


หนังสือมอบอำนาจควรระบุตัวผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจให้ชัดเจน ระบุกิจการที่มอบอำนาจอย่างเจาะจง และลงนามพร้อมพยานตามที่หน่วยงานผู้รับเรื่องกำหนด หากลงนามในต่างประเทศ โดยทั่วไปต้องผ่านการรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย หรือรับรองตามช่องทางที่หน่วยงานผู้รับเรื่องยอมรับ แล้วจึงนำมาใช้ในประเทศไทยพร้อมคำแปลที่รับรองเมื่อจำเป็น
| ฐานกฎหมาย | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะตัวแทน |
|---|---|
| แบบฟอร์มเฉพาะหน่วยงาน | บางเรื่อง เช่น การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ดิน ใช้แบบฟอร์มของหน่วยงานนั้นโดยเฉพาะ |
| ลงนามในต่างประเทศ | ตรวจสอบช่องทางรับรองกับสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลไทย และกรมการกงสุลก่อนดำเนินการ |
| ภาษาของเอกสาร | หน่วยงานไทยมักต้องการฉบับภาษาไทยหรือคำแปลภาษาไทยที่รับรองความถูกต้อง |
หนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
สำเนารับรองถูกต้องโดยเจ้าของเอกสาร
ร่างหนังสือมอบอำนาจที่ระบุกิจการเฉพาะเรื่อง
ตรวจทานถ้อยคำก่อนลงนามทุกครั้ง
เอกสารประกอบเรื่องที่จะมอบอำนาจ เช่น โฉนด สัญญา หนังสือรับรองบริษัท
ตามที่หน่วยงานผู้รับเรื่องกำหนด
คำแปลภาษาไทยเมื่อเอกสารต้นฉบับเป็นภาษาต่างประเทศ
คำแปลที่รับรองความถูกต้องตามช่องทางที่ผู้รับเรื่องยอมรับ
หน่วยงานไทยส่วนใหญ่ เช่น สำนักงานที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และธนาคาร มักต้องการหนังสือมอบอำนาจที่ระบุกิจการเฉพาะ เช่น ระบุเลขโฉนด เลขทะเบียนนิติบุคคล หรือเลขบัญชี หนังสือที่เขียนกว้างเกินไปมักถูกขอให้ทำใหม่
สำนักงานที่ดินมีแบบหนังสือมอบอำนาจของตนเอง และอาจกำหนดให้ผู้มอบลงนามต่อหน้าเจ้าพนักงาน หรือรับรองลายมือชื่อในต่างประเทศตามขั้นตอนที่กำหนด ควรขอแบบฟอร์มจากสำนักงานที่ดินที่ทรัพย์ตั้งอยู่ก่อนเตรียมเอกสาร
ผู้มอบอำนาจที่อยู่ต่างประเทศมักลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทย หรือลงนามต่อหน้า Notary Public ในประเทศนั้นแล้วผ่านการรับรองตามเส้นทางที่ประเทศไทยยอมรับ ลำดับขั้นตอนขึ้นกับประเทศที่ลงนาม
ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกว่าด้วย Apostille เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 และมีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ก่อนวันดังกล่าว เอกสารที่ทำในต่างประเทศเพื่อใช้ในไทยยังต้องผ่านการรับรองโดยสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยตามปกติ
หนังสือมอบอำนาจภาษาต่างประเทศต้องมีคำแปลภาษาไทยเมื่อยื่นต่อหน่วยงานไทย และหน่วยงานบางแห่งต้องการให้คำแปลผ่านการรับรองจากกรมการกงสุลด้วย
ชื่อ สัญชาติ เลขหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชน และที่อยู่ของทั้งผู้มอบและผู้รับมอบ ให้ตรงกับเอกสารแสดงตนทุกตัวอักษร ความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย เช่น การสะกดชื่อกลาง มักเป็นเหตุให้หน่วยงานไม่รับ
กิจการที่มอบอย่างเฉพาะเจาะจง เช่น "ยื่นคำขอจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดเลขที่ ... อาคารชุด ..." และระบุว่าผู้รับมอบมีอำนาจลงนาม รับเงิน หรือแต่งตั้งตัวแทนช่วงหรือไม่
วันที่ทำและสถานที่ทำ หน่วยงานบางแห่งพิจารณาอายุของหนังสือมอบอำนาจ จึงควรตรวจกับหน่วยงานปลายทางก่อนว่ายอมรับหนังสือที่ทำไว้นานเท่าใด
การติดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรเมื่อใช้ในประเทศไทย อัตราขึ้นกับลักษณะการมอบ ควรตรวจกับกรมสรรพากรหรือหน่วยงานที่รับเอกสาร
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สัญญาตัวแทนสิ้นสุดเมื่อตัวการถอนการมอบ ตัวแทนบอกเลิก หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตายหรือไร้ความสามารถ เว้นแต่จะตกลงไว้เป็นอย่างอื่นในบางกรณี
เมื่อเพิกถอน ควรแจ้งเป็นหนังสือทั้งต่อผู้รับมอบและหน่วยงานที่เคยรับหนังสือมอบอำนาจไว้ เช่น ธนาคารหรือสำนักงานที่ดิน และขอคืนต้นฉบับ เพื่อป้องกันการนำไปใช้ต่อ
เมื่อผู้มอบอำนาจอยู่ต่างประเทศ หน่วยงานไทยส่วนใหญ่ต้องการให้ลายมือชื่อได้รับการรับรอง โดยทั่วไปทำได้สองทาง คือลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทย หรือลงนามต่อหน้าโนตารีปับลิกในประเทศนั้น แล้วนำไปผ่านการรับรองตามลำดับของประเทศนั้นและสถานทูตไทย
ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกว่าด้วยการยกเว้นการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 และอนุสัญญามีผลสำหรับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ก่อนวันดังกล่าว เอกสารจากต่างประเทศยังต้องใช้การรับรองโดยสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยตามเดิม หลังวันมีผล เอกสารจากประเทศภาคีอาจใช้ Apostille แทนได้ ทั้งนี้ควรตรวจกับหน่วยงานปลายทางเสมอ
หนังสือมอบอำนาจที่ทำเป็นภาษาต่างประเทศมักต้องมีคำแปลภาษาไทยที่รับรองความถูกต้อง และหน่วยงานบางแห่ง เช่น สำนักงานที่ดิน มีแบบฟอร์มหนังสือมอบอำนาจของตนเอง ควรตรวจแบบที่ต้องใช้ก่อนให้ผู้มอบอำนาจลงนาม เพื่อไม่ต้องทำใหม่
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตัวแทน ผู้รับมอบอำนาจต้องทำการภายในขอบอำนาจที่ได้รับ ใช้ความระมัดระวัง รายงานการดำเนินการ และส่งมอบเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับแทนให้แก่ผู้มอบอำนาจ หากทำเกินขอบอำนาจ ผู้มอบอำนาจอาจไม่ผูกพันในส่วนนั้น และผู้รับมอบอำนาจอาจต้องรับผิดเอง
ผู้มอบอำนาจจึงควรระบุขอบอำนาจให้ชัด กำหนดว่าต้องรายงานอย่างไร และขอสำเนาเอกสารทุกฉบับที่ผู้รับมอบอำนาจลงนามแทน ส่วนผู้รับมอบอำนาจควรเก็บหลักฐานการดำเนินการทุกขั้นตอน
ตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่ การซื้อขายหรือจดจำนองที่ดินและห้องชุด การจดทะเบียนหรือแก้ไขข้อมูลบริษัท การยื่นภาษีหรือขอคืนภาษี การดำเนินคดีในศาล การจัดการมรดก การรับเอกสารราชการแทน และการทำธุรกรรมกับธนาคาร แต่ละหน่วยงานอาจมีข้อกำหนดเรื่องแบบฟอร์ม พยาน และอากรแสตมป์ต่างกัน
ก่อนลงนามควรตรวจว่า ชื่อ ที่อยู่ และเลขเอกสารประจำตัวของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจตรงกับเอกสารต้นฉบับ เรื่องที่มอบอำนาจระบุชัด เช่น เลขโฉนดหรือเลขห้องชุด ชื่อบริษัทและเลขทะเบียน หรือเลขคดี มีการระบุว่าผู้รับมอบอำนาจตั้งตัวแทนช่วงได้หรือไม่ ระบุระยะเวลาหรือเงื่อนไขสิ้นสุดหากต้องการ มีพยานตามที่หน่วยงานกำหนด และติดอากรแสตมป์ครบตามประมวลรัษฎากร
ไม่ควรลงนามในหนังสือมอบอำนาจที่ยังเว้นช่องว่างไว้ เพราะอาจถูกเติมข้อความภายหลังโดยไม่ตรงกับเจตนา ควรเก็บสำเนาฉบับที่ลงนามแล้วไว้ทุกครั้ง
หนังสือมอบอำนาจทั่วไปไม่ได้ใช้ได้กับทุกหน่วยงาน หลายหน่วยงานต้องการหนังสือมอบอำนาจเฉพาะเรื่องหรือแบบฟอร์มของตน และหนังสือมอบอำนาจไม่ได้ใช้ได้ตลอดไป เพราะสิ้นสุดเมื่อผู้มอบอำนาจถึงแก่ความตาย ถูกเพิกถอน หรือหมดระยะเวลาที่กำหนด นอกจากนี้หน่วยงานบางแห่งอาจไม่รับหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามไว้นานเกินไป จึงควรตรวจกับหน่วยงานปลายทางก่อนใช้

ข้อมูล ณ 2026-08-04 เงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบก่อนดำเนินการ
เอกสารที่ต้องใช้และระยะเวลาขึ้นกับหน่วยงานหรือสาขาปลายทางของแต่ละกรณี สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันรายการก่อนเดินทางไปยื่น