ห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1077 เป็นต้นไป ประกอบด้วยหุ้นส่วนสองประเภท คือหุ้นส่วนผู้จัดการที่รับผิดไม่จำกัด และหุ้นส่วนผู้จำกัดความรับผิดที่รับผิดเพียงจำนวนเงินลงหุ้น ต้องจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ การจดทะเบียนทำได้ที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทในพื้นที่ตั้งสำนักงานใหญ่
ตรวจทานข้อมูลล่าสุด: 2026-10-10 · ข้อมูลนี้เป็นภาพรวมทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี
ห้างหุ้นส่วนจำกัดคืออะไร และต่างจากห้างหุ้นส่วนสามัญอย่างไร
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นห้างหุ้นส่วนที่มีหุ้นส่วนสองชนิดปะปนกัน ชนิดแรกคือหุ้นส่วนผู้จำกัดความรับผิด ซึ่งรับผิดต่อหนี้ของห้างเพียงจำนวนเงินที่ตัวตกลงจะลงหุ้นเท่านั้น ชนิดที่สองคือหุ้นส่วนผู้จัดการหรือหุ้นส่วนที่รับผิดไม่จำกัด ซึ่งต้องรับผิดร่วมกันในหนี้ทั้งปวงของห้างโดยไม่จำกัดจำนวน
ข้อแตกต่างที่สำคัญจากห้างหุ้นส่วนสามัญคือ ห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องจดทะเบียนเสมอจึงจะเกิดขึ้นได้ ส่วนห้างหุ้นส่วนสามัญจะจดหรือไม่จดทะเบียนก็ได้ แต่ถ้าไม่จดจะเป็นเพียงคณะบุคคลไม่ใช่นิติบุคคล การจดทะเบียนทำให้ห้างมีสถานะเป็นนิติบุคคล มีสิทธิและหน้าที่แยกจากตัวหุ้นส่วน ซื้อขายทรัพย์สินและฟ้องร้องได้ในนามของห้างเอง
โครงสร้างนี้เหมาะกับธุรกิจครอบครัวหรือกลุ่มผู้ร่วมทุนที่ต้องการให้บางคนเป็นเพียงผู้ลงทุนโดยไม่เข้าไปบริหาร เพราะกฎหมายห้ามหุ้นส่วนผู้จำกัดความรับผิดเข้าไปจัดการกิจการของห้าง หากฝ่าฝืนและไปจัดการกิจการ หุ้นส่วนผู้นั้นอาจต้องรับผิดในหนี้ของห้างเสมือนเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ
- หุ้นส่วนผู้จัดการ: บริหารกิจการ ผูกพันห้างได้ และรับผิดในหนี้ไม่จำกัด
- หุ้นส่วนผู้จำกัดความรับผิด: รับผิดเพียงยอดเงินลงหุ้น แต่เข้าไปจัดการกิจการไม่ได้
- ห้างหุ้นส่วนจำกัดมีสถานะนิติบุคคลหลังจดทะเบียนเท่านั้น
- ชื่อห้างต้องไม่ซ้ำกับห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่จดทะเบียนไว้แล้ว และมักต้องมีคำว่า "ห้างหุ้นส่วนจำกัด" กำกับ
เปรียบเทียบกับบริษัทจำกัด: เลือกโครงสร้างไหนดี
คำถามที่พบบ่อยคือควรตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทจำกัด คำตอบขึ้นกับขนาดธุรกิจ ความเสี่ยง และแผนในอนาคต บริษัทจำกัดให้ความคุ้มครองความรับผิดแก่ผู้ถือหุ้นทุกคนและมีความน่าเชื่อถือต่อคู่ค้าและธนาคารสูงกว่า แต่มีหน้าที่จัดทำบัญชี ส่งงบการเงิน และจัดประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด
ห้างหุ้นส่วนจำกัดมีภาระการกำกับดูแลเบากว่า เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กที่หุ้นส่วนรู้จักและไว้ใจกัน อย่างไรก็ดี หุ้นส่วนผู้จัดการยังรับผิดไม่จำกัด จึงไม่เหมาะกับธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงหรือต้องการระดมทุนจากภายนอก ตารางนี้สรุปประเด็นที่ควรชั่งน้ำหนัก
| ประเด็น | ห้างหุ้นส่วนจำกัด | บริษัทจำกัด |
|---|---|---|
| ผู้ก่อตั้งขั้นต่ำ | หุ้นส่วน 2 คนขึ้นไป (ต้องมีผู้จัดการอย่างน้อย 1 คน) | ผู้เริ่มก่อการ 2 คนขึ้นไป |
| ความรับผิด | ผู้จัดการรับผิดไม่จำกัด ผู้จำกัดความรับผิดรับผิดเท่าเงินลงหุ้น | ผู้ถือหุ้นรับผิดไม่เกินมูลค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบ |
| การบริหาร | หุ้นส่วนผู้จัดการเป็นผู้บริหาร | กรรมการตามที่ผู้ถือหุ้นแต่งตั้ง |
| ภาระบัญชีและงบ | ต้องจัดทำบัญชีและส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า | เช่นเดียวกัน แต่มีข้อกำหนดการประชุมและรายงานละเอียดกว่า |
| การโอนหุ้น | ต้องได้ความยินยอมตามสัญญาห้างหุ้นส่วน | โอนได้ตามเงื่อนไขข้อบังคับบริษัท |
ขั้นตอนการจดทะเบียน
1. จองชื่อห้าง
ตรวจสอบและจองชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดผ่านระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชื่อที่จองไว้มีอายุตามที่กรมกำหนด ควรเตรียมชื่อสำรองไว้หลายชื่อ
2. จัดทำสัญญาห้างหุ้นส่วน
ร่างสัญญาระบุชื่อห้าง วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสำนักงาน รายชื่อหุ้นส่วนแต่ละประเภท ยอดเงินลงหุ้น และผู้จัดการ สัญญานี้เป็นเอกสารหลักที่ต้องยื่นจดทะเบียน
3. ยื่นคำขอจดทะเบียน
ยื่นคำขอพร้อมสัญญาห้างหุ้นส่วนและเอกสารประกอบต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทในพื้นที่ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
4. รับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน
เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบถูกต้อง ห้างจะได้รับหนังสือสำคัญและมีสถานะเป็นนิติบุคคลนับจากวันจดทะเบียน
5. จดทะเบียนภาษีและหน้าที่ต่อเนื่อง
ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี พิจารณาเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มหากรายได้ถึงเกณฑ์หรือมีความจำเป็นทางธุรกิจ และจัดทำบัญชีตั้งแต่เริ่มประกอบกิจการ
เอกสารที่ต้องเตรียม
เอกสารที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดสำหรับการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดโดยทั่วไปประกอบด้วยรายการต่อไปนี้ รายละเอียดอาจเปลี่ยนตามประกาศของกรม ควรตรวจสอบล่าสุดก่อนยื่น
- คำขอจดทะเบียนตามแบบที่นายทะเบียนกำหนด
- สัญญาห้างหุ้นส่วนจำกัดฉบับลงลายมือชื่อหุ้นส่วนทุกคน
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของหุ้นส่วนแต่ละคน
- หลักฐานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ เช่น สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมของเจ้าของสถานที่
- หนังสือมอบอำนาจ หากให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน
- กรณีหุ้นส่วนเป็นนิติบุคคลต่างประเทศ: เอกสารรับรองนิติบุคคลจากต่างประเทศที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อและแปลเป็นภาษาไทย
หุ้นส่วนต่างชาติและข้อจำกัดที่ต้องรู้
คนต่างด้าวสามารถเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัดได้ แต่หากหุ้นส่วนต่างชาติถือสัดส่วนรวมตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุนขึ้นไป ห้างจะมีสถานะเป็นคนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และต้องขอใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองหากประกอบธุรกิจในบัญชีท้ายกฎหมาย
เอกสารของหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนและหนังสือมอบอำนาจ มักต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร แปลเป็นภาษาไทยโดยนักแปลที่รับรอง และผ่านการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนยื่นต่อนายทะเบียน การเตรียมเอกสารชุดนี้ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยลดโอกาสถูกขอแก้ไขหลายรอบ
หน้าที่หลังจดทะเบียนที่หลายคนมองข้าม
การจดทะเบียนเสร็จไม่ใช่จุดจบ ห้างหุ้นส่วนจำกัดมีหน้าที่ต่อเนื่องหลายประการ ได้แก่ จัดทำบัญชีและส่งงบการเงินประจำปีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในกำหนด ยื่นแบบภาษีตามกำหนดเวลาของกรมสรรพากร และแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน เช่น เปลี่ยนผู้จัดการ เปลี่ยนที่ตั้ง หรือเพิ่มทุน ภายใน 14 วันนับแต่วันเปลี่ยนแปลง
การไม่ส่งงบการเงินติดต่อกันอาจทำให้ห้างถูกตั้งข้อสังเกตหรือถูกเพิกถอนการจดทะเบียนในที่สุด และหุ้นส่วนผู้จัดการยังต้องรับผิดในหนี้ที่คงค้าง การวางระบบบัญชีและปฏิทินหน้าที่จดทะเบียนตั้งแต่ต้นจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มกว่าการแก้ปัญหาภายหลัง
ภาษีและการจัดทำบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัด
ห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นนิติบุคคลแยกจากหุ้นส่วน จึงเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิตามอัตราที่ประมวลรัษฎากรกำหนด และต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 สำหรับภาษีครึ่งปีและ ภ.ง.ด.50 สำหรับภาษีประจำปีต่อกรมสรรพากร หากมียอดขายหรือรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน
การจ่ายเงินปันผลหรือผลตอบแทนให้หุ้นส่วนมีผลภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่แตกต่างจากเงินเดือน หุ้นส่วนที่ทำงานในห้างและรับเงินเดือนต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์เงินได้พึงประเมิน การแยกประเภทรายได้ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยป้องกันปัญหาการตรวจสอบภาษีย้อนหลัง
ห้างต้องจัดทำบัญชีตามมาตรฐานการบัญชีและเก็บเอกสารหลักฐานไว้ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด งบการเงินต้องผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตก่อนยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งแตกต่างจากห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
การเปลี่ยนแปลงหุ้นส่วนและการเลิกห้าง
การเปลี่ยนแปลงหุ้นส่วน ไม่ว่าจะเป็นการรับหุ้นส่วนใหม่ หุ้นส่วนออก หรือโอนส่วนได้เสีย ต้องจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียนภายในกำหนด และอาจมีผลต่อสัญญาห้างเดิม หากสัญญาห้างกำหนดเงื่อนไขการออกหรือการรับหุ้นส่วนใหม่ไว้ชัดเจน การเปลี่ยนแปลงจะราบรื่นกว่ามาก นี่คือเหตุผลที่สัญญาห้างที่ร่างอย่างรอบคอบมีคุณค่าในระยะยาว
การเลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เจ้าหนี้ของห้างมีสิทธิเรียกจากทรัพย์สินของห้างก่อน หากไม่พอหุ้นส่วนผู้จัดการต้องรับผิดส่วนที่เหลือ ส่วนหุ้นส่วนผู้จำกัดความรับผิดรับผิดไม่เกินส่วนที่ตนสัญญาจะลงหุ้น การชำระบัญชีที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้หุ้นส่วนผู้จัดการรับผิดต่อเจ้าหนี้ที่ถูกมองข้าม
คำถามที่พบบ่อย
ห้างหุ้นส่วนจำกัดใช้หุ้นส่วนขั้นต่ำกี่คน
อย่างน้อย 2 คน โดยต้องมีหุ้นส่วนผู้จัดการ (รับผิดไม่จำกัด) อย่างน้อย 1 คน และหุ้นส่วนผู้จำกัดความรับผิดอย่างน้อย 1 คน
หุ้นส่วนผู้จำกัดความรับผิดช่วยบริหารงานได้ไหม
ไม่ได้ กฎหมายห้ามหุ้นส่วนผู้จำกัดความรับผิดเข้าไปจัดการกิจการของห้าง หากฝ่าฝืนอาจต้องรับผิดในหนี้ของห้างเสมือนเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ
ต่างชาติเป็นหุ้นส่วนได้หรือไม่
ได้ แต่หากสัดส่วนหุ้นต่างชาติรวมตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุนขึ้นไป ห้างจะเป็นคนต่างด้าวตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และอาจต้องขอใบอนุญาตก่อนประกอบธุรกิจบางประเภท
ห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องส่งงบการเงินหรือไม่
ต้องส่ง ห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นนิติบุคคลที่ต้องจัดทำบัญชีและยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าทุกปีภายในกำหนดเวลา
เอกสารต่างประเทศของหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องทำอย่างไร
โดยทั่วไปต้องรับรองลายมือชื่อ แปลเป็นภาษาไทย และรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลก่อนยื่นจดทะเบียน รายละเอียดขึ้นกับประเภทเอกสารและประเทศที่ออก
แหล่งอ้างอิงทางการ
บริการที่เกี่ยวข้อง
เริ่มจากส่งข้อมูลเบื้องต้น
แจ้งรายละเอียดกรณีของคุณและสิ่งที่ต้องการให้ทีมตรวจ เราจะแจ้งรายการเอกสารและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับกรณีของคุณ
ติดต่อทีมงาน
