

ที่ปรึกษา BOI สำหรับการประเมินความเป็นไปได้ (Feasibility Study) และสิทธิประโยชน์ภาษีอากรโครงการนวัตกรรม — อำนาจแยกกันชัดเจน: การออกวีซ่าอยู่ที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในต่างประเทศ การอยู่ต่อและรายงานตัวอยู่ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ใบอนุญาตทำงานอยู่ที่กรมการจัดหางาน และสิทธิประโยชน์การลงทุนอยู่ที่ BOI /BOI/i การอยู่เกินกำหนด (overstay) มีผลตามกฎหมายรวมถึงค่าปรับรายวันและระยะเวลาห้ามเข้าประเทศตามที่พระราชบัญญัติคนเข้าเมืองและประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนด ผู้ถือวีซ่าที่อยู่เกิน 90 วันต้องรายงานตัวตามกำหนด 90 วันต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการต่ออายุวีซ่า หากปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก เอกสารจะจบที่ Apostille ส่วนประเทศที่ไม่เป็นภาคีต้องผ่านสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกชั้น หน่วยงานปลายทางอาจขอหลักฐานความสัมพันธ์เพิ่ม เช่น สูติบัตรหรือทะเบียนบ้าน เมื่อชื่อสกุลในเอกสารต่างกัน หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของออสเตรเลียโดยทั่วไปกำหนดให้คำแปลมีรายละเอียดผู้แปลและหมายเลขรับรองครบถ้วน การรับรองสำเนาถูกต้องโดยเจ้าของเอกสารไม่เท่ากับการรับรองโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ควรตรวจว่าปลายทางต้องการแบบใด หากกรณีของท่านต้องใช้หลายหน่วยงานต่อกัน เราจะจัดลำดับขั้นตอนให้ก่อน เพื่อลดความเสี่ยงที่เอกสารจะหมดอายุระหว่างทาง
หัวข้อ “ที่ปรึกษา BOI สำหรับการประเมินความเป็นไปได้ (Feasibility Study) และสิทธิประโยชน์ภาษีอากรโครงการนวัตกรรม?” อยู่ในขอบเขตของบริการครบวงจรที่รวมการจัดเตรียมเอกสาร แปล รับรองลายมือชื่อ รับรองนิติกรณ์ และประสานงานกับคณะผู้แทนปลายทางไว้ในชุดเดียว ผู้ที่มักค้นหาเรื่องนี้ ได้แก่ ผู้ที่กำลังเตรียมยื่นคำร้องตามกำหนดเวลาที่แน่นอน ผู้ที่เคยถูกปฏิเสธเอกสารมาก่อนและต้องการทราบว่าพลาดขั้นตอนใด และฝ่ายบุคคลหรือผู้ประสานงานที่ต้องจัดเอกสารให้คนหลายคนพร้อมกัน
ในทางปฏิบัติ แต่ละขั้นตอนอยู่ภายใต้หน่วยงานคนละแห่ง ได้แก่ หน่วยงานผู้ออกเอกสาร ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ กรมการกงสุล และคณะผู้แทนทางการทูตของประเทศปลายทาง การรู้ว่าหน่วยงานใดรับผิดชอบขั้นตอนใด ช่วยให้ประเมินได้ว่าเอกสารชุดหนึ่งต้องผ่านกี่ขั้น และขั้นใดที่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ได้โดยไม่เริ่มใหม่
รายการนี้เป็นชุดตั้งต้น หน่วยงานผู้รับแต่ละแห่งอาจกำหนดเพิ่มเติม จึงควรยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนเสมอ
ระบุว่าเอกสารแต่ละฉบับต้องผ่านกี่ขั้น ใครเป็นผู้รับรอง และขั้นใดต้องเสร็จก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการทำงานย้อนกลับ
ตรวจชื่อบุคคล ชื่อบริษัท ที่อยู่ และวันที่ ให้ตรงกันทั้งชุด ก่อนส่งเข้าสู่ขั้นตอนรับรอง
ต้นฉบับ → คำแปล → รับรองลายมือชื่อ/นิติกรณ์ → คณะผู้แทนปลายทาง การสลับลำดับทำให้ต้องเริ่มใหม่
ตรวจจำนวนชุด ตราประทับ การเย็บเล่ม และวันที่ออกเอกสารว่ายังอยู่ในอายุที่ปลายทางยอมรับ
| รูปแบบ | ใช้เมื่อใด |
|---|---|
| รับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรอง | ใช้กับเอกสารที่คู่กรณีจัดทำเอง เช่น หนังสือมอบอำนาจ คำให้การ หรือหนังสือยินยอม โดยผู้ลงนามต้องลงนามต่อหน้าทนาย |
| รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล | ใช้เมื่อหน่วยงานต่างประเทศต้องการการยืนยันลายมือชื่อและตราประทับของหน่วยราชการไทยหรือของคำแปล |
| รับรองที่คณะผู้แทนของประเทศปลายทาง | ใช้เมื่อประเทศปลายทางกำหนดให้สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของตนในประเทศไทยรับรองซ้ำหลังผ่านกรมการกงสุล |
| สถานะ Apostille ของประเทศไทย | ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวยังไม่มีการออก Apostille ในประเทศไทย |
หากคุณกำลังจัดการเรื่อง “ที่ปรึกษา BOI สำหรับการประเมินความเป็นไปได้ (Feasibility Study) และสิทธิประโยชน์ภาษีอากรโครงการนวัตกรรม?” ให้เริ่มจากการยืนยันข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วจึงวางลำดับขั้นตอนการรับรองย้อนกลับจากวันกำหนดยื่นจริง