ่มใหม่
ตรวจจำนวนชุด ตราประทับ การเย็บเล่ม และวันที่ออกเอกสารว่ายังอยู่ในอายุที่ปลายทางยอมรับ
| รูปแบบ | ใช้เมื่อใด |
|---|---|
| รับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรอง | ใช้กับเอกสารที่คู่กรณีจัดทำเอง เช่น หนังสือมอบอำนาจ คำให้การ หรือหนังสือยินยอม โดยผู้ลงนามต้องลงนามต่อหน้าทนาย |
| รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล | ใช้เมื่อหน่วยงานต่างประเทศต้องการการยืนยันลายมือชื่อและตราประทับของหน่วยราชการไทยหรือของคำแปล |
| รับรองที่คณะผู้แทนของประเทศปลายทาง | ใช้เมื่อประเทศปลายทางกำหนดให้สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของตนในประเทศไทยรับรองซ้ำหลังผ่านกรมการกงสุล |
| สถานะ Apostille ของประเทศไทย | ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวยังไม่มีการออก Apostille ในประเทศไทย |
หากคุณกำลังจัดการเรื่อง “บริการทำบัตรเดินทางนักธุรกิจเอเปค (ABTC) สำหรับผู้บริหารไทย ต้องขอผ่านสภาอุตสาหกรรมหรือหอการค้า?” ให้เริ่มจากการยืนยันข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วจึงวางลำดับขั้นตอนการรับรองย้อนกลับจากวันกำหนดยื่นจริง