คนไทยที่จะไปสหรัฐอเมริกาเพื่อท่องเที่ยว เยี่ยมครอบครัว รักษาพยาบาล หรือติดต่อธุรกิจระยะสั้น ต้องขอวีซ่า B1/B2 เพราะประเทศไทยไม่อยู่ในโครงการยกเว้นวีซ่า (Visa Waiver Program) จึงใช้ ESTA ไม่ได้ ผู้สมัครกรอกแบบฟอร์ม DS-160 ออนไลน์ ชำระค่าธรรมเนียม และนัดสัมภาษณ์ที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงเทพฯ หรือสถานกงสุลใหญ่ในเชียงใหม่ ตามกฎหมายมาตรา 214(b) เจ้าหน้าที่จะสันนิษฐานว่าผู้สมัครตั้งใจย้ายถิ่น จนกว่าผู้สมัครจะแสดงความผูกพันกับประเทศไทยได้อย่างน่าเชื่อถือ
ตรวจทานข้อมูลล่าสุด: 2026-10-04 · ข้อมูลนี้เป็นภาพรวมทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี
หัวใจของการพิจารณา: มาตรา 214(b) และความผูกพันกับประเทศไทย
มาตรา 214(b) ของกฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐฯ (Immigration and Nationality Act) กำหนดให้ผู้สมัครวีซ่าชั่วคราวทุกคนถูกสันนิษฐานว่ามีเจตนาย้ายถิ่น ผู้สมัครต้องแสดงให้เจ้าหน้าที่กงสุลเห็นว่ามีที่พำนักในไทยที่ไม่ตั้งใจละทิ้ง มีวัตถุประสงค์การเดินทางที่ชัดเจนและชั่วคราว และมีเงินพอสำหรับค่าใช้จ่าย
ความผูกพันที่เจ้าหน้าที่พิจารณามักได้แก่ งานประจำหรือธุรกิจ ครอบครัวที่อยู่ในไทย ทรัพย์สิน การศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ และประวัติการเดินทางต่างประเทศที่กลับตามกำหนด ไม่มีปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ได้วีซ่าแน่นอน เจ้าหน้าที่พิจารณาภาพรวมของผู้สมัครแต่ละคน
การสัมภาษณ์มักใช้เวลาไม่กี่นาที เจ้าหน้าที่ตัดสินใจจากคำตอบและข้อมูลใน DS-160 เป็นหลัก เอกสารที่นำไปใช้เพื่อยืนยันเมื่อถูกขอดูเท่านั้น ดังนั้นความสอดคล้องระหว่างคำตอบกับ DS-160 สำคัญกว่าปริมาณเอกสาร
กรอก DS-160 อย่างไรให้ไม่มีจุดขัดแย้ง
DS-160 เป็นคำร้องที่เจ้าหน้าที่อ่านก่อนสัมภาษณ์ ข้อมูลทุกช่องต้องตรงกับความจริงและตรงกับเอกสาร เช่น ชื่อนายจ้าง ตำแหน่ง เงินเดือน ที่อยู่ ประวัติการเดินทาง และข้อมูลครอบครัว การแก้ไขหลังยื่นต้องกรอกฉบับใหม่
คำถามด้านความปลอดภัยและประวัติ เช่น การถูกปฏิเสธวีซ่า การอยู่เกินกำหนด หรือคดีอาญา ต้องตอบตามจริงทุกข้อ การให้ข้อมูลเท็จอาจทำให้ถูกตัดสิทธิ์ถาวรตามกฎหมายสหรัฐฯ ซึ่งร้ายแรงกว่าการถูกปฏิเสธตามมาตรา 214(b) มาก
ผู้สมัครต้องกรอกบัญชีโซเชียลมีเดียที่ใช้ในช่วงเวลาที่แบบฟอร์มกำหนด ควรกรอกให้ครบตามจริง
1. กรอก DS-160 ออนไลน์และเก็บหน้ายืนยันที่มีบาร์โค้ด
2. สร้างบัญชีในระบบนัดหมายที่สถานทูตกำหนดและชำระค่าธรรมเนียม
3. เลือกนัดสัมภาษณ์ที่กรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่
หรือตรวจว่าเข้าเกณฑ์ยื่นโดยไม่สัมภาษณ์ตามประกาศล่าสุดหรือไม่
4. ไปสัมภาษณ์พร้อมหนังสือเดินทาง หน้ายืนยัน DS-160 และเอกสารประกอบ
5. ติดตามสถานะและรับหนังสือเดินทางคืนตามช่องทางที่เลือก
เอกสารที่ควรนำไปวันสัมภาษณ์
สถานทูตกำหนดเอกสารบังคับไม่กี่อย่าง แต่ผู้สมัครควรเตรียมเอกสารประกอบที่ยืนยันข้อมูลใน DS-160 โดยจัดให้หยิบได้ทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่ขอ
- หนังสือเดินทางปัจจุบันและเล่มเก่าที่มีวีซ่าสหรัฐฯ หรือประวัติการเดินทาง
- หน้ายืนยัน DS-160 และหลักฐานการนัดหมาย
- หนังสือรับรองการทำงานภาษาอังกฤษ หรือเอกสารบริษัทสำหรับเจ้าของกิจการ
- หลักฐานการเงินและรายได้ เช่น รายการเดินบัญชีและเอกสารภาษี
- หนังสือรับรองสถานะนักศึกษาสำหรับผู้ที่ยังเรียนอยู่
- หนังสือเชิญหรือกำหนดการประชุม สำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจหรือเยี่ยมญาติ
- เอกสารภาษาไทยควรมีคำแปลภาษาอังกฤษแนบ
อายุวีซ่ากับระยะเวลาพำนัก: ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
อายุวีซ่าบนสติกเกอร์คือช่วงเวลาที่ใช้เดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้ ส่วนระยะเวลาที่อยู่ได้แต่ละครั้งกำหนดโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรและป้องกันชายแดน (CBP) ณ ด่าน และบันทึกในระบบ I-94 ผู้เดินทางควรตรวจ I-94 ทางออนไลน์หลังเข้าเมืองทุกครั้ง
การอยู่เกินวันที่ใน I-94 แม้เพียงวันเดียวทำให้วีซ่าที่ถืออยู่สิ้นผลโดยอัตโนมัติ และการอยู่เกินกำหนดนานอาจทำให้ถูกห้ามเข้าประเทศหลายปี การขอขยายเวลาต้องยื่นต่อ USCIS ก่อน I-94 หมดอายุ
วีซ่า B1/B2 ไม่อนุญาตให้ทำงานรับค่าจ้างจากแหล่งในสหรัฐฯ หรือเรียนในหลักสูตรที่ได้รับหน่วยกิต กิจกรรมเหล่านี้ต้องใช้วีซ่าประเภทอื่น เช่น F-1, J-1 หรือวีซ่าทำงาน
กรณีที่ต้องเตรียมเพิ่ม: เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีญาติในสหรัฐฯ
ผู้สมัครอายุต่ำกว่า 14 ปีและผู้สูงอายุตามเกณฑ์อาจได้รับยกเว้นการสัมภาษณ์ในบางกรณีตามประกาศสถานทูต แต่ยังต้องยื่นคำร้องและเอกสารครบ เด็กที่ยื่นต้องมีสูติบัตรและเอกสารของผู้ปกครอง ควรตรวจประกาศล่าสุดเพราะนโยบายการยกเว้นสัมภาษณ์ปรับเปลี่ยนบ่อย
ผู้ที่มีญาติเป็นพลเมืองหรือผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในสหรัฐฯ ไม่ได้ถูกห้ามขอวีซ่าท่องเที่ยว แต่ควรเตรียมอธิบายความผูกพันกับไทยให้ชัด โดยเฉพาะหากเคยมีคำร้องขอวีซ่าถาวร (immigrant petition) ยื่นไว้ ซึ่งต้องแจ้งตามจริง
ผู้ที่เดินทางไปรักษาพยาบาลควรมีหนังสือจากแพทย์ในไทย หนังสือยืนยันจากโรงพยาบาลในสหรัฐฯ และหลักฐานการชำระค่ารักษา
ถูกปฏิเสธตาม 214(b) แล้วทำอย่างไร
การปฏิเสธตามมาตรา 214(b) ไม่ใช่การห้ามถาวร ผู้สมัครยื่นใหม่ได้ แต่ควรยื่นเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ได้งานประจำ มีรายได้มั่นคงขึ้น หรือมีวัตถุประสงค์การเดินทางที่ชัดเจนขึ้น การยื่นซ้ำทันทีโดยไม่มีอะไรเปลี่ยนมักได้ผลเหมือนเดิม
การปฏิเสธด้วยเหตุอื่น เช่น การให้ข้อมูลเท็จหรือประวัติการอยู่เกินกำหนด มีผลทางกฎหมายต่างออกไปและอาจต้องขอ waiver ควรปรึกษาทนายความด้านกฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐฯ
วันสัมภาษณ์: สิ่งที่เกิดขึ้นจริงและการเตรียมตัว
ผู้สมัครต้องไปถึงตามเวลานัด ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และกระเป๋าขนาดใหญ่เข้าอาคารตามระเบียบความปลอดภัยของสถานทูต ควรตรวจรายการสิ่งของต้องห้ามบนเว็บไซต์สถานทูตก่อนวันนัด และจัดเอกสารในแฟ้มใสที่เปิดหาได้ง่าย
ขั้นตอนในวันนัดมักประกอบด้วยการตรวจเอกสารเบื้องต้น การสแกนลายนิ้วมือ และการสัมภาษณ์ที่ช่องเจ้าหน้าที่กงสุล การสัมภาษณ์ใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยได้ ผู้สมัครควรตอบด้วยภาษาที่สื่อสารได้ชัดที่สุด ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษหากไม่ถนัด
คำถามที่พบบ่อยคือ ไปทำอะไร ไปนานเท่าไร ใครออกค่าใช้จ่าย ทำงานอะไร และมีใครอยู่ในสหรัฐฯ บ้าง คำตอบควรสั้น ตรง และตรงกับ DS-160 การท่องคำตอบจนฟังดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือการนำเอกสารให้ดูโดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ขอ มักไม่ช่วยให้ดีขึ้น
บางกรณีเจ้าหน้าที่อาจให้ใบแจ้งตามมาตรา 221(g) เพื่อขอเอกสารเพิ่มหรือตรวจสอบทางปกครอง ซึ่งไม่ใช่การปฏิเสธถาวร ผู้สมัครควรทำตามคำแนะนำในใบแจ้งและรอผล ระยะเวลาการตรวจสอบแตกต่างกันในแต่ละกรณี
หลังได้วีซ่า ให้ตรวจชื่อ วันเกิด เลขหนังสือเดินทาง ประเภท และจำนวนครั้งที่เข้าได้บนวีซ่า หากผิดควรติดต่อสถานทูตทันทีก่อนเดินทาง
การเดินทางเพื่อธุรกิจด้วยวีซ่า B1
วีซ่า B1 ครอบคลุมกิจกรรม เช่น ประชุม สัมมนา งานแสดงสินค้า เจรจาสัญญา ปรึกษาหารือกับคู่ค้า และจัดการเรื่องมรดก แต่ไม่อนุญาตให้ทำงานที่เป็นผลผลิตให้บริษัทในสหรัฐฯ หรือรับเงินเดือนจากแหล่งในสหรัฐฯ
ผู้เดินทางเพื่อธุรกิจควรมีหนังสือจากนายจ้างในไทยที่อธิบายวัตถุประสงค์ ยืนยันการจ้างงานและเงินเดือนต่อเนื่อง พร้อมหนังสือเชิญหรือกำหนดการจากคู่ค้าในสหรัฐฯ เจ้าของกิจการควรนำหนังสือรับรองนิติบุคคลและหลักฐานความสัมพันธ์ทางธุรกิจไปด้วย
การติดตั้ง ซ่อมบำรุง หรือฝึกอบรมตามสัญญาซื้อขายอาจอยู่ในขอบเขต B1 ได้ในบางกรณี ควรตรวจแนวทางของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ก่อนยื่น
บทบาทของเรา
เราตรวจความสอดคล้องของร่างข้อมูล DS-160 กับเอกสาร แปลเอกสารภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ จัดชุดเอกสารให้หยิบใช้ได้ง่ายในวันสัมภาษณ์ และรับรองลายมือชื่อหรือสำเนาเอกสารโดย Notarial Services Attorney สำหรับเอกสารที่ต้องใช้ในสหรัฐฯ
เราไม่ฝึกให้ตอบคำถามที่ไม่ตรงความจริง และไม่สามารถรับรองผลได้ การออกวีซ่าเป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่กงสุลสหรัฐฯ และการอนุญาตให้เข้าเมืองเป็นอำนาจของ CBP
คำถามที่พบบ่อย
คนไทยใช้ ESTA ไปอเมริกาได้ไหม
ไม่ได้ ประเทศไทยไม่อยู่ใน Visa Waiver Program คนไทยต้องขอวีซ่า B1/B2 สำหรับการเดินทางระยะสั้น
สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกาได้ที่ไหน
ที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ หรือสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ ตามที่นัดหมายในระบบ
วีซ่า 10 ปีอยู่ได้ 10 ปีหรือไม่
ไม่ใช่ อายุวีซ่าคือช่วงที่เดินทางเข้าได้ ระยะเวลาที่อยู่ได้แต่ละครั้งกำหนดใน I-94 โดย CBP
ถูกปฏิเสธ 214(b) ยื่นใหม่ได้เมื่อไร
ยื่นใหม่ได้ ไม่มีระยะห้ามตามกฎหมาย แต่ควรยื่นเมื่อสถานการณ์หรือหลักฐานเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
ต้องแปลเอกสารภาษาไทยไหม
ควรแนบคำแปลภาษาอังกฤษ เพื่อให้เจ้าหน้าที่อ่านได้ทันทีหากขอดู
แหล่งอ้างอิงทางการ
บริการที่เกี่ยวข้อง
ให้เราตรวจร่าง DS-160 และเอกสารก่อนวันสัมภาษณ์
ส่งร่างข้อมูลและเอกสารที่มี เราจะชี้จุดที่ไม่สอดคล้องและแปลเอกสารที่ควรนำไป
ติดต่อทีมงาน
