กรณีศึกษา: ที่อยู่ตาม ตม.30 ไม่ตรงกับที่พักจริง ทำให้เรื่องอยู่ต่อสะดุด
เจ้าบ้าน เจ้าของ หรือผู้จัดการที่พัก มีหน้าที่แจ้งที่พักของคนต่างด้าวตามแบบ ตม.30 เมื่อที่อยู่ในระบบไม่ตรงกับที่พักจริง เจ้าหน้าที่มักให้แก้ไขข้อมูลก่อนพิจารณาคำขออยู่ต่อหรือรายงานตัว 90 วัน จึงควรแจ้งทุกครั้งที่ย้ายที่พักหรือกลับเข้าประเทศ
สถานการณ์ตั้งต้น
ชาวต่างชาติที่ย้ายคอนโดกลางปีและใช้ที่อยู่เดิมในเอกสาร
ผู้ใช้บริการย้ายที่พักโดยไม่มีการแจ้งใหม่ และเมื่อยื่นคำขออยู่ต่อ ที่อยู่ในระบบยังเป็นที่พักเดิม ทำให้ต้องกลับไปดำเนินการแจ้งที่พักก่อน
จุดที่ทำให้เรื่องติด
- เข้าใจว่าเป็นหน้าที่ของผู้เช่าฝ่ายเดียว จึงไม่ได้ประสานกับเจ้าของห้อง
- ไม่มีสำเนาเอกสารสิทธิ์ของเจ้าบ้านสำหรับการแจ้ง
- ที่อยู่ในสัญญาเช่า ใบแจ้งหนี้ และเอกสารยื่นไม่ตรงกัน
ลำดับงานที่เราดำเนินการ
- ระบุผู้มีหน้าที่แจ้งตามข้อเท็จจริงของที่พัก (เจ้าบ้าน เจ้าของ หรือผู้จัดการ)
- รวบรวมเอกสารสิทธิ์ที่พักและเอกสารประจำตัวของผู้แจ้ง
- แจ้งที่พักใหม่ผ่านช่องทางที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด
- จัดที่อยู่ในสัญญาเช่า เอกสารการงาน และคำขออยู่ต่อ ให้เป็นชุดเดียวกัน
- เก็บหลักฐานการแจ้งไว้ยื่นควบคู่กับคำขอครั้งถัดไป
ผลลัพธ์
ข้อมูลที่พักในระบบตรงกับที่พักจริง และคำขออยู่ต่อเดินหน้าต่อได้ในรอบเดียวกัน
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าว (ตม.30)
- แบบแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย (แบบ ตม.30) ที่กรอกโดยเจ้าบ้าน ผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรม
- สำเนาหนังสือเดินทางของคนต่างด้าว หน้าข้อมูลส่วนบุคคล หน้าวีซ่า และตราประทับขาเข้าครั้งล่าสุด
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของเจ้าบ้าน หรือหนังสือรับรองนิติบุคคลกรณีเจ้าของเป็นบริษัท
- หลักฐานสิทธิในเคหสถาน เช่น โฉนด สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
- หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชน กรณีให้ผู้อื่นยื่นแทนเจ้าบ้าน
รายการนี้อ้างอิงจากข้อกำหนดที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบประกาศไว้ ณ วันที่ตรวจสอบ หน่วยงานอาจปรับเปลี่ยนเงื่อนไขได้ กรุณายืนยันกับต้นทางก่อนเดินทางไปยื่นเอกสาร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ · 2026-08-14 · แหล่งอ้างอิง
ขั้นตอนการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าว (ตม.30)
- ระบุผู้มีหน้าที่แจ้ง ซึ่งตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองคือเจ้าบ้าน เจ้าของ หรือผู้ครอบครองเคหสถานที่คนต่างด้าวเข้าพัก
- รวบรวมข้อมูลผู้เข้าพัก ได้แก่ ชื่อ-สกุล สัญชาติ เลขหนังสือเดินทาง วันที่เข้าพัก และที่ตั้งของเคหสถาน
- เลือกช่องทางการแจ้ง ระหว่างการยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ ทางไปรษณีย์ หรือระบบแจ้งที่พักออนไลน์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
- กรณีใช้ระบบออนไลน์ ต้องลงทะเบียนบัญชีเจ้าบ้าน/ผู้ประกอบการและยืนยันตัวตนตามที่ระบบกำหนดก่อนแจ้งครั้งแรก
- แจ้งภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดนับแต่วันที่คนต่างด้าวเข้าพัก
- เก็บหลักฐานการรับแจ้งไว้ เพราะเป็นเอกสารที่ใช้ประกอบการขออยู่ต่อ การรายงานตัว 90 วัน และการขอใบอนุญาตทำงาน
- แจ้งใหม่ทุกครั้งที่คนต่างด้าวเปลี่ยนที่พัก หรือกลับเข้ามาพักหลังเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
ขั้นตอนด้านล่างเรียบเรียงจากแนวปฏิบัติที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบเผยแพร่เอง พร้อมระบุแหล่งที่มาและวันที่ตรวจสอบ รายละเอียดบางขั้นตอนขึ้นกับกรณีและอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ · 2026-08-14 · แหล่งอ้างอิง
ข้อควรระวังครั้งต่อไป
- แจ้งที่พักทุกครั้งที่ย้าย และทุกครั้งที่กลับเข้าประเทศตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ
- เก็บหลักฐานการแจ้งไว้เสมอ เพราะมักถูกขอในขั้นตอนอื่น
- ให้ที่อยู่ในทุกเอกสารตรงกันก่อนเข้าเคาน์เตอร์
คำถามที่พบบ่อยจากเคสนี้
- พักโรงแรมต้องแจ้งเองไหม
- โดยทั่วไปผู้ประกอบการที่พักเป็นผู้แจ้ง แต่ควรขอหลักฐานการแจ้งเก็บไว้ด้วย
- เกี่ยวข้องกับรายงานตัว 90 วันอย่างไร
- เป็นคนละเรื่องกัน แต่ข้อมูลที่อยู่ต้องสอดคล้องกัน มิฉะนั้นการรายงานตัวอาจถูกตีกลับ
ไม่อยากเดินเรื่องเอง?
ทีมงานของเราทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาตั้งแต่ตรวจเอกสารฉบับแรก วางลำดับหน่วยงานที่ต้องผ่าน ไปจนถึงรับ-ส่งเอกสารแทน ด้วยทีมทนายผู้ทำคำรับรองที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความและขั้นตอนตรวจทานสองชั้น เราชี้จุดที่มักถูกตีกลับให้คุณก่อนยื่น เพื่อไม่ให้เสียเวลาเดินซ้ำหลายรอบ
อ่านต่อ
- กรณีศึกษา: เดินทางออกนอกประเทศโดยไม่ทำ Re-entry Permit ทำให้การอนุญาตให้อยู่ต่อสิ้นสุด
- กรณีศึกษา: พลาดกำหนดรายงานตัว 90 วัน และวิธีจัดระบบไม่ให้พลาดซ้ำ
- กรณีศึกษา: ลำดับเอกสาร Non-B กับใบอนุญาตทำงานที่สลับกันไม่ได้
- กรณีศึกษา: จัดชุดหลักฐานสำหรับวีซ่าพำนักระยะยาว (LTR) ให้สอดคล้องกันทั้งชุด
- บริการด้านวีซ่า
- ที่ปรึกษากฎหมาย
ตรวจทานข้อมูลล่าสุด: 2026-08-11