โดยหลักการ ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในไทยไม่ได้ เว้นแต่ข้อยกเว้นตามกฎหมายเฉพาะ แต่สามารถเป็นเจ้าของห้องชุดในคอนโดมิเนียมได้ภายใต้สัดส่วนการถือครองของชาวต่างชาติไม่เกิน 49% ของพื้นที่ทั้งหมด และสามารถเช่าที่ดินหรืออาคารระยะยาวได้สูงสุด 30 ปีพร้อมจดทะเบียนสิทธิการเช่าที่กรมที่ดิน ก่อนทำธุรกรรมใด ๆ ควรตรวจสอบโฉนด ภาระผูกพัน และตัวผู้ขายอย่างละเอียด
ตรวจทานข้อมูลล่าสุด: 2026-10-10 · ข้อมูลนี้เป็นภาพรวมทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี
ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของอะไรได้บ้าง
ประมวลกฎหมายที่ดินจำกัดการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินของชาวต่างชาติ โดยหลักแล้วชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ที่ดินไม่ได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตตามข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนดซึ่งมีเงื่อนไขเข้มงวดและใช้ได้ในขอบเขตจำกัด
ทางเลือกที่ใช้กันจริงมีสามรูปแบบหลัก คือ การซื้อห้องชุดคอนโดมิเนียมในนามตนเอง การเช่าระยะยาว (leasehold) และการถือผ่านนิติบุคคลไทยซึ่งต้องเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โครงสร้างใช้คนไทยถือหุ้นแทน (nominee) เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายเป็นความผิดและมีความเสี่ยงสูง ไม่ควรใช้
การซื้อคอนโดมิเนียม: โควตา 49% และเงื่อนไขเงินตรา
พระราชบัญญัติอาคารชุดอนุญาตให้ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 49% ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้น ก่อนซื้อต้องตรวจกับนิติบุคคลอาคารชุดว่าโควตาชาวต่างชาติยังเหลือหรือไม่
เงื่อนไขสำคัญอีกประการคือเงินที่ใช้ซื้อต้องโอนเข้ามาจากต่างประเทศเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ และผู้ซื้อต้องมีหลักฐานจากธนาคาร เช่น หนังสือรับรองการโอนเงิน (Foreign Exchange Transaction Form หรือเอกสารเทียบเท่า) เพื่อใช้ประกอบการโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดิน
- ตรวจโควตาการถือครองของชาวต่างชาติในอาคารชุดก่อนวางเงินมัดจำ
- โอนเงินจากต่างประเทศและเก็บหลักฐานธนาคารทุกฉบับ
- ตรวจหนี้ค่าส่วนกลางและค่าธรรมเนียมค้างชำระของห้องชุด
- อ่านข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุด เช่น เรื่องการปล่อยเช่าระยะสั้น
สัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี
การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยหรือพาณิชยกรรมทำได้สูงสุด 30 ปีต่อครั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และต้องจดทะเบียนสิทธิการเช่าที่สำนักงานที่ดินหากเช่าเกิน 3 ปี มิฉะนั้นจะบังคับกันได้เพียง 3 ปี
ข้อความ 'ต่อสัญญาได้อีก 30 ปี' ในสัญญาเช่าเป็นเพียงคำสัญญาของผู้ให้เช่า ไม่ใช่สิทธิติดตัวอสังหาริมทรัพย์ หากที่ดินเปลี่ยนเจ้าของ ผู้ซื้อใหม่ไม่ผูกพันกับคำสัญญาต่อสัญญาโดยอัตโนมัติ จึงควรได้รับคำแนะนำเรื่องโครงสร้างที่ปลอดภัยก่อนลงนาม
การตรวจสอบกรรมสิทธิ์ (Due Diligence) ก่อนซื้อ
1. ตรวจโฉนดที่สำนักงานที่ดิน
ตรวจประวัติการโอน ประเภทเอกสารสิทธิ์ (โฉนด น.ส.3 ก. น.ส.3) และรายการจดจำนองหรือภาระผูกพันจากทะเบียนจริง ไม่ใช่จากสำเนาที่ผู้ขายให้มา
2. ตรวจภาระผูกพันและข้อพิพาท
ค้นจำนอง สิทธิเก็บกิน สิทธิอาศัย คำสั่งศาล หรือการอายัดที่อาจติดมากับทรัพย์
3. ตรวจตัวผู้ขาย
ยืนยันว่าผู้ขายคือเจ้าของตามทะเบียน หากเป็นนิติบุคคลต้องตรวจอำนาจกรรมการและหนังสือรับรองบริษัท
4. ตรวจข้อจำกัดการใช้ที่ดิน
ตรวจผังเมือง ข้อจำกัดการก่อสร้าง และสิทธิ์ทางผ่านที่เกี่ยวข้องกับแปลงที่ดิน
5. ร่างและตรวจสัญญา
จัดทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ระบุเงื่อนไขชำระเงิน การโอน และความรับผิดเมื่อผิดสัญญาอย่างชัดเจน
6. โอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน
นัดโอนที่สำนักงานที่ดินที่ทรัพย์ตั้งอยู่ พร้อมเอกสารครบถ้วนและชำระค่าธรรมเนียมภาษีตามที่กฎหมายกำหนด
ค่าธรรมเนียมและภาษีวันโอน
วันโอนกรรมสิทธิ์มีค่าธรรมเนียมและภาษีที่กฎหมายกำหนด เช่น ค่าธรรมเนียมการโอน อากรแสตมป์ หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของผู้ขาย อัตราและมาตรการลดหย่อนเปลี่ยนแปลงตามประกาศของรัฐเป็นระยะ ควรตรวจอัตราปัจจุบันกับกรมที่ดินหรือกรมสรรพากรก่อนนัดโอน
การตกลงล่วงหน้าว่าแต่ละฝ่ายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนใดช่วยป้องกันข้อพิพาทในวันโอน ส่วนค่าบริการทางกฎหมายของเราขอใบเสนอราคาจากเจ้าหน้าที่หลังทราบรายละเอียดทรัพย์
การรับมรดกและการโอนกรรมสิทธิ์กรณีพิเศษ
ชาวต่างชาติที่รับมรดกคอนโดมิเนียมในไทยต้องผ่านเงื่อนไขเดียวกับผู้ซื้อ รวมถึงโควตาสัดส่วนต่างชาติ 49 เปอร์เซ็นต์และหลักฐานการนำเงินเข้าประเทศ หากไม่เข้าเงื่อนไข ผู้รับมรดกต้องจำหน่ายห้องชุดภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด การวางแผนมรดกสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกต่างสัญชาติจึงควรทำล่วงหน้า
สำหรับที่ดิน ชาวต่างชาติที่ได้รับมรดกโดยทั่วไปไม่สามารถจดทะเบียนเป็นเจ้าของได้และต้องจำหน่ายภายในกำหนด ยกเว้นกรณีข้อยกเว้นตามกฎหมายที่มีเงื่อนไขเข้มงวด การทำพินัยกรรมที่คำนึงถึงข้อจำกัดเหล่านี้ช่วยป้องกันปัญหาของทายาทในภายหลัง
ขั้นตอนซื้อคอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติ
1. ตรวจโควตาต่างชาติของอาคาร
สอบถามนิติบุคคลอาคารชุดว่าสัดส่วนห้องชุดที่ต่างชาติถืออยู่ยังไม่เต็ม 49 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่รวมหรือไม่
2. ตรวจสอบโฉนดและภาระผูกพัน
ตรวจโฉนดที่กรมที่ดิน ภาระจำนอง สิทธิการเช่า และหนี้ค่าส่วนกลางค้างชำระของห้องชุด
3. ทำสัญญาจะซื้อจะขาย
กำหนดเงื่อนไขการชำระเงิน การโอน และผลเมื่อฝ่ายใดผิดสัญญาให้ชัดเจน
4. โอนเงินจากต่างประเทศอย่างถูกต้อง
โอนเงินสกุลต่างประเทศเข้าไทยพร้อมระบุวัตถุประสงค์เพื่อซื้อคอนโดมิเนียม และขอหลักฐานจากธนาคาร (FET Form) สำหรับยื่นที่กรมที่ดิน
5. จดทะเบียนโอนที่สำนักงานที่ดิน
ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายหรือตัวแทนที่มีหนังสือมอบอำนาจไปดำเนินการโอนและชำระค่าธรรมเนียมภาษีตามที่กฎหมายกำหนด
ค่าธรรมเนียมและภาษีในการโอนกรรมสิทธิ์
การโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดินมีค่าธรรมเนียมและภาษีหลายรายการ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมการโอน ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย อากรแสตมป์หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ แล้วแต่ระยะเวลาถือครองและลักษณะของผู้ขาย อัตราเป็นไปตามประกาศของกรมที่ดินและกรมสรรพากรซึ่งอาจมีมาตรการปรับลดเป็นระยะ
ผู้ซื้อต่างชาติควรตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ต้นว่าฝ่ายใดรับผิดชอบค่าใช้จ่ายรายการใด เพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดตายตัว ความเข้าใจผิดเรื่องนี้เป็นสาเหตุข้อพิพาทที่พบบ่อยในวันโอน
การตรวจสอบก่อนซื้อที่ชาวต่างชาติไม่ควรข้าม
ก่อนวางเงินมัดจำ ผู้ซื้อควรตรวจสอบโฉนดที่ดินตัวจริงที่สำนักงานที่ดิน ว่าชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ตรงกับผู้ขายหรือไม่ มีภาระผูกพัน เช่น จำนอง สิทธิเก็บกิน หรือคำสั่งอายัดติดอยู่หรือไม่ สำหรับคอนโดมิเนียมต้องตรวจสัดส่วนชาวต่างชาติของอาคารกับนิติบุคคลอาคารชุด เพราะหากโควตา 49 เปอร์เซ็นต์เต็มแล้ว กรมที่ดินจะไม่รับโอนให้ชาวต่างชาติ
กรณีซื้อจากโครงการที่กำลังก่อสร้าง ควรตรวจใบอนุญาตจัดสรรหรือใบอนุญาตก่อสร้างของโครงการ สัญญาจะซื้อจะขายต้องระบุเงื่อนไขชัดเจนกรณีโครงการไม่แล้วเสร็จตามกำหนด และควรให้ทนายอิสระอ่านสัญญาก่อนลงนาม อย่าใช้ทนายที่ผู้ขายจัดให้เพียงฝ่ายเดียว การตรวจสอบเหล่านี้ใช้เวลาไม่กี่วันแต่ป้องกันความเสียหายที่แก้ยากได้
บัญชีดูแลผลประโยชน์ (Escrow) และการโอนเงินจากต่างประเทศ
ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยผ่านคนกลาง (Escrow) พ.ศ. 2551 ผู้ที่ทำหน้าที่คนกลางรับเงินตามกฎหมายนี้ต้องเป็นสถาบันการเงินหรือผู้ที่ได้รับอนุญาต เงินของผู้ซื้อจะถูกเก็บไว้จนกว่าเงื่อนไขในสัญญาจะครบ เช่น ผู้ขายโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินเรียบร้อย ช่วยลดความเสี่ยงเมื่อซื้อจากผู้ขายรายบุคคลหรือโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จ
ทนายความไม่ใช่คนกลางรับเงินตามกฎหมาย Escrow การให้ทนายหรือนายหน้าถือเงินแทนเป็นเพียงข้อตกลงส่วนตัวที่คุ้มครองน้อยกว่า ก่อนตกลงให้ตรวจว่าผู้ถือเงินเป็นใคร มีใบอนุญาตหรือไม่ และสัญญาระบุเงื่อนไขการปล่อยเงินให้ผู้ขายและการส่งเงินกลับให้ผู้ซื้อหากธุรกรรมไม่สำเร็จไว้อย่างไร
ผู้ซื้อห้องชุดชาวต่างชาติที่ต้องการถือกรรมสิทธิ์ในโควตาต่างชาติ ต้องนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาและให้ธนาคารออกหนังสือรับรองการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ (FET) เพื่อใช้ยื่นที่สำนักงานที่ดิน ชื่อผู้โอนและวัตถุประสงค์การโอนควรระบุว่าเพื่อซื้อห้องชุด การโอนผิดรูปแบบมักทำให้ต้องเสียเวลาแก้เอกสารในวันโอน
คำถามที่พบบ่อย
ชาวต่างชาติซื้อที่ดินในไทยได้หรือไม่
โดยหลักการไม่ได้ ข้อยกเว้นตามกฎหมายมีเงื่อนไขเข้มงวดและใช้ในขอบเขตจำกัด ทางเลือกที่นิยมคือซื้อห้องชุดคอนโดมิเนียมภายใต้โควตา 49% หรือเช่าระยะยาวสูงสุด 30 ปีพร้อมจดทะเบียน
ใช้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่อซื้อที่ดินได้หรือไม่
ไม่ควร โครงสร้าง nominee เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดการถือที่ดินของชาวต่างชาติเป็นความผิดตามกฎหมายไทยและมีความเสี่ยงทั้งทางแพ่งและอาญา
สัญญาเช่า 30 ปีต่ออายุได้จริงหรือไม่
การเช่าแต่ละครั้งทำได้สูงสุด 30 ปี คำสัญญาต่ออายุเป็นเพียงภาระผูกพันของผู้ให้เช่ารายนั้น ไม่ได้ติดตัวทรัพย์ หากเจ้าของเปลี่ยนมือ คำสัญญาอาจบังคับใช้กับเจ้าของใหม่ไม่ได้ ควรปรึกษาโครงสร้างที่เหมาะสมก่อนลงนาม
ต้องโอนเงินจากต่างประเทศอย่างไร
สำหรับการซื้อห้องชุด เงินควรโอนจากต่างประเทศเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศและระบุวัตถุประสงค์การซื้อห้องชุด ธนาคารรับโอนจะออกหลักฐานการโอนเงินให้ใช้ประกอบการโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดิน
การตรวจสอบกรรมสิทธิ์ใช้เวลานานเท่าใด
ขึ้นกับประเภทเอกสารสิทธิ์ จำนวนภาระผูกพัน และความพร้อมของเอกสารผู้ขาย เจ้าหน้าที่ประเมินกรอบเวลาให้หลังตรวจโฉนดและเอกสารเบื้องต้น
ควรทำสัญญาจะซื้อจะขายก่อนวางเงินมัดจำหรือไม่
ควร สัญญาจะซื้อจะขายที่เขียนชัดเจนกำหนดเงื่อนไขเงินมัดจำ กำหนดโอน และผลเมื่อฝ่ายใดผิดสัญญา ช่วยป้องกันข้อพิพาท โดยเฉพาะเมื่อต้องวางเงินก่อนตรวจสอบเสร็จสิ้น
แหล่งอ้างอิงทางการ
บริการที่เกี่ยวข้อง
เริ่มจากส่งข้อมูลเบื้องต้น
แจ้งรายละเอียดกรณีของคุณและสิ่งที่ต้องการให้ทีมตรวจ เราจะแจ้งรายการเอกสารและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับกรณีของคุณ
ติดต่อทีมงาน
