สำนักงานผู้แทนคือหน่วยงานที่บริษัทต่างประเทศตั้งขึ้นในไทยเพื่อทำกิจการเฉพาะ 5 ประเภทที่กฎหมายกำหนด เช่น หาแหล่งซื้อสินค้า ตรวจสอบคุณภาพ ให้คำแนะนำแก่ลูกค้าของสำนักงานใหญ่ และเผยแพร่ข้อมูลสินค้าใหม่ ห้ามรับรายได้หรือทำสัญญาซื้อขายในไทย ค่าใช้จ่ายทั้งหมดต้องมาจากสำนักงานใหญ่ ต้องจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและมีเงื่อนไขเงินทุนตามประกาศ
ตรวจทานข้อมูลล่าสุด: 2026-10-10 · ข้อมูลนี้เป็นภาพรวมทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี
สำนักงานผู้แทนคืออะไร ทำอะไรได้บ้าง
สำนักงานผู้แทน (Representative Office) เป็นรูปแบบการเข้ามาตั้งหน่วยงานในไทยของนิติบุคคลต่างประเทศที่ไม่ต้องการทำธุรกิจเพื่อหารายได้ในไทยโดยตรง กฎหมายไทยอนุญาตให้สำนักงานผู้แทนทำกิจการได้เพียง 5 ประเภท ได้แก่ การหาแหล่งซื้อสินค้าหรือบริการในไทยให้สำนักงานใหญ่ การตรวจสอบและควบคุมคุณภาพและปริมาณสินค้าที่สำนักงานใหญ่ซื้อหรือจ้างผลิตในไทย การให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าของสำนักงานใหญ่แก่ตัวแทนจำหน่ายหรือผู้ใช้ การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการใหม่ของสำนักงานใหญ่ และการรายงานแนวโน้มธุรกิจในประเทศไทยให้สำนักงานใหญ่
ข้อจำกัดที่สำคัญที่สุดคือ สำนักงานผู้แทนห้ามรับรายได้ใด ๆ ในไทย ห้ามทำสัญญาซื้อขายหรือเจรจาธุรกิจในนามของตนเองหรือบุคคลอื่น และห้ามให้บริการแก่บุคคลอื่นที่ไม่ใช่สำนักงานใหญ่ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของสำนักงานผู้แทนต้องมาจากเงินที่สำนักงานใหญ่โอนเข้ามาจากต่างประเทศเท่านั้น
เพราะข้อจำกัดนี้ สำนักงานผู้แทนจึงเหมาะกับบริษัทต่างประเทศที่ต้องการเพียงจุดประสานงาน ศึกษาตลาด หรือควบคุมคุณภาพสินค้า ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการขายสินค้าหรือบริการในไทย ซึ่งต้องพิจารณาตั้งบริษัทหรือสาขาแทน
- ทำได้: หาแหล่งซื้อ ตรวจคุณภาพสินค้า ให้คำแนะนำลูกค้าของสำนักงานใหญ่ เผยแพร่ข้อมูล รายงานแนวโน้มธุรกิจ
- ทำไม่ได้: รับรายได้ ทำสัญญาซื้อขาย ออกใบแจ้งหนี้ หรือให้บริการแก่บุคคลภายนอก
- ค่าใช้จ่ายต้องโอนจากสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศเท่านั้น
- ต้องจดทะเบียนก่อนเริ่มดำเนินการ
สำนักงานผู้แทน เทียบกับสาขาและบริษัทย่อย
การเลือกรูปแบบหน่วยงานในไทยขึ้นกับว่าบริษัทแม่ต้องการทำอะไรในไทย สาขา (Branch Office) ทำธุรกิจหารายได้ได้แต่บริษัทแม่ต้องรับผิดในหนี้ของสาขาโดยไม่จำกัด บริษัทย่อย (Subsidiary) เป็นนิติบุคคลไทยแยกต่างหาก จำกัดความรับผิดของบริษัทแม่ แต่มีภาระการกำกับดูแลเต็มรูปแบบ ส่วนสำนักงานผู้แทนเบาที่สุดแต่ทำได้น้อยที่สุด
| ประเด็น | สำนักงานผู้แทน | สาขา | บริษัทย่อย |
|---|---|---|---|
| รับรายได้ในไทย | ไม่ได้ | ได้ (ตามใบอนุญาต) | ได้ |
| สถานะนิติบุคคล | ไม่แยกจากบริษัทแม่ | ไม่แยกจากบริษัทแม่ | นิติบุคคลไทยแยกต่างหาก |
| ความรับผิดของบริษัทแม่ | รับผิดเต็มจำนวน | รับผิดเต็มจำนวน | จำกัดตามมูลค่าหุ้น |
| กิจการที่ทำได้ | เฉพาะ 5 ประเภทที่กฎหมายกำหนด | ตามที่ได้รับอนุญาต | ตามวัตถุประสงค์และใบอนุญาต |
| ความเหมาะสม | ประสานงาน ศึกษาตลาด ควบคุมคุณภาพ | ทำธุรกิจเฉพาะทาง เช่น งานโครงการ | ดำเนินธุรกิจเต็มรูปแบบระยะยาว |
เงื่อนไขสำคัญในการจดทะเบียน
สำนักงานผู้แทนอยู่ภายใต้การกำกับของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ การจดทะเบียนต้องมีตัวแทนที่พำนักในไทยเป็นผู้ดำเนินการ และต้องแสดงหลักฐานเงินทุนตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ซึ่งโดยหลักแล้วต้องไม่น้อยกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยนำเข้าเป็นงวดตามระยะเวลาที่ประกาศกำหนด
นอกจากนี้ สำนักงานผู้แทนยังมีหน้าที่ทางภาษีและแรงงานแม้จะไม่มีรายได้ ได้แก่ การขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี การหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินเดือนพนักงาน การขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคม และหากจ้างพนักงานต่างชาติต้องขอใบอนุญาตทำงานให้ถูกต้อง โดยสำนักงานผู้แทนมีเกณฑ์การจ้างพนักงานไทยประกอบการขอใบอนุญาตทำงานที่แตกต่างจากบริษัททั่วไป
ขั้นตอนการจดทะเบียน
1. กำหนดขอบเขตกิจการ
ยืนยันว่ากิจการที่จะทำอยู่ใน 5 ประเภทที่กฎหมายอนุญาต และจัดทำรายละเอียดกิจการเพื่อประกอบคำขอ
2. เตรียมเอกสารบริษัทแม่
หนังสือรับรองนิติบุคคล ข้อบังคับ บัญชีรายชื่อกรรมการ และหนังสือมอบอำนาจให้ตัวแทนในไทย ทุกฉบับต้องรับรองลายมือชื่อและแปลเป็นภาษาไทย
3. ยื่นคำขอจดทะเบียน
ยื่นคำขอพร้อมเอกสารประกอบต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมหลักฐานแผนการนำเข้าเงินทุน
4. รับเลขทะเบียนและดำเนินการต่อ
เมื่อได้รับอนุมัติ ดำเนินการขอเลขผู้เสียภาษี ขึ้นทะเบียนนายจ้าง และเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินจากสำนักงานใหญ่
5. รายงานและปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่อง
จัดทำบัญชีรับจ่าย ยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย และรายงานการเปลี่ยนแปลงต่อกรมตามกำหนด
เอกสารที่ต้องเตรียม
เอกสารหลักทั้งหมดมาจากบริษัทแม่ในต่างประเทศ จุดที่คำขอมักติดขัดคือเอกสารที่รับรองหรือแปลไม่ถูกรูปแบบ การเตรียมชุดเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้นจึงช่วยให้กระบวนการราบรื่น
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของบริษัทแม่ (รับรองและแปลเป็นไทย)
- ข้อบังคับหรือหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทแม่
- หนังสือมอบอำนาจให้ผู้จัดการสำนักงานผู้แทนในไทย
- สำเนาหนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวของผู้จัดการสำนักงานผู้แทน
- หลักฐานที่ตั้งสำนักงานในไทย เช่น สัญญาเช่า
- รายละเอียดกิจการ จำนวนพนักงาน และแผนการใช้จ่ายเงินทุน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ข้อผิดพลาดแรกคือเข้าใจว่าสำนักงานผู้แทน "ขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้" ซึ่งไม่เป็นความจริง การรับรายได้แม้เพียงรายการเดียวอาจทำให้สำนักงานผู้แทนถูกมองว่าประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อผิดพลาดที่สองคือใช้เงินในประเทศจ่ายค่าใช้จ่าย ทั้งที่กฎหมายกำหนดให้ค่าใช้จ่ายต้องมาจากเงินที่โอนจากต่างประเทศ
ข้อผิดพลาดที่สามคือลืมหน้าที่ภาษีและประกันสังคมเพราะคิดว่า "ไม่มีรายได้ก็ไม่มีหน้าที่" ความจริงคือการจ่ายเงินเดือนต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่ง และการมีพนักงานต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม การละเลยหน้าที่เหล่านี้มีโทษและเบี้ยปรับตามกฎหมาย
ภาษีและการรายงานของสำนักงานผู้แทน
สำนักงานผู้แทนไม่มีรายได้จากการประกอบกิจการในไทยเพราะทำได้เฉพาะกิจกรรมที่กฎหมายอนุญาต เช่น การหาข้อมูล การติดตามสั่งซื้อ และการประสานงาน อย่างไรก็ดี สำนักงานผู้แทนยังมีหน้าที่ทางภาษีในฐานะนายจ้าง ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินเดือนพนักงาน ยื่นแบบภาษีที่เกี่ยวข้อง และจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในบางกรณีตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร
ค่าใช้จ่ายของสำนักงานผู้แทนต้องมาจากเงินที่สำนักงานใหญ่โอนเข้ามาจากต่างประเทศ และต้องมีหลักฐานการโอนเงินที่ชัดเจนเพื่อยืนยันต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การจัดทำบัญชีรับจ่ายอย่างเป็นระบบจึงจำเป็นแม้สำนักงานผู้แทนจะไม่มีรายได้
การจ้างพนักงานและใบอนุญาตทำงาน
สำนักงานผู้แทนจ้างพนักงานไทยได้ และหากต้องการให้ชาวต่างชาติมาทำงานที่สำนักงานผู้แทนต้องขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ให้พนักงานต่างชาติทุกคน โดยมีเงื่อนไขเรื่องเงินทุนและอัตราส่วนพนักงานไทยต่อพนักงานต่างชาติตามประกาศที่เกี่ยวข้อง
นายจ้างต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้พนักงานภายใน 30 วันนับแต่เริ่มจ้าง และปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานเรื่องชั่วโมงทำงาน วันหยุด และสวัสดิการเช่นเดียวกับนายจ้างทั่วไป การละเลยหน้าที่เหล่านี้มีโทษและอาจกระทบต่อการต่ออายุใบอนุญาตทำงานของพนักงานต่างชาติ
การปิดสำนักงานผู้แทน
เมื่อบริษัทแม่ตัดสินใจยุติการดำเนินงานของสำนักงานผู้แทน ต้องแจ้งปิดต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมชำระหนี้ภาษีและยื่นงบการเงินฉบับสุดท้าย หากมีพนักงานต้องชำระค่าชดเชยและสิทธิตามกฎหมายแรงงานให้ครบถ้วน การปิดที่ไม่ครบขั้นตอนอาจทำให้บริษัทแม่ต้องรับผิดต่อหนี้ที่ค้างอยู่
เอกสารปิดกิจการบางฉบับต้องรับรองและแปลเพื่อยื่นต่อหน่วยงานของประเทศบริษัทแม่ ควรวางแผนการปิดล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งไตรมาสเพื่อให้ครบทุกหน่วยงาน
คำถามที่พบบ่อย
สำนักงานผู้แทนขายสินค้าหรือบริการในไทยได้ไหม
ไม่ได้ สำนักงานผู้แทนห้ามรับรายได้ ห้ามทำสัญญาซื้อขาย และห้ามให้บริการแก่บุคคลภายนอก ทำได้เฉพาะ 5 กิจการที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
ต้องใช้เงินทุนขั้นต่ำเท่าไร
มีเกณฑ์เงินทุนขั้นต่ำตามประกาศกระทรวงพาณิชย์สำหรับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยนำเข้าเป็นงวดตามระยะเวลาที่กำหนด ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนยื่น
สำนักงานผู้แทนต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลไหม
โดยหลักไม่มีภาษีเงินได้จากการค้าเพราะไม่มีรายได้ แต่ยังมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินเดือนและค่าใช้จ่ายบางประเภท และต้องยื่นแบบตามกำหนด
จ้างพนักงานต่างชาติได้หรือไม่
ได้ แต่ต้องขอใบอนุญาตทำงานให้ถูกต้อง และมีเกณฑ์สัดส่วนการจ้างพนักงานไทยประกอบที่แตกต่างจากบริษัททั่วไป
ถ้าอยากขายสินค้าในไทยภายหลังต้องทำอย่างไร
ต้องเปลี่ยนรูปแบบเป็นสาขาหรือตั้งบริษัทย่อย และขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ไม่สามารถขยายกิจการของสำนักงานผู้แทนโดยตรง
แหล่งอ้างอิงทางการ
บริการที่เกี่ยวข้อง
เริ่มจากส่งข้อมูลเบื้องต้น
แจ้งรายละเอียดกรณีของคุณและสิ่งที่ต้องการให้ทีมตรวจ เราจะแจ้งรายการเอกสารและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับกรณีของคุณ
ติดต่อทีมงาน
