วีซ่า Long-Term Resident (LTR) เป็นวีซ่าพำนักระยะยาวสูงสุด 10 ปี (5+5 ปี) สำหรับชาวต่างชาติ 4 กลุ่ม ได้แก่ ผู้มีความมั่งคั่งสูง ผู้เกษียณอายุที่มีรายได้มั่นคง ผู้ที่ทำงานจากประเทศไทยให้บริษัทต่างประเทศ และผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง ผู้สมัครยื่นคำร้องขอรับรองคุณสมบัติผ่านระบบของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ก่อน แล้วจึงขอวีซ่าที่สถานทูตไทยหรือศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน คุณสมบัติด้านรายได้ ทรัพย์สิน และประกันสุขภาพต้องตรวจตามประกาศล่าสุดของ BOI
ตรวจทานข้อมูลล่าสุด: 2026-10-04 · ข้อมูลนี้เป็นภาพรวมทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี
ผู้มีสิทธิ 4 กลุ่ม และสาระของแต่ละกลุ่ม
แต่ละกลุ่มมีเกณฑ์ของตนเอง และ BOI ปรับรายละเอียดเกณฑ์ได้ตามประกาศ ตารางด้านล่างสรุปหลักการ ไม่ใช่ตัวเลขที่ใช้แทนประกาศทางการ
- Wealthy Global Citizen: แสดงทรัพย์สินและรายได้ตามเกณฑ์ และมีการลงทุนในไทย เช่น พันธบัตรรัฐบาล อสังหาริมทรัพย์ หรือการลงทุนโดยตรงตามที่กำหนด
- Wealthy Pensioner: ผู้มีอายุตามเกณฑ์ ที่มีบำนาญหรือรายได้ประจำจากแหล่งที่มั่นคงตามที่กำหนด
- Work-from-Thailand Professional: ทำงานให้บริษัทต่างประเทศที่มีขนาดหรือรายได้ตามเกณฑ์ มีรายได้ส่วนตัวและประสบการณ์ทำงานตามที่กำหนด
- Highly-Skilled Professional: ทำงานกับธุรกิจหรือหน่วยงานในอุตสาหกรรมเป้าหมาย สถาบันการศึกษา หรือหน่วยงานรัฐ ตามเงื่อนไขของ BOI
- ทุกกลุ่มต้องมีประกันสุขภาพหรือหลักฐานความคุ้มครองตามเกณฑ์ และติดตามคู่สมรสกับบุตรได้ตามจำนวนที่ประกาศ
สิทธิประโยชน์ที่ได้จริง และสิ่งที่ LTR ไม่ได้ให้
ผู้ถือวีซ่า LTR ได้รับสิทธิพำนักระยะยาว รายงานตัวที่ตรวจคนเข้าเมืองปีละครั้งแทนทุก 90 วัน ได้ช่องทางพิเศษในบางสนามบิน และผู้ที่ทำงานได้รับใบอนุญาตทำงานดิจิทัลผ่านระบบของ BOI โดยไม่ต้องใช้สัดส่วนจ้างคนไทยตามเกณฑ์ปกติ
สำหรับกลุ่ม Highly-Skilled Professional มีสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราพิเศษตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนสิทธิด้านภาษีของกลุ่มอื่นเกี่ยวกับเงินได้จากต่างประเทศต้องพิจารณาตามประกาศกรมสรรพากรและพระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้องเป็นรายกรณี ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภาษีก่อนวางแผนโอนเงินเข้าไทย
LTR ไม่ใช่การได้ถิ่นที่อยู่ถาวรหรือสัญชาติ และไม่ได้ให้สิทธิถือครองที่ดินเพิ่มเติมจากที่กฎหมายที่ดินกำหนด ผู้ที่ต้องการถิ่นที่อยู่ถาวรยังต้องยื่นตามช่องทางของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแยกต่างหาก
ขั้นตอนการยื่น LTR
กระบวนการแบ่งเป็นสองขั้น คือการรับรองคุณสมบัติจาก BOI และการออกวีซ่าโดยกระทรวงการต่างประเทศหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
1. ตรวจคุณสมบัติกับเกณฑ์ล่าสุดของกลุ่มที่ตรงกับตัวเอง
ใช้ประกาศและคำถามที่พบบ่อยบนเว็บไซต์ LTR ของ BOI
2. เตรียมเอกสารรายได้ ทรัพย์สิน การจ้างงาน และประกันสุขภาพ
เอกสารภาษาอื่นที่ไม่ใช่อังกฤษหรือไทยต้องมีคำแปล
3. ยื่นคำร้องขอรับรองคุณสมบัติทางออนไลน์ผ่านระบบ LTR ของ BOI
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณสมบัติ
4. เมื่อได้หนังสือรับรอง ยื่นขอวีซ่าที่สถานทูตไทยหรือศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานในไทย
5. ผู้ที่จะทำงานขอใบอนุญาตทำงานดิจิทัล และรายงานตัวปีละครั้ง
เอกสารที่มักต้องแปลหรือรับรอง
หลักฐานจากต่างประเทศ เช่น หนังสือรับรองการจ้างงาน สลิปบำนาญ งบการเงินบริษัท หรือใบปริญญา มักต้องเป็นภาษาอังกฤษหรือมีคำแปล บางกรณีต้องรับรองโดยโนตารีหรือหน่วยงานในประเทศต้นทาง
เอกสารสถานภาพครอบครัวสำหรับผู้ติดตาม เช่น ทะเบียนสมรสและสูติบัตร ต้องแสดงความสัมพันธ์ชัดเจน หากออกโดยต่างประเทศอาจต้องผ่านการรับรองจากสถานทูตไทย หรือ Apostille ในกรณีที่ประเทศต้นทางและไทยใช้ระบบนี้แล้ว ทั้งนี้อนุสัญญา Apostille มีผลกับประเทศไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ก่อนวันนั้นยังใช้การรับรองแบบ legalisation
LTR, DTV และ SMART Visa เลือกอย่างไร
LTR เหมาะกับผู้ที่มีรายได้หรือทรัพย์สินถึงเกณฑ์สูงและต้องการพำนักยาวพร้อมสิทธิทำงาน DTV (Destination Thailand Visa) เหมาะกับผู้ทำงานทางไกลหรือผู้เข้าร่วมกิจกรรม Soft Power ที่ต้องการอยู่ไทยเป็นช่วง ๆ โดยไม่ทำงานให้นายจ้างในไทย SMART Visa ผูกกับอุตสาหกรรมเป้าหมายและหน่วยงานรับรองเฉพาะทาง
ผู้ที่ใกล้เกณฑ์ LTR แต่ไม่ถึง ไม่ควรปรับตัวเลขในเอกสารให้ดูถึงเกณฑ์ เพราะ BOI ตรวจสอบกับหลักฐานต้นทาง การเลือกวีซ่าที่ตรงกับสถานะจริงลดความเสี่ยงในการต่ออายุภายหลัง
การรักษาสถานะ การต่ออายุ และเหตุที่อาจสิ้นสุดสิทธิ
ผู้ถือ LTR ต้องรักษาคุณสมบัติตามกลุ่มของตนตลอดระยะเวลาวีซ่า เช่น ผู้ทำงานให้บริษัทต่างประเทศต้องยังมีการจ้างงานที่เข้าเกณฑ์ หากเปลี่ยนนายจ้างหรือรายได้ลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ ควรตรวจสอบกับ BOI ว่าต้องแจ้งหรือยื่นเอกสารใหม่อย่างไร
การต่ออายุหลังครบ 5 ปีแรกต้องแสดงว่ายังมีคุณสมบัติ ผู้ถือควรเก็บหลักฐานรายได้ สัญญาจ้าง กรมธรรม์ประกันสุขภาพ และหลักฐานการลงทุนในไทยไว้อย่างเป็นระบบตลอดช่วงที่ถือวีซ่า เพื่อไม่ต้องรวบรวมย้อนหลังในภายหลัง
การรายงานตัวประจำปีเป็นหน้าที่ที่ต้องทำตามกำหนด การละเลยอาจมีผลต่อสถานะ ผู้ที่ย้ายที่อยู่ในไทยต้องดำเนินการแจ้งที่พักตามกฎหมายคนเข้าเมืองด้วย
ผู้ติดตาม: คู่สมรสและบุตร
ผู้ติดตามได้รับวีซ่าตามระยะเวลาของผู้ถือหลัก คู่สมรสต้องมีทะเบียนสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศที่จดทะเบียน และบุตรต้องอยู่ในเกณฑ์อายุที่ประกาศ หากบุตรเกิดจากความสัมพันธ์ก่อนหน้า อาจต้องแสดงเอกสารอำนาจปกครองหรือหนังสือยินยอมของบิดาหรือมารดาอีกฝ่าย
สิทธิทำงานของผู้ติดตามต้องดูตามประกาศ BOI ล่าสุดและเงื่อนไขใบอนุญาตทำงาน ไม่ควรสันนิษฐานว่าผู้ติดตามทำงานได้โดยอัตโนมัติ
เอกสารครอบครัวที่ออกในไทย เช่น ทะเบียนสมรสที่จดในไทย ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและมักต้องรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลเมื่อจะนำไปใช้ประกอบการยื่นต่อหน่วยงานต่างประเทศ ส่วนเอกสารจากต่างประเทศต้องผ่านการรับรองตามขั้นตอนของประเทศต้นทาง
เรื่องที่ผู้ถือ LTR มักถามหลังได้วีซ่า
การเปิดบัญชีธนาคารไทย ผู้ถือ LTR มักใช้วีซ่าและหลักฐานที่อยู่ในไทยประกอบ แต่แต่ละธนาคารมีนโยบายตรวจสอบลูกค้าของตนเอง อาจขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่หรือเอกสารการทำงานเพิ่มเติม การเตรียมเอกสารที่แปลแล้วช่วยให้ขั้นตอนเร็วขึ้น
ใบขับขี่ไทย ผู้ถือ LTR สามารถยื่นขอใบขับขี่ไทยหรือแปลงใบขับขี่ต่างประเทศได้ตามระเบียบกรมการขนส่งทางบก โดยใช้หลักฐานที่อยู่ เช่น หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่จากตรวจคนเข้าเมืองหรือสถานทูต และใบรับรองแพทย์
การซื้ออสังหาริมทรัพย์ LTR ไม่เปลี่ยนข้อจำกัดเรื่องการถือครองที่ดินของคนต่างด้าว การซื้อห้องชุดยังต้องเป็นไปตามสัดส่วนและเงื่อนไขการนำเงินเข้าประเทศตามพระราชบัญญัติอาคารชุด และควรให้ทนายความตรวจสอบสัญญาก่อนลงนาม
การเดินทางเข้าออกประเทศ ผู้ถือ LTR ที่ได้วีซ่าแบบเข้าออกหลายครั้งไม่ต้องขอ Re-entry Permit แยก แต่ควรตรวจวันหมดอายุของหนังสือเดินทางเทียบกับอายุวีซ่า เพราะเมื่อต่ออายุหนังสือเดินทางต้องโอนวีซ่าไปเล่มใหม่ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเตรียมคำร้อง LTR
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการยื่นหลักฐานรายได้ที่ไม่ครอบคลุมระยะเวลาที่ BOI กำหนด การใช้เอกสารบริษัทต่างประเทศที่ไม่แสดงขนาดหรือรายได้ของบริษัทตามเกณฑ์ และกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่วงเงินหรือระยะเวลาไม่ตรงตามที่ประกาศ
อีกจุดหนึ่งคือชื่อในเอกสารต่างฉบับไม่ตรงกัน เช่น ใช้ชื่อกลางในบางเอกสารแต่ไม่ใช้ในเอกสารอื่น หรือชื่อหลังสมรสต่างจากหนังสือเดินทาง ควรแนบเอกสารอธิบายการเปลี่ยนชื่อที่แปลและรับรองแล้ว
ผู้สมัครบางรายเลือกกลุ่มที่ไม่ตรงกับสถานะจริง เช่น ทำงานให้นายจ้างในไทยแต่ยื่นในกลุ่มทำงานจากไทยให้บริษัทต่างประเทศ ซึ่งทำให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ การวิเคราะห์กลุ่มให้ถูกตั้งแต่ต้นจึงประหยัดเวลามากที่สุด
บทบาทของเรา
เราช่วยจัดลำดับเอกสาร แปลและรับรองคำแปล รับรองสำเนาและลายมือชื่อโดย Notarial Services Attorney ประสานการรับรองเอกสารครอบครัว และเตรียมชุดเอกสารสำหรับขั้นตอนวีซ่าหลังได้รับการรับรองคุณสมบัติ
การรับรองคุณสมบัติเป็นอำนาจของ BOI และการออกวีซ่าเป็นอำนาจของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เราไม่สามารถรับรองผล และไม่ให้คำแนะนำภาษีแทนผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีที่ได้รับอนุญาต
คำถามที่พบบ่อย
วีซ่า LTR อยู่ได้กี่ปี
สูงสุด 10 ปี โดยออกครั้งแรก 5 ปีและต่อได้อีก 5 ปีเมื่อยังมีคุณสมบัติตามเกณฑ์
ผู้ถือ LTR ต้องรายงานตัว 90 วันไหม
ไม่ต้อง ผู้ถือ LTR รายงานตัวปีละครั้ง
ยื่น LTR ที่ไหน
ยื่นขอรับรองคุณสมบัติผ่านระบบออนไลน์ของ BOI ก่อน แล้วจึงขอวีซ่าที่สถานทูตไทยหรือศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน
LTR ทำงานในไทยได้ไหม
ได้สำหรับกลุ่มที่เกี่ยวข้อง โดยต้องมีใบอนุญาตทำงานดิจิทัลที่ออกผ่านระบบของ BOI
ผู้ติดตามได้สิทธิด้วยหรือไม่
คู่สมรสและบุตรติดตามได้ตามจำนวนและเงื่อนไขที่ BOI ประกาศ โดยต้องแสดงเอกสารความสัมพันธ์ที่ผ่านการแปลหรือรับรองตามที่กำหนด
แหล่งอ้างอิงทางการ
บริการที่เกี่ยวข้อง
เตรียมเอกสาร LTR ให้ครบและสอดคล้องก่อนยื่น BOI
ส่งรายละเอียดกลุ่มที่สนใจและเอกสารที่มี เราจะช่วยจัดลำดับ แปล และรับรองเอกสารที่จำเป็น
ติดต่อทีมงาน
