
คำแปลเอกสารประกอบคำขอวีซ่าที่สถานทูตหรือสถานกงสุล — ใครเป็นผู้กำหนดรูปแบบคำแปล
คำตอบโดยสรุป
ผู้กำหนดรูปแบบคำแปลของเอกสารประกอบคำขอวีซ่าคือสถานทูตหรือสถานกงสุลที่รับคำขอ ไม่ใช่ผู้แปล แนวทางที่พบบ่อยมีสามแบบ คือ คำแปลที่ผ่านการรับรองนิติกรณ์จากกรมการกงสุล คำแปลจากผู้แปลที่สถานทูตยอมรับ และคำแปลที่มีคำรับรองของผู้แปลแนบท้าย ควรตรวจประกาศของสถานทูตที่จะยื่นก่อนเริ่มแปลทุกครั้ง
ข้อเท็จจริงหลักและหน่วยงานที่รับผิดชอบ
| ผู้กำหนดข้อกำหนด | สถานทูตหรือสถานกงสุลที่รับคำขอ ตามประกาศของแต่ละแห่ง |
|---|---|
| ภาษาคำแปล | โดยทั่วไปเป็นภาษาราชการของประเทศปลายทาง หรือภาษาอังกฤษหากปลายทางระบุว่ารับได้ |
| การรับรองนิติกรณ์ | หากปลายทางกำหนด ให้ยื่นคำแปลต่อกรมการกงสุลก่อนนำไปยื่นที่สถานทูต |
| อายุเอกสาร | หลายแห่งกำหนดให้เอกสารทะเบียนราษฎรออกใหม่ภายในระยะเวลาที่ประกาศไว้ ตรวจสอบกับปลายทาง |
รายการเอกสารและการรับรองที่เกี่ยวข้อง
หนังสือเดินทางหน้าข้อมูลส่วนบุคคล
สำเนาพร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้องโดยเจ้าของเอกสาร
ทะเบียนบ้าน สูติบัตร หรือทะเบียนสมรส แล้วแต่ประเภทวีซ่า
ต้นฉบับหรือคัดรับรองจากสำนักทะเบียน แล้วแปลตามรูปแบบที่ปลายทางกำหนด
หนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือรับรองสถานะนักเรียน
ออกโดยผู้มีอำนาจลงนามขององค์กร พร้อมคำแปลหากปลายทางกำหนด
เอกสารการเงินตามที่สถานทูตระบุ
ออกโดยธนาคาร รูปแบบคำแปลเป็นไปตามประกาศของสถานทูต
ขั้นตอนดำเนินการ
- อ่านประกาศของสถานทูตที่จะยื่น: ระบุประเภทวีซ่าและอ่านรายการเอกสารพร้อมข้อกำหนดคำแปลจากเว็บไซต์ทางการของสถานทูตนั้นก่อนดำเนินการใด ๆ
- จัดหาเอกสารต้นทางให้ถูกฉบับ: ขอคัดเอกสารทะเบียนราษฎรฉบับล่าสุดจากสำนักทะเบียน หากปลายทางกำหนดเรื่องอายุเอกสาร
- แปลตามรูปแบบที่ปลายทางยอมรับ: จัดทำคำแปลให้ตรงกับข้อความในต้นฉบับ รวมถึงตราประทับ ลายมือชื่อ และหมายเหตุท้ายเอกสาร
- ดำเนินการรับรองตามที่กำหนด: หากต้องผ่านนิติกรณ์ ให้ยื่นคำแปลพร้อมต้นฉบับต่อกรมการกงสุล แล้วจึงนำไปยื่นที่สถานทูต
คำแนะนำ
- ถ่ายภาพหรือสแกนชุดเอกสารที่ยื่นทั้งชุดไว้ เพื่อใช้อ้างอิงหากปลายทางขอเอกสารเพิ่ม
- ให้สะกดชื่อ-นามสกุลในคำแปลตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร
- หากเคยเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ให้เตรียมหลักฐานการเปลี่ยนพร้อมคำแปลไว้ด้วย
ข้อควรระวัง
- คำแปลที่สะกดชื่อไม่ตรงกับหนังสือเดินทางเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบบ่อยที่สุด
- อย่าเริ่มแปลก่อนอ่านประกาศของสถานทูต เพราะรูปแบบที่ยอมรับต่างกันในแต่ละแห่ง
- ไม่มีผู้ให้บริการรายใดรับประกันผลการพิจารณาวีซ่าได้ การพิจารณาเป็นดุลพินิจของสถานทูต
คำถามที่พบบ่อย
- สถานทูตทุกแห่งต้องการคำแปลที่ผ่านนิติกรณ์หรือไม่
- ไม่เสมอไป บางแห่งรับคำแปลพร้อมคำรับรองของผู้แปล บางแห่งกำหนดให้ผ่านกรมการกงสุลก่อน ให้ยึดประกาศของสถานทูตที่จะยื่นเป็นหลัก
- ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาของประเทศปลายทาง
- ขึ้นกับประกาศของสถานทูต หลายแห่งรับภาษาอังกฤษ แต่บางแห่งกำหนดภาษาราชการของประเทศตนเท่านั้น
- เอกสารที่ออกเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้วต้องแปลอีกหรือไม่
- โดยทั่วไปไม่ต้อง หากปลายทางรับภาษาอังกฤษ แต่หากปลายทางกำหนดภาษาอื่น เอกสารนั้นก็ยังต้องแปล
- คำแปลมีอายุการใช้งานหรือไม่
- คำแปลเองมักไม่มีอายุกำหนด แต่เอกสารต้นฉบับบางประเภทมีเงื่อนไขเรื่องความใหม่ตามที่ปลายทางกำหนด
- หากสถานทูตขอให้แก้คำแปลต้องทำอย่างไร
- ขอข้อสังเกตเป็นลายลักษณ์อักษรหรือบันทึกไว้ให้ชัดเจน แล้วแก้ตามข้อสังเกตนั้นพร้อมยื่นต้นฉบับประกอบอีกครั้ง
- สอบถามรายละเอียดงานแปลชุดวีซ่าได้ทางไหน
- ติดต่อเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล พร้อมแจ้งประเทศปลายทาง ประเภทวีซ่า และรายการเอกสารที่มี
แหล่งอ้างอิงทางการ
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (งานนิติกรณ์และการรับรองคำแปล)
- สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (เอกสารประกอบคำขอด้านคนเข้าเมือง)
- สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ — ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร
ข้อมูล ณ 2026-08-04 เงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบก่อนดำเนินการ
หน้าที่เกี่ยวข้อง
สอบถามเจ้าหน้าที่
เอกสารที่ต้องใช้และระยะเวลาขึ้นกับหน่วยงานหรือสาขาปลายทางของแต่ละกรณี สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันรายการก่อนเดินทางไปยื่น