ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก
Apostille 2026 พร้อมแล้ว · จองล่วงหน้า ลด 20% →
Skip to content
ล่ามในชั้นศาลและการประชุมทางกฎหมาย

ล่ามในการพิจารณาคดีของศาลไทย — ใครมีสิทธิได้ล่าม ใครเป็นผู้จัดหา และเอกสารต้องแปลอย่างไร

คำตอบโดยสรุป

ศาลไทยดำเนินกระบวนพิจารณาเป็นภาษาไทย หากคู่ความหรือพยานไม่เข้าใจภาษาไทย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งกำหนดให้มีล่ามแปลในการพิจารณา ล่ามต้องสาบานหรือปฏิญาณตนก่อนทำหน้าที่ ส่วนเอกสารภาษาต่างประเทศที่อ้างเป็นพยานหลักฐานต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยยื่นประกอบ ศาลเป็นผู้อนุญาตและกำกับการทำหน้าที่ของล่ามในแต่ละคดี

ข้อเท็จจริงหลักและหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ล่ามในการพิจารณาคดีของศาลไทย — ใครมีสิทธิได้ล่าม ใครเป็นผู้จัดหา และเอกสารต้องแปลอย่างไร
ภาษาที่ใช้ในศาลภาษาไทย เอกสารภาษาต่างประเทศที่อ้างอิงต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยยื่นประกอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46
ฐานกฎหมายเรื่องล่าม (คดีอาญา)ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13 กำหนดให้จัดหาล่ามเมื่อผู้ต้องหา จำเลย หรือพยานไม่สามารถพูดหรือเข้าใจภาษาไทย
การสาบานตนของล่ามล่ามต้องสาบานหรือปฏิญาณว่าจะแปลให้ถูกต้องก่อนปฏิบัติหน้าที่ในห้องพิจารณา
ใครเป็นผู้จัดหาผันแปรตามคดีและศาล — ศาลอาจจัดล่ามให้ หรือคู่ความเสนอล่ามต่อศาลเพื่อขออนุญาต ควรสอบถามงานธุรการของศาลที่นัดพิจารณาล่วงหน้า
คุณสมบัติล่ามไม่มีระบบใบอนุญาตล่ามศาลแบบทั่วไปในประเทศไทย ศาลพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายกรณี

รายการเอกสารและการรับรองที่เกี่ยวข้อง

  • หมายนัด / หมายเรียกของศาล ที่ระบุวันเวลาและห้องพิจารณา

    ไม่ต้องรับรอง ใช้ประกอบการเตรียมล่าม

  • สำเนาคำฟ้อง คำให้การ หรือเอกสารสำนวนเท่าที่คู่ความมีสิทธิเข้าถึง

    ไม่ต้องรับรอง แต่ช่วยให้ล่ามเตรียมศัพท์เฉพาะคดี

  • เอกสารพยานหลักฐานที่เป็นภาษาต่างประเทศ

    ต้องมีคำแปลภาษาไทยยื่นประกอบต่อศาล

  • หนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวของผู้ที่ต้องใช้ล่าม

    แสดงต่อเจ้าหน้าที่หน้าห้องพิจารณาเมื่อถูกเรียก

ขั้นตอนดำเนินการ

  1. แจ้งความจำเป็นเรื่องล่ามต่อศาลล่วงหน้า: แจ้งทนายความหรืองานธุรการของศาลทันทีที่ทราบวันนัด ระบุภาษาและสำเนียงที่ต้องใช้ เพราะบางภาษามีล่ามจำกัดและอาจต้องเลื่อนนัดหากจัดหาไม่ทัน
  2. ยืนยันว่าศาลจัดล่ามให้ หรือคู่ความต้องเสนอล่ามเอง: แนวปฏิบัติต่างกันไปในแต่ละศาลและประเภทคดี ควรได้คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรหรือบันทึกชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ให้ข้อมูลไว้
  3. เตรียมคำแปลเอกสารภาษาต่างประเทศให้ครบก่อนวันนัด: เอกสารที่อ้างเป็นพยานหลักฐานต้องมีคำแปลภาษาไทย การยื่นเอกสารโดยไม่มีคำแปลอาจทำให้ศาลไม่รับไว้พิจารณาในนัดนั้น
  4. บรีฟล่ามเรื่องศัพท์เฉพาะและข้อเท็จจริงของคดี: ส่งรายชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ ตัวเลข และศัพท์เทคนิคให้ล่ามล่วงหน้า ล่ามมีหน้าที่แปลให้ตรง ไม่ใช่สรุปหรือให้ความเห็น การบรีฟจึงช่วยลดความคลาดเคลื่อน
  5. ในห้องพิจารณา: ล่ามสาบานตนแล้วจึงเริ่มแปล: พูดเป็นช่วงสั้น หยุดให้ล่ามแปล และแจ้งศาลทันทีหากเห็นว่าการแปลคลาดเคลื่อน เพราะบันทึกคำเบิกความจะอ้างอิงจากสิ่งที่แปลออกมา

คำแนะนำ

  • ระบุภาษาให้ละเอียดกว่าชื่อประเทศ เช่น จีนกลางหรือกวางตุ้ง อาหรับมาตรฐานหรือสำเนียงถิ่น เพราะการจัดล่ามผิดสำเนียงทำให้ต้องเลื่อนนัด
  • ขอให้ทนายความบันทึกในรายงานกระบวนพิจารณาว่ามีการใช้ล่ามและใครเป็นล่าม เพื่อประโยชน์ในชั้นอุทธรณ์
  • แยกงาน "ล่าม" (แปลด้วยวาจา) ออกจากงาน "คำแปลเอกสาร" (แปลเป็นลายลักษณ์อักษร) ทั้งสองอย่างมักต้องใช้คู่กันแต่คนละขั้นตอน
  • สำหรับคดีที่มีศัพท์เทคนิค เช่น การแพทย์ วิศวกรรม หรือบัญชี ควรส่งเอกสารให้ล่ามอ่านล่วงหน้าอย่างน้อยหลายวัน

ข้อควรระวัง

  • อย่าใช้ญาติ เพื่อน หรือคู่ความอีกฝ่ายเป็นล่าม เพราะมีส่วนได้เสียและศาลอาจไม่อนุญาต
  • อย่าคาดหวังให้ล่ามอธิบายกฎหมายหรือให้คำแนะนำ หน้าที่ของล่ามคือแปลถ้อยคำเท่านั้น คำแนะนำทางกฎหมายต้องมาจากทนายความ
  • อย่ายื่นเอกสารภาษาต่างประเทศโดยไม่มีคำแปลภาษาไทย
  • ไม่มีหน่วยงานใดออก "ใบอนุญาตล่ามศาล" แบบทั่วไปในไทย ควรระวังผู้ที่อ้างว่ามีใบอนุญาตดังกล่าว
  • ค่าใช้จ่ายและผู้รับผิดชอบค่าล่ามผันแปรตามประเภทคดี ควรสอบถามศาลและทนายความก่อน อย่าสรุปเอง

คำถามที่พบบ่อย

ศาลไทยจัดล่ามให้ฟรีหรือไม่
ผันแปรตามประเภทคดีและแนวปฏิบัติของแต่ละศาล ในคดีอาญากฎหมายกำหนดให้จัดหาล่ามเมื่อจำเลยหรือพยานไม่เข้าใจภาษาไทย ส่วนภาระค่าใช้จ่ายและวิธีจัดหาต้องสอบถามศาลที่นัดพิจารณาเป็นรายกรณี
ล่ามต้องมีใบรับรองหรือขึ้นทะเบียนหรือไม่
ประเทศไทยไม่มีระบบใบอนุญาตล่ามศาลแบบทั่วไป ศาลพิจารณาความเหมาะสมของล่ามเป็นรายกรณี ในทางปฏิบัติจึงควรเสนอประวัติประสบการณ์และความสามารถทางภาษาให้ศาลพิจารณา
เอกสารภาษาอังกฤษยื่นต่อศาลไทยได้เลยหรือไม่
ไม่ได้ เอกสารภาษาต่างประเทศที่อ้างเป็นพยานหลักฐานต้องมีคำแปลภาษาไทยยื่นประกอบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46 ซึ่งใช้กับคดีอาญาโดยอนุโลมด้วย
ล่ามกับนักแปลเอกสารเป็นคนเดียวกันได้หรือไม่
เป็นไปได้หากมีความสามารถทั้งสองด้าน แต่เป็นงานคนละลักษณะ การแปลเอกสารต้องใช้เวลาและตรวจทาน ส่วนการเป็นล่ามต้องอยู่ในห้องพิจารณาตามวันนัด ควรวางแผนแยกกันเพื่อไม่ให้กระทบกำหนดเวลาของศาล
ถ้าเห็นว่าล่ามแปลผิดในห้องพิจารณาต้องทำอย่างไร
แจ้งทนายความให้แถลงต่อศาลทันทีในนัดนั้น เพื่อให้ศาลสอบถามและแก้ไขบันทึก การปล่อยผ่านไว้แล้วโต้แย้งภายหลังทำได้ยากกว่ามาก เพราะบันทึกคำเบิกความได้ลงไว้แล้ว

แหล่งอ้างอิงทางการ

ข้อมูล ณ 2026-08-04 เงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบก่อนดำเนินการ

หน้าที่เกี่ยวข้อง

สอบถามเจ้าหน้าที่

เอกสารที่ต้องใช้และระยะเวลาขึ้นกับหน่วยงานหรือสาขาปลายทางของแต่ละกรณี สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันรายการก่อนเดินทางไปยื่น