ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บิดามารดาที่สมรสกันมีอำนาจปกครองบุตรที่อายุต่ำกว่า 20 ปีร่วมกัน เมื่อหย่าโดยความยินยอม ต้องทำความตกลงเป็นหนังสือว่าฝ่ายใดเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง หากตกลงกันไม่ได้หรือหย่าโดยคำพิพากษา ศาลเยาวชนและครอบครัวจะชี้ขาดโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก ส่วนบิดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับมารดา ยังไม่เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายจนกว่าจะจดทะเบียนรับรองบุตรหรือศาลมีคำพิพากษา ระหว่างนั้นมารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแต่ผู้เดียว
ตรวจทานข้อมูลล่าสุด: 2026-10-04 · ข้อมูลนี้เป็นภาพรวมทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี
อำนาจปกครองบุตรตามกฎหมายไทยคืออะไร
กฎหมายไทยไม่ได้ใช้คำว่า custody แบบกฎหมายต่างประเทศ แต่ใช้หลักเรื่องอำนาจปกครองตามบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิกำหนดที่อยู่ของบุตร ทำโทษบุตรตามสมควรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน ให้บุตรทำการงานตามสมควรแก่ความสามารถและฐานานุรูป เรียกบุตรคืนจากบุคคลอื่นที่กักบุตรไว้โดยมิชอบ และจัดการทรัพย์สินของบุตร อำนาจปกครองมีอยู่จนบุตรอายุครบ 20 ปี หรือบรรลุนิติภาวะก่อนหน้านั้นด้วยการสมรส
อำนาจปกครองแยกจากหน้าที่อุปการะเลี้ยงดู บิดาหรือมารดาที่ไม่ได้เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองยังมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรจนบรรลุนิติภาวะ และศาลสั่งให้จ่ายค่าเลี้ยงดูได้ไม่ว่าใครเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง นอกจากนี้สิทธิติดต่อหรือเยี่ยมบุตรก็แยกต่างหาก ฝ่ายที่ไม่มีอำนาจปกครองยังมีสิทธิติดต่อกับบุตรได้ตามสมควร และศาลกำหนดเงื่อนไขได้
สำหรับครอบครัวข้ามชาติ ความแตกต่างนี้สำคัญมาก เพราะหน่วยงานต่างประเทศมักขอหลักฐาน sole custody หรือ legal custody สิ่งที่ต้องใช้จริงมักเป็นเอกสารที่แสดงว่าใครเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองตามกฎหมายไทย เช่น บันทึกข้อตกลงหย่าที่จดทะเบียนแล้ว คำพิพากษาศาล หรือสูติบัตรพร้อมทะเบียนรับรองบุตร พร้อมคำแปลที่รับรองความถูกต้อง
ใครเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองในกรณีที่พบบ่อย
- บิดามารดาสมรสกัน: มีอำนาจปกครองร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นคนไทย ต่างชาติ หรือต่างสัญชาติกัน
- หย่าโดยความยินยอมที่สำนักทะเบียน: บันทึกข้อตกลงหย่าต้องระบุว่าใครเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรแต่ละคน
- หย่าโดยคำพิพากษา: ศาลเป็นผู้ชี้ขาดว่าใครเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง โดยคำนึงถึงความผาสุกและประโยชน์ของบุตร
- บุตรที่เกิดจากบิดามารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส: มารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแต่ผู้เดียว บิดาจะมีสิทธิเมื่อจดทะเบียนรับรองบุตรโดยมารดาและบุตรยินยอม หรือศาลมีคำพิพากษา
- บิดาหรือมารดาถึงแก่ความตาย: ฝ่ายที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง
- ไม่มีบิดามารดาหรือไม่เหมาะสม: ญาติหรืออัยการร้องขอให้ศาลตั้งผู้ปกครองได้
บิดาต่างชาติที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสและการรับรองบุตร
คดีข้ามชาติจำนวนมากเป็นกรณีบิดาต่างชาติไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาคนไทย แม้ชื่อบิดาจะปรากฏในสูติบัตร ก็ยังไม่ทำให้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีอำนาจปกครอง บิดาต้องจดทะเบียนรับรองบุตรที่สำนักทะเบียน ซึ่งต้องได้รับความยินยอมจากมารดาและบุตรเมื่อบุตรสามารถให้ความยินยอมได้ หรือยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวเมื่อไม่ได้รับความยินยอมหรือบุตรยังให้ความยินยอมไม่ได้
ในคดีขอรับรองบุตร บิดาอาจขอให้ศาลกำหนดให้ตนเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองทั้งหมดหรือร่วมกับมารดาได้ด้วย ศาลจะพิจารณาความสัมพันธ์กับบุตร การดูแล และความผาสุกของบุตร หลักฐานที่มักใช้ ได้แก่ หลักฐานการส่งเสียเลี้ยงดู ภาพถ่าย ประวัติการเรียน และผลตรวจดีเอ็นเอในกรณีที่เหมาะสม
เอกสารต่างประเทศที่ใช้ในกระบวนการ เช่น หนังสือเดินทาง สูติบัตร หรือหนังสือรับรองความเป็นโสดของบิดา โดยทั่วไปต้องรับรองในประเทศที่ออกเอกสาร รับรองที่สถานทูตไทยในประเทศนั้น และแปลเป็นภาษาไทยพร้อมรับรองคำแปล อนุสัญญาอะพอสติลจะมีผลกับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนหน้านั้นยังต้องใช้วิธีรับรองผ่านสถานทูต
คดีที่ศาลเยาวชนและครอบครัว
ข้อพิพาทเรื่องอำนาจปกครอง การเปลี่ยนผู้ใช้อำนาจปกครอง ค่าอุปการะเลี้ยงดู และสิทธิติดต่อบุตร พิจารณาที่ศาลเยาวชนและครอบครัว หลักสำคัญตลอดกระบวนการคือประโยชน์สูงสุดของเด็ก ศาลอาจให้นักสังคมสงเคราะห์จัดทำรายงาน รับฟังความเห็นของเด็กตามความเหมาะสม และส่งเสริมให้ไกล่เกลี่ยก่อนสืบพยาน
อำนาจปกครองไม่ได้กำหนดตายตัวตลอดไป ถ้าผู้ใช้อำนาจปกครองเป็นคนไร้ความสามารถ ใช้อำนาจปกครองโดยมิชอบ หรือประพฤติชั่วร้าย ญาติหรืออัยการอาจร้องขอให้ศาลถอนหรือเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครองได้ และเมื่อพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไปมาก บิดาหรือมารดาก็ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเดิมได้
คำพิพากษาเรื่องอำนาจปกครองจากศาลต่างประเทศไม่มีผลบังคับในไทยโดยอัตโนมัติ ในทางปฏิบัติจะใช้คำพิพากษาต่างประเทศเป็นพยานหลักฐานประกอบคำร้องในศาลไทย และศาลไทยจะวินิจฉัยใหม่โดยคำนึงถึงประโยชน์ของเด็ก ในทางกลับกัน คำพิพากษาศาลไทยอาจต้องผ่านกระบวนการรับรองในประเทศปลายทางเช่นกัน
หนังสือเดินทาง หนังสือยินยอม และการย้ายไปต่างประเทศ
การทำหนังสือเดินทางให้บุตรอายุต่ำกว่า 20 ปี กรมการกงสุลโดยทั่วไปกำหนดให้บิดาและมารดาให้ความยินยอมทั้งสองฝ่าย หรือให้ฝ่ายที่มีอำนาจปกครองแต่ผู้เดียวแสดงหลักฐาน เช่น ทะเบียนหย่า คำสั่งศาล หรือสถานะการรับรองบุตร ฝ่ายที่มาด้วยตนเองไม่ได้มักต้องลงนามหนังสือยินยอม และถ้าลงนามในต่างประเทศอาจต้องรับรองลายมือชื่อ
เมื่อบุตรเดินทางกับบิดาหรือมารดาเพียงฝ่ายเดียวหรือกับบุคคลอื่น สายการบินและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองต่างประเทศมักขอหนังสือยินยอมให้เดินทางจากฝ่ายที่ไม่ได้เดินทางด้วย ถ้าฝ่ายเดียวเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง ควรพกสำเนารับรองและคำแปลเอกสารที่แสดงสิทธินั้นไปด้วย
การย้ายบุตรไปอยู่ต่างประเทศถาวรโดยอีกฝ่ายไม่ยินยอม อาจถือเป็นการพาเด็กไปโดยมิชอบ หากอีกฝ่ายมีสิทธิในการดูแลบุตรด้วย ก่อนย้าย ทางที่ปลอดภัยคือทำข้อตกลงเป็นหนังสือระหว่างบิดามารดา หรือขอคำสั่งศาลที่อนุญาตการย้ายอย่างชัดเจนพร้อมกำหนดวิธีติดต่อบุตร
การพาเด็กไปต่างประเทศโดยมิชอบและอนุสัญญากรุงเฮก
ไทยเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1980 ว่าด้วยแง่มุมทางแพ่งของการลักพาตัวเด็กข้ามชาติ ใช้ระหว่างไทยกับรัฐภาคีที่ยอมรับการภาคยานุวัติของไทย สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีที่ถูกพาไปหรือกักไว้ในอีกรัฐโดยมิชอบ ไทยอนุวัติการผ่านพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีลักพาตัวเด็กข้ามชาติทางแพ่ง พ.ศ. 2555
ผู้ประสานงานกลางของไทยคือสำนักงานอัยการสูงสุด บิดาหรือมารดาที่ถูกพาบุตรไปอาจยื่นคำร้องขอให้ส่งเด็กกลับ หรือขอจัดการเรื่องสิทธิติดต่อบุตร ความรวดเร็วสำคัญมาก ถ้าเริ่มดำเนินการหลังจากเด็กถูกพาไปเกินหนึ่งปี ศาลอาจไม่สั่งให้ส่งกลับหากพิสูจน์ได้ว่าเด็กปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่แล้ว
ถ้าประเทศปลายทางไม่มีความสัมพันธ์ตามอนุสัญญากับไทย การขอให้ส่งเด็กกลับขึ้นอยู่กับกฎหมายและกระบวนการศาลของประเทศนั้น ซึ่งมักใช้เวลานานและคาดการณ์ได้ยากกว่า การวางแผนป้องกันก่อนเดินทางจึงสำคัญมาก
เอกสารที่มักต้องใช้
- สูติบัตร ทะเบียนบ้าน และหนังสือเดินทางของบุตร
- ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า และบันทึกข้อตกลงหย่า หรือคำพิพากษาศาล
- ทะเบียนรับรองบุตรหรือคำพิพากษา กรณีบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรส
- บัตรประชาชนและหนังสือเดินทางของบิดามารดา
- หลักฐานการดูแลและส่งเสียเลี้ยงดู เช่น ประวัติการเรียน ประวัติการรักษา หลักฐานการโอนเงิน
- เอกสารต่างประเทศที่รับรองในประเทศที่ออก รับรองที่สถานทูตไทย และแปลเป็นภาษาไทยพร้อมรับรองคำแปล
เราช่วยอะไรได้บ้าง
- ตรวจเอกสารเพื่อระบุว่าปัจจุบันใครเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองตามกฎหมายไทย
- ร่างหรือตรวจข้อตกลงเรื่องอำนาจปกครองในบันทึกการหย่า รวมถึงสิทธิติดต่อ ค่าเลี้ยงดู และการเดินทางต่างประเทศ
- เตรียมการจดทะเบียนรับรองบุตร และคำร้องต่อศาลเรื่องอำนาจปกครอง ค่าเลี้ยงดู หรือสิทธิติดต่อบุตร
- จัดทำหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางและคำแปลรับรอง พร้อมรับรองโดย Notary และรับรองที่กงสุลเมื่อจำเป็น
- ประสานกับทนายความต่างประเทศเมื่อต้องดำเนินคดีหรือขอรับรองคำพิพากษาในประเทศอื่น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เข้าใจว่ามีชื่อบิดาในสูติบัตรแล้วจะมีอำนาจปกครองทันที
- เขียนบันทึกข้อตกลงหย่าไม่ชัดเรื่องการเดินทางและการย้ายไปต่างประเทศ
- ใช้คำสั่งศาลต่างประเทศโดยไม่ยื่นคำร้องต่อศาลไทย
- ยื่นคำร้องขอให้ส่งเด็กกลับตามอนุสัญญากรุงเฮกช้ากว่าหนึ่งปี
- พาบุตรเดินทางโดยไม่มีหลักฐานความยินยอมหรือหลักฐานอำนาจปกครองแต่ผู้เดียว
ขอบเขตบทบาทของเรา
เราให้บริการเตรียมเอกสาร แปล รับรอง และสนับสนุนด้านกฎหมายครอบครัวไทย ประเด็นที่อยู่ภายใต้กฎหมายต่างประเทศควรยืนยันกับทนายความที่มีใบอนุญาตในประเทศนั้น
คำวินิจฉัยของศาลเกี่ยวกับเด็กขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและประโยชน์สูงสุดของเด็ก เราจึงไม่สามารถยืนยันผลลัพธ์ใดล่วงหน้าได้
คำถามที่พบบ่อย
มีชื่อบิดาในสูติบัตรแล้ว บิดามีอำนาจปกครองหรือไม่
ไม่มี ถ้าบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรส บิดาต้องจดทะเบียนรับรองบุตรหรือได้คำพิพากษาก่อนจึงเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย
บิดาหรือมารดาต่างชาติขออำนาจปกครองในไทยได้หรือไม่
ได้ สัญชาติไม่ใช่ข้อห้าม ศาลพิจารณาจากประโยชน์สูงสุดของเด็ก เช่น การดูแล ความมั่นคง และความสัมพันธ์กับแต่ละฝ่าย
คำสั่งศาลต่างประเทศเรื่องอำนาจปกครองใช้ในไทยได้หรือไม่
ไม่มีผลบังคับโดยอัตโนมัติ ใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบคำร้องในศาลไทย และศาลไทยจะวินิจฉัยเอง
ฝ่ายหนึ่งพาบุตรไปอยู่ต่างประเทศถาวรได้หรือไม่
ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหรือมีคำสั่งศาล ถ้าทั้งสองฝ่ายมีสิทธิดูแลบุตร มิฉะนั้นอาจเป็นการพาเด็กไปโดยมิชอบตามอนุสัญญากรุงเฮก
ไม่มีอำนาจปกครองแล้ว ยังต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรหรือไม่
ยังต้องจ่าย บิดามารดาทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรจนบรรลุนิติภาวะ ไม่ว่าใครเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง
แหล่งอ้างอิงทางการ
บริการที่เกี่ยวข้อง
ตรวจสอบสิทธิในตัวบุตรก่อนเดินทางหรือยื่นเรื่อง
ส่งเอกสารครอบครัวให้เรา เราจะอธิบายสถานะทางกฎหมายปัจจุบันและเอกสารที่ประเทศปลายทางต้องการ
ติดต่อทีมงาน
