
ล่ามในชั้นสอบสวนของพนักงานสอบสวน — ฐานกฎหมาย สิทธิที่มี และสิ่งที่ควรทำก่อนลงลายมือชื่อ
คำตอบโดยสรุป
บันทึกคำให้การในชั้นพนักงานสอบสวนจัดทำเป็นภาษาไทย หากผู้ให้ถ้อยคำไม่เข้าใจภาษาไทย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำหนดให้จัดหาล่ามในการสอบสวน ผู้ต้องหามีสิทธิพบและปรึกษาทนายความเป็นการเฉพาะตัว ก่อนลงลายมือชื่อควรให้ล่ามอ่านและแปลบันทึกทั้งฉบับให้ฟัง เพราะเอกสารที่ลงชื่อแล้วจะถูกใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลต่อไป
ข้อเท็จจริงหลักและหน่วยงานที่รับผิดชอบ
| ภาษาของบันทึกคำให้การ | ภาษาไทย คำแปลภาษาอื่นเป็นเพียงเอกสารประกอบ ไม่ใช่ตัวบันทึกทางการ |
|---|---|
| ฐานกฎหมายเรื่องล่าม | ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13 ว่าด้วยการจัดหาล่ามเมื่อผู้เกี่ยวข้องไม่เข้าใจภาษาไทย |
| สิทธิพบทนายความ | ผู้ต้องหามีสิทธิพบและปรึกษาทนายความเป็นการเฉพาะตัว และให้ทนายความเข้าฟังการสอบปากคำ |
| การแจ้งสถานทูต | ผันแปรตามกรณีและสัญชาติ ภายใต้กรอบอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางกงสุล ควรร้องขอให้บันทึกคำร้องขอแจ้งสถานทูตไว้เป็นลายลักษณ์อักษร |
รายการเอกสารและการรับรองที่เกี่ยวข้อง
หนังสือเดินทางฉบับจริง และสำเนาหน้าตราประทับเข้าเมือง
ไม่ต้องรับรอง แต่พนักงานสอบสวนมักขอสำเนาแนบสำนวน
เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่แจ้ง เช่น สลิปโอนเงิน ภาพถ่าย ข้อความ
หากเป็นภาษาต่างประเทศ ควรเตรียมคำแปลไทยประกอบ
ข้อมูลติดต่อทนายความและสถานทูตของตน
เตรียมไว้ล่วงหน้า เพราะการค้นหาระหว่างถูกสอบปากคำทำได้ยาก
ขั้นตอนดำเนินการ
- แจ้งตั้งแต่ต้นว่าไม่เข้าใจภาษาไทยและขอล่าม: แจ้งก่อนเริ่มให้ถ้อยคำ ไม่ใช่ระหว่างทาง และขอให้บันทึกคำร้องขอล่ามไว้ในสำนวน
- ขอปรึกษาทนายความก่อนให้ถ้อยคำ: ผู้ต้องหามีสิทธิพบทนายความเป็นการเฉพาะตัว การให้ถ้อยคำโดยไม่ได้ปรึกษาก่อนอาจกระทบรูปคดีในภายหลัง
- ให้ถ้อยคำเป็นช่วงสั้นและตรวจสอบการแปลระหว่างทาง: หากคำถามคลุมเครือ ขอให้ล่ามถามซ้ำแทนการเดาความหมาย ความไม่ตรงกันเล็กน้อยในถ้อยคำอาจกลายเป็นประเด็นในชั้นศาล
- ให้ล่ามแปลบันทึกทั้งฉบับก่อนลงลายมือชื่อ: ขอให้ล่ามอ่านและแปลข้อความภาษาไทยทั้งฉบับ หากมีจุดใดไม่ตรงกับที่ให้การ ขอให้แก้ไขก่อนลงชื่อ และขอสำเนาบันทึกเก็บไว้
คำแนะนำ
- ขอชื่อและตำแหน่งของพนักงานสอบสวน พร้อมเลขคดีหรือเลขรับแจ้งความ เก็บไว้ทุกครั้ง
- หากขอแจ้งสถานทูต ให้ระบุคำขอนั้นในบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร
- ถ่ายภาพหรือขอสำเนาเอกสารทุกฉบับที่ลงลายมือชื่อไว้ ณ วันนั้น
- หากภาษาที่ใช้เป็นภาษาที่มีล่ามน้อย ควรแจ้งล่วงหน้าและเตรียมล่ามของตนเสนอให้พนักงานสอบสวนพิจารณา
ข้อควรระวัง
- อย่าลงลายมือชื่อในเอกสารภาษาไทยที่ยังไม่ได้รับการแปลให้ฟังจนครบถ้วน
- อย่าให้เจ้าหน้าที่หรือคู่กรณีทำหน้าที่ล่ามในเรื่องที่ตนมีส่วนได้เสีย
- อย่าใช้แอปแปลภาษาแทนล่ามในการให้ถ้อยคำที่มีผลทางกฎหมาย เพราะคำศัพท์ทางคดีมักแปลคลาดเคลื่อน
- อย่าเข้าใจว่าล่ามคือทนายความ ล่ามไม่มีหน้าที่ให้คำแนะนำทางกฎหมายและไม่มีสิทธิเจรจาแทนท่าน
คำถามที่พบบ่อย
- ตำรวจต้องจัดล่ามให้ชาวต่างชาติเสมอหรือไม่
- กฎหมายกำหนดให้จัดหาล่ามเมื่อผู้เกี่ยวข้องไม่สามารถพูดหรือเข้าใจภาษาไทย ในทางปฏิบัติความพร้อมของล่ามแต่ละภาษาต่างกันไปตามพื้นที่ จึงควรแจ้งความจำเป็นแต่เนิ่น ๆ และอาจเสนอล่ามของตนให้พนักงานสอบสวนพิจารณา
- บันทึกคำให้การเป็นภาษาอังกฤษได้หรือไม่
- บันทึกทางการจัดทำเป็นภาษาไทย คำแปลภาษาอังกฤษที่จัดทำขึ้นถือเป็นเอกสารประกอบเพื่อความเข้าใจ ไม่ได้แทนที่ตัวบันทึกภาษาไทยที่ท่านลงลายมือชื่อ
- พาล่ามของตัวเองไปได้หรือไม่
- โดยทั่วไปเสนอได้ แต่พนักงานสอบสวนเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม ล่ามที่มีส่วนได้เสียในคดีมักไม่ได้รับการยอมรับ ควรสอบถามสถานีตำรวจล่วงหน้า
- ล่ามในชั้นสอบสวนกับล่ามในศาลต้องเป็นคนเดียวกันหรือไม่
- ไม่จำเป็น เป็นคนละขั้นตอนและคนละผู้มีอำนาจอนุญาต แต่การใช้ล่ามที่คุ้นเคยสำนวนคดีช่วยลดความคลาดเคลื่อนของศัพท์เฉพาะได้
แหล่งอ้างอิงทางการ
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา)
- อนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางกงสุล (สหประชาชาติ)
ข้อมูล ณ 2026-08-04 เงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบก่อนดำเนินการ
หน้าที่เกี่ยวข้อง
สอบถามเจ้าหน้าที่
เอกสารที่ต้องใช้และระยะเวลาขึ้นกับหน่วยงานหรือสาขาปลายทางของแต่ละกรณี สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันรายการก่อนเดินทางไปยื่น