บริการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) สำหรับธุรกิจบริการที่มีคนต่างชาติถือหุ้นเกิน 50% — งานบริการเสริมสำหรับชาวต่างชาติดำเนินการควบคู่กับขั้นตอนราชการหลัก โดยแต่ละเรื่องมีหน่วยงานเจ้าของเรื่องของตนเอง เช่น กรมการขนส่งทางบก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมศุลกากร กรมปศุสัตว์ กรมสรรพากร สำนักงาน คปภ. กระทรวงศึกษาธิการ สภาวิชาชีพ และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งเรายึดข้อกำหนดของหน่วยงานนั้นเป็นหลักเสมอ /คนต่างด้าว|Foreign Business/i การเปิดบัญชีธนาคารในไทยขึ้นกับนโยบายรับลูกค้าของแต่ละธนาคาร โดยทั่วไปขอหนังสือเดินทาง วีซ่าที่ยังมีผล และหลักฐานที่อยู่ การแจ้งที่พักของคนต่างด้าว (ตม.30) เป็นหน้าที่ของเจ้าบ้านหรือผู้ให้ที่พัก ไม่ใช่ของผู้เข้าพักเอง ชาวต่างชาติที่พำนักในไทยตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปในปีภาษีถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่เพื่อการภาษีตามประมวลรัษฎากร การขอรับมรดกในต่างประเทศมักต้องใช้คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกที่ผ่านการรับรองและแปลแล้ว หากปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก เอกสารจะจบที่ Apostille ส่วนประเทศที่ไม่เป็นภาคีต้องผ่านสถานทูตปลายทางเพิ่มอีกชั้น กิจการที่ได้รับส่งเสริมจากบีโอไอมีเงื่อนไขเฉพาะราย และสิทธิประโยชน์เป็นไปตามบัตรส่งเสริมที่ออกให้ สอบถามรูปแบบไฟล์ที่ปลายทางรับได้ก่อน บางหน่วยงานรับเฉพาะฉบับกระดาษ บางแห่งรับไฟล์ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ เราให้คำปรึกษาเบื้องต้นเพื่อยืนยันว่าเส้นทางเอกสารที่เลือกตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางจริง ก่อนเสนอราคาและกำหนดเวลาที่ประเมินได้
หัวข้อ “บริการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) สำหรับธุรกิจบริการที่มีคนต่างชาติถือหุ้นเกิน 50%?” อยู่ในขอบเขตของบริการครบวงจรที่รวมการจัดเตรียมเอกสาร แปล รับรองลายมือชื่อ รับรองนิติกรณ์ และประสานงานกับคณะผู้แทนปลายทางไว้ในชุดเดียว ผู้ที่มักค้นหาเรื่องนี้ ได้แก่ ผู้ที่กำลังเตรียมยื่นคำร้องตามกำหนดเวลาที่แน่นอน ผู้ที่เคยถูกปฏิเสธเอกสารมาก่อนและต้องการทราบว่าพลาดขั้นตอนใด และฝ่ายบุคคลหรือผู้ประสานงานที่ต้องจัดเอกสารให้คนหลายคนพร้อมกัน
ในทางปฏิบัติ แต่ละขั้นตอนอยู่ภายใต้หน่วยงานคนละแห่ง ได้แก่ หน่วยงานผู้ออกเอกสาร ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ กรมการกงสุล และคณะผู้แทนทางการทูตของประเทศปลายทาง การรู้ว่าหน่วยงานใดรับผิดชอบขั้นตอนใด ช่วยให้ประเมินได้ว่าเอกสารชุดหนึ่งต้องผ่านกี่ขั้น และขั้นใดที่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ได้โดยไม่เริ่มใหม่
รายการนี้เป็นชุดตั้งต้น หน่วยงานผู้รับแต่ละแห่งอาจกำหนดเพิ่มเติม จึงควรยืนยันกับหน่วยงานปลายทางก่อนเสมอ
ระบุว่าเอกสารแต่ละฉบับต้องผ่านกี่ขั้น ใครเป็นผู้รับรอง และขั้นใดต้องเสร็จก่อน เพื่อไม่ให้เกิดการทำงานย้อนกลับ
ตรวจชื่อบุคคล ชื่อบริษัท ที่อยู่ และวันที่ ให้ตรงกันทั้งชุด ก่อนส่งเข้าสู่ขั้นตอนรับรอง
ต้นฉบับ → คำแปล → รับรองลายมือชื่อ/นิติกรณ์ → คณะผู้แทนปลายทาง การสลับลำดับทำให้ต้องเริ่มใหม่
ตรวจจำนวนชุด ตราประทับ การเย็บเล่ม และวันที่ออกเอกสารว่ายังอยู่ในอายุที่ปลายทางยอมรับ
| รูปแบบ | ใช้เมื่อใด |
|---|---|
| รับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรอง | ใช้กับเอกสารที่คู่กรณีจัดทำเอง เช่น หนังสือมอบอำนาจ คำให้การ หรือหนังสือยินยอม โดยผู้ลงนามต้องลงนามต่อหน้าทนาย |
| รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล | ใช้เมื่อหน่วยงานต่างประเทศต้องการการยืนยันลายมือชื่อและตราประทับของหน่วยราชการไทยหรือของคำแปล |
| รับรองที่คณะผู้แทนของประเทศปลายทาง | ใช้เมื่อประเทศปลายทางกำหนดให้สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของตนในประเทศไทยรับรองซ้ำหลังผ่านกรมการกงสุล |
| สถานะ Apostille ของประเทศไทย | ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวยังไม่มีการออก Apostille ในประเทศไทย |
หากคุณกำลังจัดการเรื่อง “บริการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) สำหรับธุรกิจบริการที่มีคนต่างชาติถือหุ้นเกิน 50%?” ให้เริ่มจากการยืนยันข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วจึงวางลำดับขั้นตอนการรับรองย้อนกลับจากวันกำหนดยื่นจริง