


ผู้เสียภาษีนิติบุคคลในไทยโดยทั่วไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี (ภ.ง.ด.51) และแบบประจำรอบระยะเวลาบัญชี (ภ.ง.ด.50) ต่อกรมสรรพากร โดยแบบประจำรอบยื่นพร้อมงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบ กำหนดเวลา อัตราภาษี และสิทธิลดหย่อนเป็นไปตามประมวลรัษฎากรและประกาศของกรมสรรพากรที่ใช้บังคับในขณะนั้น ควรยืนยันกับกรมสรรพากรทุกรอบ
| หน่วยงาน | กรมสรรพากร ตามประมวลรัษฎากร |
|---|---|
| แบบครึ่งรอบ | ภ.ง.ด.51 ยื่นภายในกำหนดเวลาหลังครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีตามที่ประกาศกำหนด |
| แบบประจำรอบ | ภ.ง.ด.50 ยื่นพร้อมงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบตามกำหนดเวลาที่ประกาศ |
| อนุสัญญาภาษีซ้อน | การใช้สิทธิต้องมีหลักฐานถิ่นที่อยู่ทางภาษีจากประเทศคู่สัญญาตามที่กรมสรรพากรกำหนด |
งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบสำหรับรอบที่ยื่น
ลงนามโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและกรรมการผู้มีอำนาจ
หลักฐานภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ถูกหักไว้ระหว่างรอบ
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามแบบของกรมสรรพากร
หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีของคู่สัญญาต่างประเทศ
คำแปลรับรอง และรับรองนิติกรณ์เมื่อกรมสรรพากรร้องขอ
สัญญาระหว่างบริษัทในกลุ่มที่มีผลต่อรายได้และรายจ่าย
คำแปลภาษาไทยของข้อความที่ใช้อ้างอิงในการคำนวณ
บริษัทยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลสองครั้งต่อรอบบัญชี ครั้งแรกคือแบบ ภ.ง.ด.51 ซึ่งเป็นการประมาณการกำไรสุทธิและชำระภาษีครึ่งรอบ ครั้งที่สองคือแบบ ภ.ง.ด.50 ซึ่งเป็นการยื่นจากผลประกอบการจริงทั้งปี ภาษีที่ชำระไว้ตาม ภ.ง.ด.51 และภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายนำมาเครดิตได้
การประมาณการต่ำกว่าความเป็นจริงเกินเกณฑ์ที่ประมวลรัษฎากรกำหนดอาจทำให้ต้องเสียเงินเพิ่ม บริษัทใหม่ที่ยังไม่มีข้อมูลย้อนหลังควรประมาณการจากแผนธุรกิจที่มีเอกสารสนับสนุน และบันทึกเหตุผลไว้
กำหนดเวลายื่นแต่ละแบบนับจากวันสิ้นรอบหรือครึ่งรอบตามที่กรมสรรพากรประกาศ และการยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์อาจมีกำหนดต่างจากการยื่นกระดาษ ควรตรวจปฏิทินภาษีของกรมสรรพากรทุกปี
อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลมาตรฐานกำหนดในประมวลรัษฎากรและพระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้อง ส่วนบริษัทขนาดย่อมที่เข้าเงื่อนไขทุนชำระแล้วและรายได้ตามที่กฎหมายกำหนดอาจได้อัตราขั้นบันได บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนอาจได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนตามบัตรส่งเสริม
เงื่อนไขเหล่านี้ตรวจสอบได้จากกรมสรรพากรและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หน้านี้ไม่ระบุตัวเลขอัตราไว้ตายตัว เพราะอัตราและเงื่อนไขเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศ
รายจ่ายที่ไม่มีใบกำกับภาษีหรือหลักฐานการจ่ายที่ชัดเจน รายจ่ายส่วนตัวของกรรมการ และค่าบริการที่จ่ายให้บริษัทแม่ในต่างประเทศโดยไม่มีสัญญาและหลักฐานการให้บริการจริง เป็นกลุ่มที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบ่อย
การจ่ายเงินไปต่างประเทศ เช่น ค่าสิทธิ ค่าบริการ หรือดอกเบี้ย มักมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายและอาจต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทนผู้ให้บริการต่างประเทศ ควรตรวจอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างไทยกับประเทศผู้รับเงินก่อนจ่าย
ประมวลรัษฎากรกำหนดรายจ่ายที่ห้ามนำมาหักในการคำนวณกำไรสุทธิ เช่น รายจ่ายส่วนตัว รายจ่ายที่ไม่มีผู้รับจริง รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการทำธุรกิจ เงินสำรองต่าง ๆ บางประเภท ค่ารับรองที่เกินเกณฑ์ และเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มทางภาษี รายจ่ายที่ใช้ร่วมกันระหว่างส่วนตัวกับบริษัท เช่น รถยนต์ หรือที่พัก ควรมีหลักเกณฑ์และหลักฐานชัดเจน
รายการระหว่างบริษัทในเครือหรือกับผู้ถือหุ้น เช่น เงินกู้ยืม ค่าบริการ หรือค่าสิทธิ ควรมีสัญญาและราคาที่สมเหตุสมผลตามหลักราคาตลาด และบริษัทที่เข้าเกณฑ์ต้องยื่นรายงานข้อมูลธุรกรรมระหว่างกันตามที่กรมสรรพากรกำหนด
ภ.ง.ด.51 เป็นการยื่นภาษีครึ่งรอบบัญชีโดยประมาณการกำไรสุทธิหรือใช้ผลจากงบครึ่งปีตามเงื่อนไข ภาษีที่ชำระจะนำไปเครดิตตอนยื่น ภ.ง.ด.50 ซึ่งเป็นการยื่นสิ้นรอบบัญชีจากงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว หากประมาณการกำไรขาดไปเกินกว่าที่กฎหมายยอมให้โดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจต้องเสียเงินเพิ่ม จึงควรประมาณการจากข้อมูลจริงอย่างระมัดระวัง
ผลขาดทุนสุทธิทางภาษีสามารถยกไปหักจากกำไรในรอบบัญชีถัดไปได้ภายในจำนวนปีที่กฎหมายกำหนด จึงควรเก็บหลักฐานการคำนวณไว้ตลอดช่วงนั้น ส่วนกรณีภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายหรือภาษีครึ่งปีมากกว่าภาษีที่ต้องเสียจริง บริษัทสามารถขอคืนภาษีได้ภายในกำหนดเวลา ซึ่งกรมสรรพากรอาจขอตรวจเอกสารประกอบก่อนอนุมัติ ควรเก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายฉบับจริงทุกใบไว้ให้ครบ
ระหว่างปี: แยกรายจ่ายส่วนตัวออกจากรายจ่ายบริษัท เก็บใบกำกับภาษีและหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่บริษัทถูกหักไว้ทุกใบ และติดตามรายการกับบริษัทในเครือให้มีสัญญาและเอกสารรองรับ
ก่อนยื่น ภ.ง.ด.51: ประมาณการกำไรจากผลประกอบการจริงครึ่งปีแรกและแนวโน้มครึ่งปีหลัง บันทึกเหตุผลของตัวเลขที่ใช้ไว้
ก่อนยื่น ภ.ง.ด.50: ปรับกำไรทางบัญชีเป็นกำไรทางภาษี โดยตรวจรายจ่ายต้องห้าม รายได้ที่ได้รับยกเว้น สิทธิประโยชน์จาก BOI หากมี และขาดทุนสะสมยกมา แล้วกระทบยอดภาษีที่ถูกหักไว้และภาษีครึ่งปีที่ชำระแล้ว
บริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนต้องยื่นแบบหรือไม่: ต้องยื่นตามปกติ แม้ได้รับยกเว้นภาษีสำหรับกิจการที่ได้รับส่งเสริม และต้องแยกรายได้รายจ่ายของกิจการที่ได้รับและไม่ได้รับส่งเสริมให้ชัดตามเงื่อนไขของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
ยื่นแบบออนไลน์ได้หรือไม่: กรมสรรพากรเปิดให้ยื่นแบบและชำระภาษีทางอินเทอร์เน็ต โดยต้องสมัครใช้บริการก่อน ควรเก็บหลักฐานการยื่นและการชำระไว้ทุกครั้ง
ถ้ายื่นแบบผิดควรทำอย่างไร: สามารถยื่นแบบเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขได้ตามหลักเกณฑ์ การแก้ไขเองก่อนถูกตรวจพบโดยทั่วไปดีกว่าปล่อยไว้
หากกรมสรรพากรออกหมายเรียกหรือหนังสือเชิญพบ ควรอ่านรายละเอียดว่าขอตรวจรอบบัญชีใดและเอกสารใด จดวันนัด และเตรียมเอกสารเป็นชุดตามรายการที่ระบุ ได้แก่ บัญชีแยกประเภท งบการเงิน แบบภาษี สัญญา และหลักฐานรายจ่ายสำคัญ หากต้องการเวลาเพิ่ม ให้ทำหนังสือขอเลื่อนพร้อมเหตุผลก่อนวันนัด ผู้ที่ไปพบเจ้าหน้าที่แทนบริษัทควรมีหนังสือมอบอำนาจ และควรให้ผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีที่รู้ข้อมูลเข้าร่วม การตอบคำถามด้วยข้อมูลที่มีหลักฐานและบันทึกสิ่งที่ส่งมอบไว้ทุกครั้งช่วยลดข้อโต้แย้งภายหลัง
เอกสารที่ควรเก็บคู่กับแบบ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 ได้แก่ งบการเงินที่ตรวจสอบแล้ว ตารางปรับกำไรทางบัญชีเป็นกำไรทางภาษี หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่บริษัทถูกหัก หลักฐานการชำระภาษี และเอกสารสิทธิประโยชน์ BOI หากมี เอกสารชุดนี้ช่วยตอบคำถามเจ้าหน้าที่ได้เร็วขึ้นเมื่อมีการตรวจ
ข้อมูลในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปจากกฎหมายและประกาศของหน่วยงานที่ระบุ ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะกรณี กฎหมาย อัตรา และกำหนดเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจกับกรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานประกันสังคมก่อนตัดสินใจ หากเรื่องมีผลกระทบสูง เช่น ถูกตรวจภาษี มีงบค้างหลายปี หรือมีธุรกรรมข้ามประเทศ ควรให้ผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีที่มีใบอนุญาตพิจารณาเอกสารจริงของท่าน

ข้อมูล ณ 2026-08-04 เงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบก่อนดำเนินการ
เอกสารที่ต้องใช้และระยะเวลาขึ้นกับหน่วยงานหรือสาขาปลายทางของแต่ละกรณี สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันรายการก่อนเดินทางไปยื่น