

การทำหนังสือรับรองการมีชีวิตอยู่ (Certificate of Existence) ให้ Notary รับรองเพื่อส่งไปเคลมบำนาญต่างประเทศทุกปี — ลำดับที่ถูกต้องคือรับรองต้นทางก่อน แล้วจึงยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล และหากประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกจะจบที่ Apostille แต่ถ้าไม่ใช่ภาคีต้องผ่านสถานทูตของประเทศนั้นเป็นชั้นสุดท้าย /บำนาญ|เสียชีวิต/ เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานต่างประเทศเพื่อนำมาใช้ในไทย ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานของประเทศต้นทางและสถานเอกอัครราชทูตไทยก่อนยื่นต่อกรมการกงสุล ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ได้รับอำนาจตามข้อบังคับสภาทนายความ ไม่ใช่ Notary Public ตามระบบสหรัฐอเมริกา หากยื่นแทนผู้อื่น ต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบและผู้รับมอบที่ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง คำแปลที่ยื่นต่อกรมการกงสุลต้องแปลครบทุกข้อความรวมถึงตราประทับและลายเซ็น ไม่ตัดทอนส่วนใดออก การชำระค่าธรรมเนียมให้ยึดอัตราที่หน่วยงานเจ้าของเรื่องประกาศ ณ วันยื่นเท่านั้น เราไม่รับรองอัตราใด ๆ แทนหน่วยงาน เอกสารบริษัทต้องเป็นฉบับคัดรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ออกใหม่ พร้อมตราประทับตามที่จดทะเบียนไว้ หากเรื่องของท่านเกี่ยวข้องกับกำหนดเวลาตามกฎหมายหรือกำหนดนัดของศาล เราจะแจ้งกรอบเวลาที่ประเมินได้และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องไว้ล่วงหน้า
หัวข้อ “การทำหนังสือรับรองการมีชีวิตอยู่ (Certificate of Existence) ให้ Notary รับรองเพื่อส่งไปเคลมบำนาญต่างประเทศทุกปี?” อยู่ในขอบเขตของบริการครบวงจรที่รวมการจัดเตรียมเอกสาร แปล รับรองลายมือชื่อ รับรองนิติกรณ์ และประสานงานกับคณะผู้แทนปลายทางไว้ในชุดเดียว ผู้ที่มักค้นหาเรื่องนี้ ได้แก่ ผู้ที่กำลังเตรียมยื่นคำร้องตามกำหนดเวลาที่แน่นอน ผู้ที่เคยถูกปฏิเสธเอกสารมาก่อนและต้องการทราบว่าพลาดขั้นตอนใด และฝ่ายบุคคลหรือผู้ประสานงานที่ต้องจัดเอกสารให้คนหลายคนพร้อมกัน
ในทางปฏิบัติ แต่ละขั้นตอนอยู่ภายใต้หน่วยงานคนละแห่ง ได้แก่ หน่วยงานผู้ออกเอกสาร ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ กรมการกงสุล และคณะผู้แทนทางการทูตของประเทศปลายทาง การรู้ว่าหน่วยงานใดรับผิดชอบขั้นตอนใด ช่วยให้ประเมินได้ว่าเอกสารชุดหนึ่งต้องผ่านกี่ขั้น และขั้นใดที่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ได้โดยไม่เริ่มใหม่
รายการนี้เป็นชุดตั้งต้น หน่วยงานผู้รับแต่ละแห่งอาจกำหนดเพิ่มเติม จึงควรยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนเสมอ
ระบุว่าเอกสารแต่ละฉบับต้องผ่านกี่ขั้น ใครเป็นผู้รับรอง และขั้นใดต้องเสร็จก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการทำงานย้อนกลับ
ตรวจชื่อบุคคล ชื่อบริษัท ที่อยู่ และวันที่ ให้ตรงกันทั้งชุด ก่อนส่งเข้าสู่ขั้นตอนรับรอง
ต้นฉบับ → คำแปล → รับรองลายมือชื่อ/นิติกรณ์ → คณะผู้แทนปลายทาง การสลับลำดับทำให้ต้องเริ่มใหม่
ตรวจจำนวนชุด ตราประทับ การเย็บเล่ม และวันที่ออกเอกสารว่ายังอยู่ในอายุที่ปลายทางยอมรับ
| รูปแบบ | ใช้เมื่อใด |
|---|---|
| รับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรอง | ใช้กับเอกสารที่คู่กรณีจัดทำเอง เช่น หนังสือมอบอำนาจ คำให้การ หรือหนังสือยินยอม โดยผู้ลงนามต้องลงนามต่อหน้าทนาย |
| รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล | ใช้เมื่อหน่วยงานต่างประเทศต้องการการยืนยันลายมือชื่อและตราประทับของหน่วยราชการไทยหรือของคำแปล |
| รับรองที่คณะผู้แทนของประเทศปลายทาง | ใช้เมื่อประเทศปลายทางกำหนดให้สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของตนในประเทศไทยรับรองซ้ำหลังผ่านกรมการกงสุล |
| สถานะ Apostille ของประเทศไทย | ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวยังไม่มีการออก Apostille ในประเทศไทย |
หากคุณกำลังจัดการเรื่อง “การทำหนังสือรับรองการมีชีวิตอยู่ (Certificate of Existence) ให้ Notary รับรองเพื่อส่งไปเคลมบำนาญต่างประเทศทุกปี?” ให้เริ่มจากการยืนยันข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วจึงวางลำดับขั้นตอนการรับรองย้อนกลับจากวันกำหนดยื่นจริง