


ธุรกิจที่คนต่างด้าวจะประกอบในไทยต้องเทียบกับบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ก่อน บัญชีหนึ่งเป็นกิจกรรมที่ห้าม ส่วนบัญชีสองและสามต้องได้รับอนุญาตหรือหนังสือรับรองตามกรณี คำขอยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เอกสารของบริษัทแม่และหนังสือมอบอำนาจที่ทำในต่างประเทศต้องผ่านโนตารีและการรับรองของสถานทูตไทย พร้อมคำแปลภาษาไทย
| กฎหมายหลัก | พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 พร้อมบัญชีหนึ่ง สอง และสาม ท้ายพระราชบัญญัติ |
|---|---|
| ผู้รับคำขอ | กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โดยคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพิจารณาในกรณีที่กฎหมายกำหนด |
| ทางเลือกแทนการขอ FBL | บางกรณีใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือการส่งเสริมการลงทุนของ BOI แล้วขอหนังสือรับรองแทน ต้องตรวจเงื่อนไขเป็นรายกรณี |
| เอกสารจากต่างประเทศ | หนังสือรับรองบริษัทแม่ งบการเงิน และหนังสือมอบอำนาจ ต้องผ่านโนตารีและการรับรองของสถานทูตไทย พร้อมคำแปลไทย |
| ทุนขั้นต่ำและค่าธรรมเนียม | กำหนดโดยกฎหมายลำดับรองและประกาศของหน่วยงาน ซึ่งแก้ไขได้ จึงไม่ระบุตัวเลขในหน้านี้ — ตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า |
| ผลต่อการจ้างงานต่างชาติ | ขอบเขตธุรกิจที่ได้รับอนุญาตเป็นข้อมูลที่กรมการจัดหางานใช้ประกอบการพิจารณาใบอนุญาตทำงาน |
หนังสือรับรองการจดทะเบียนของบริษัทผู้ยื่นและบริษัทแม่
ฉบับต่างประเทศต้องผ่านโนตารีและสถานทูตไทย พร้อมคำแปลไทย
รายละเอียดกิจกรรมธุรกิจและแผนการดำเนินงาน
จัดทำเป็นภาษาไทยและต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้
งบการเงินหรือหลักฐานฐานะทางการเงิน
หากออกในต่างประเทศต้องแปลและรับรองตามช่องทางที่หน่วยงานยอมรับ
หนังสือเดินทางหรือเอกสารตัวตนของกรรมการ
สำเนารับรอง พร้อมคำแปลไทยเมื่อเจ้าหน้าที่เรียก
หนังสือมอบอำนาจให้ผู้ดำเนินการแทน
หากลงนามนอกประเทศไทยต้องผ่านโนตารีและสถานทูตไทยก่อนใช้
มีสองเส้นทางหลัก เส้นทางแรกคือขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวซึ่งต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ เส้นทางที่สองคือขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจสำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิจากกฎหมายอื่น เช่น บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน หรือผู้ได้รับสิทธิตามสนธิสัญญาไมตรีไทย–สหรัฐฯ
คำขอใบอนุญาตต้องอธิบายว่าธุรกิจเป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างไร เช่น การจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือการลงทุน และต้องเป็นไปตามทุนขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด
พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 แบ่งธุรกิจที่จำกัดสำหรับคนต่างด้าวเป็นบัญชีหนึ่ง สอง และสาม บัญชีหนึ่งเป็นธุรกิจที่ห้ามคนต่างด้าวประกอบ บัญชีสองต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ส่วนบัญชีสามซึ่งรวมงานบริการจำนวนมาก ขอใบอนุญาตต่ออธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยความเห็นของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
หากบริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI หรือประกอบธุรกิจภายใต้สนธิสัญญาที่ประเทศไทยเป็นภาคี เช่น สนธิสัญญาไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย–สหรัฐอเมริกา โดยทั่วไปจะขอ "หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว" ตามมาตรา 12 แทนใบอนุญาต ขั้นตอนและเอกสารต่างกัน จึงควรระบุเส้นทางให้ถูกตั้งแต่ต้น
ธุรกิจที่ไม่อยู่ในบัญชีท้ายกฎหมายไม่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายฉบับนี้ แต่ยังอาจต้องมีใบอนุญาตเฉพาะเรื่องจากหน่วยงานอื่น เช่น อย. การท่องเที่ยว หรือกรมศุลกากร การตรวจว่ากิจการของคุณอยู่บัญชีใดจึงควรดูจากคำบรรยายกิจกรรมจริง ไม่ใช่ชื่อธุรกิจ
ตามแนวทางที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยแพร่ การพิจารณาคำขอบัญชีสามคำนึงถึงประโยชน์ต่อประเทศ เช่น การถ่ายทอดเทคโนโลยี การจ้างแรงงานไทย การใช้วัตถุดิบหรือบริการในประเทศ และผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยในธุรกิจเดียวกัน คำชี้แจงที่ดีจึงอธิบายสิ่งเหล่านี้ด้วยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ถ้อยคำทั่วไป
เอกสารที่มักต้องใช้ ได้แก่ หนังสือรับรองนิติบุคคล บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หลักฐานการนำเงินทุนเข้ามาในประเทศ แผนธุรกิจ แผนที่ตั้งสำนักงาน และหนังสือมอบอำนาจ เอกสารจากต่างประเทศต้องแปลและรับรองตามที่หน่วยงานกำหนด ก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ใช้การรับรองโดยกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูต หลังจากนั้นเอกสารจากประเทศภาคีอนุสัญญาจะใช้ Apostille ได้
หลังได้รับใบอนุญาตแล้วยังมีเงื่อนไขต่อเนื่อง เช่น การคงทุนขั้นต่ำตามกฎหมาย การแจ้งเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ และการยื่นงบการเงิน การละเลยเงื่อนไขเหล่านี้อาจกระทบต่อสถานะใบอนุญาต
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการบรรยายกิจกรรมกว้างเกินไป เช่น "ให้บริการให้คำปรึกษาทุกประเภท" ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถประเมินประโยชน์และผลกระทบได้ การบรรยายที่ดีระบุว่าใครคือลูกค้า บริการคืออะไร ส่งมอบอย่างไร และต่างจากผู้ให้บริการไทยที่มีอยู่อย่างไร
อีกเรื่องคือการถือหุ้นผ่านคนไทยเพื่อให้บริษัทไม่เป็นคนต่างด้าว หากคนไทยเหล่านั้นไม่ได้ลงทุนจริง กฎหมายถือเป็นการกระทำแทนคนต่างด้าวซึ่งมีโทษทั้งผู้ถือหุ้นแทนและผู้ให้ถือ ทางเลือกที่ถูกต้องคือขอใบอนุญาต หนังสือรับรอง หรือปรับโครงสร้างธุรกิจให้อยู่นอกบัญชีอย่างแท้จริง
ก่อนยื่นควรตอบให้ได้ว่า บริษัทจะจ้างคนไทยกี่ตำแหน่งและตำแหน่งใด ความรู้หรือเทคโนโลยีอะไรจะถ่ายทอดให้พนักงานไทย ทุนนำเข้ามาจากที่ใดและมีหลักฐานธนาคารหรือไม่ และสำนักงานตั้งอยู่ที่ใดพร้อมเอกสารสิทธิหรือสัญญาเช่า คำตอบเหล่านี้ควรตรงกันในแผนธุรกิจ งบประมาณ และเอกสารประกอบทุกชุด
ข้อความของกฎหมายและบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาและเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งมีคู่มือประชาชน แบบคำขอ และรายการเอกสารฉบับปัจจุบัน ก่อนยื่นควรเปิดเอกสารฉบับล่าสุดจากแหล่งเหล่านี้ เพราะรายละเอียดเช่นแบบฟอร์มและช่องทางยื่นอาจเปลี่ยนได้
สถานะนิติบุคคลและรายชื่อกรรมการของบริษัทตรวจได้จากระบบข้อมูลนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การตรวจสถานะคู่ค้าหรือบริษัทที่จะร่วมลงทุนจากแหล่งนี้ก่อนลงนามสัญญาเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่ทำได้ทันที
หากข้อมูลในคู่มือนี้ต่างจากที่หน่วยงานแจ้งในวันที่คุณยื่น ให้ถือตามที่หน่วยงานแจ้ง และเก็บหลักฐานคำแนะนำนั้นไว้
เริ่มจากทบทวนกิจกรรมจริงของบริษัทเพื่อระบุว่าอยู่บัญชีใด หรือเข้าเส้นทางหนังสือรับรองได้หรือไม่ จากนั้นจัดทำรายการเอกสาร ตรวจความสอดคล้องของตัวเลขและชื่อในทุกเอกสาร ประสานงานแปลและรับรองเอกสารจากต่างประเทศ และเตรียมคำชี้แจงประกอบคำขอ ผลการพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงาน เราแจ้งความคืบหน้าและคำขอข้อมูลเพิ่มจากเจ้าหน้าที่ให้ทราบทุกครั้ง

ข้อมูล ณ 2026-08-04 เงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบก่อนดำเนินการ
เอกสารที่ต้องใช้และระยะเวลาขึ้นกับหน่วยงานหรือสาขาปลายทางของแต่ละกรณี สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันรายการก่อนเดินทางไปยื่น