


เอกสารภาษาต่างประเทศที่จะอ้างเป็นพยานหลักฐานในศาลไทยต้องมีคำแปลภาษาไทยแนบ และหากเป็นเอกสารที่ออกในต่างประเทศ ศาลหรือคู่ความอีกฝ่ายอาจโต้แย้งความถูกต้องแท้จริงได้ จึงควรผ่านการรับรองตามช่องทางกงสุล/นิติกรณ์ก่อน จำนวนชุดสำเนา รูปแบบการยื่น และกำหนดเวลาให้ตรวจสอบกับศาลที่พิจารณาคดีและทนายความผู้รับผิดชอบ
| ภาษาที่ใช้ในศาล | ภาษาไทย เอกสารภาษาต่างประเทศต้องมีคำแปลภาษาไทยประกอบ |
|---|---|
| กรอบกฎหมายวิธีพิจารณา | ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และข้อกำหนด/ระเบียบของศาลที่พิจารณาคดี |
| เอกสารที่ออกในต่างประเทศ | ควรผ่านการรับรองตามช่องทางที่กรมการกงสุลและสถานทูต/สถานกงสุลกำหนด |
| ล่ามในการพิจารณา | หากคู่ความหรือพยานไม่ใช้ภาษาไทย ให้แจ้งศาลล่วงหน้าเพื่อจัดล่ามตามระเบียบของศาล |
ต้นฉบับเอกสารภาษาต่างประเทศ
นำต้นฉบับมาแสดงต่อศาลเมื่อได้รับคำสั่ง
คำแปลภาษาไทยฉบับเต็ม
ผู้แปลลงนามรับรองความถูกต้องของคำแปล
หลักฐานการรับรองเอกสารจากต่างประเทศ
ตามช่องทางกงสุล/นิติกรณ์ที่ใช้กับประเทศต้นทาง
บัญชีระบุพยานเอกสารและสำเนาตามจำนวนที่ศาลกำหนด
จัดเรียงตามลำดับอ้างอิงในคำฟ้องหรือคำให้การ
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งกำหนดให้เอกสารภาษาต่างประเทศที่อ้างเป็นพยานต้องมีคำแปลภาษาไทย และศาลมีอำนาจสั่งให้รับรองความถูกต้องของคำแปล คู่ความฝ่ายตรงข้ามอาจโต้แย้งความถูกต้องของคำแปลได้ จึงควรใช้ผู้แปลที่พร้อมเบิกความยืนยันคำแปลหากจำเป็น
เอกสารราชการต่างประเทศ เช่น ทะเบียนบริษัท หรือสูติบัตร มักต้องพิสูจน์ความแท้จริงด้วยการรับรองจากหน่วยงานผู้ออกและสถานทูตไทยในประเทศนั้น ก่อนที่อนุสัญญา Apostille จะมีผลกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027
พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์รับรองผลทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ แต่น้ำหนักพยานขึ้นกับความน่าเชื่อถือของวิธีสร้าง เก็บรักษา และนำเสนอ การเก็บไฟล์ต้นฉบับพร้อมข้อมูลกำกับ (metadata) ดีกว่าการพิมพ์ภาพหน้าจอเพียงอย่างเดียว
เริ่มจากถามว่าเอกสารนั้นเป็นเอกสารราชการหรือเอกสารเอกชน เอกสารราชการต่างประเทศมักต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานผู้ออก กระทรวงต่างประเทศของประเทศนั้น และสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย ส่วนเอกสารเอกชน เช่น สัญญาหรือคำให้การ มักต้องลงนามต่อหน้า Notary Public ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนเดียวกัน
ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกว่าด้วย Apostille เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 และมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 หลังวันดังกล่าว เอกสารจากประเทศภาคีที่มี Apostille ไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยอีก แต่ยังต้องมีคำแปลภาษาไทย
เก็บต้นฉบับไว้แสดงต่อศาล เพราะคู่ความอีกฝ่ายอาจขอตรวจต้นฉบับ และศาลอาจไม่รับฟังสำเนาที่ไม่มีเหตุอันสมควร
ศาลไทยอาจอนุญาตให้สืบพยานผ่านระบบการประชุมทางจอภาพตามระเบียบของศาล หรือส่งประเด็นไปสืบในต่างประเทศผ่านช่องทางระหว่างประเทศ ซึ่งมักใช้เวลานานและขึ้นกับความร่วมมือของประเทศนั้น ควรวางแผนเรื่องนี้ตั้งแต่เริ่มคดี
พยานที่ไม่พูดภาษาไทยต้องมีล่ามที่ศาลยอมรับ และล่ามต้องสาบานหรือปฏิญาณตนก่อนแปล
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศโดยทั่วไปต้องมีคำแปลภาษาไทยที่รับรองความถูกต้องแนบมาด้วย เว้นแต่ศาลจะอนุญาตเป็นอย่างอื่น คำแปลควรแปลครบทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตราประทับ หมายเหตุท้ายเอกสาร และข้อความรับรอง เพราะส่วนเหล่านี้อาจเป็นหลักฐานสำคัญ
ผู้แปลควรใช้คำศัพท์ทางกฎหมายให้สม่ำเสมอทั้งเอกสาร และสะกดชื่อบุคคล บริษัท และสถานที่ให้ตรงกันในทุกฉบับ หากฝ่ายตรงข้ามโต้แย้งความถูกต้องของคำแปล ศาลอาจให้แปลใหม่หรือเรียกผู้แปลมาเบิกความ จึงควรเลือกผู้แปลที่พร้อมยืนยันงานของตน
อีเมล ข้อความแชต และไฟล์ดิจิทัลสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานได้ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และหลักเกณฑ์ของศาล ประเด็นสำคัญคือการแสดงว่าข้อมูลนั้นไม่ถูกแก้ไขและมาจากผู้ส่งจริง จึงควรเก็บไฟล์ต้นฉบับพร้อมข้อมูลประกอบ เช่น ส่วนหัวของอีเมลและวันที่เวลา แทนการพิมพ์หรือถ่ายภาพหน้าจอเพียงอย่างเดียว
หากต้องใช้ข้อมูลจำนวนมากหรือมีข้อโต้แย้งเรื่องความแท้จริง อาจต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลตรวจและทำรายงาน ควรวางแผนเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น เพราะการเก็บหลักฐานภายหลังอาจทำได้ยากขึ้น
ลำดับที่ใช้ได้จริงคือ ระบุก่อนว่าต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงใด เลือกเอกสารที่ตอบประเด็นนั้นโดยตรง ขอสำเนาที่รับรองจากหน่วยงานผู้ออก ทำการรับรองตามขั้นตอนของประเทศต้นทางและไทย แปลเป็นภาษาไทยพร้อมรับรองคำแปล ทำบัญชีระบุพยานยื่นต่อศาลภายในกำหนด และเตรียมพยานบุคคลที่สามารถยืนยันที่มาของเอกสารหากถูกโต้แย้ง
ใช้สำเนาแทนต้นฉบับได้หรือไม่: โดยหลักศาลรับฟังต้นฉบับเอกสาร แต่อาจรับสำเนาได้ในบางกรณี เช่น คู่ความไม่โต้แย้ง หรือต้นฉบับอยู่ในความครอบครองของหน่วยงาน ควรเตรียมต้นฉบับหรือสำเนาที่ผู้ออกรับรองไว้เสมอ
เอกสารที่ออกหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ใช้ Apostille ได้หรือไม่: หลังวันที่อนุสัญญามีผลสำหรับไทย เอกสารมหาชนจากประเทศภาคีอาจใช้ Apostille แทนการรับรองโดยสถานทูต แต่ยังต้องแปลเป็นภาษาไทย และควรตรวจแนวปฏิบัติของศาลในเวลาที่ยื่น
ถ้าเอกสารยังไม่พร้อมก่อนวันนัด: อาจขอศาลขยายระยะเวลาหรือเลื่อนนัดพร้อมเหตุผล ซึ่งขึ้นกับดุลพินิจของศาล จึงควรเริ่มเตรียมเอกสารต่างประเทศโดยเร็วที่สุด
การผ่านการรับรองโดยสถานทูตหรือ Apostille เป็นเพียงการรับรองลายมือชื่อและตำแหน่งของผู้ลงนามหรือตราประทับ ไม่ได้รับรองว่าเนื้อหาในเอกสารถูกต้อง ศาลยังชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานตามปกติ และคู่ความอีกฝ่ายยังโต้แย้งเนื้อหาได้ อีกความเข้าใจผิดคือคิดว่าคำแปลจากโปรแกรมแปลภาษาใช้ยื่นศาลได้ ซึ่งมักไม่เพียงพอ เพราะต้องมีผู้แปลรับรองความถูกต้องและพร้อมยืนยันหากถูกโต้แย้ง
นอกจากนี้ เอกสารที่ได้มาโดยไม่ชอบ เช่น การเข้าถึงอีเมลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเป็นปัญหาทั้งต่อการรับฟังและความรับผิดทางกฎหมาย ควรปรึกษาทนายก่อนรวบรวมหลักฐานลักษณะนี้
อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เอกสารต่างประเทศที่มีข้อมูลของบุคคลที่สาม เช่น ข้อมูลสุขภาพหรือข้อมูลทางการเงิน ควรใช้เท่าที่จำเป็นต่อประเด็นในคดี และอาจขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองข้อมูลหรือปิดบังข้อมูลบางส่วนตามความเหมาะสม การส่งข้อมูลข้ามประเทศเพื่อใช้ในคดีควรคำนึงถึงพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายของประเทศต้นทางด้วย
ในกรณีที่ต้องขอเอกสารจากหน่วยงานหรือบุคคลในต่างประเทศที่ไม่ยอมให้โดยสมัครใจ อาจต้องใช้กระบวนการขอความช่วยเหลือทางศาลระหว่างประเทศ ซึ่งมีขั้นตอนหลายชั้นและใช้เวลา ควรประเมินความจำเป็นของเอกสารนั้นและหาทางเลือกอื่นที่ได้มาง่ายกว่าควบคู่กันไป เช่น สำเนาที่คู่ความอีกฝ่ายมีอยู่แล้ว หรือข้อมูลจากทะเบียนสาธารณะของประเทศนั้น

ข้อมูล ณ 2026-08-04 เงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบก่อนดำเนินการ
เอกสารที่ต้องใช้และระยะเวลาขึ้นกับหน่วยงานหรือสาขาปลายทางของแต่ละกรณี สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันรายการก่อนเดินทางไปยื่น