


การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทยเป็นหน้าที่ตามประมวลรัษฎากร เมื่อรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด หรือเมื่อผู้ประกอบการประสงค์จดทะเบียนก่อนถึงเกณฑ์เพื่อใช้ภาษีซื้อ ผู้ประกอบการยื่นคำขอต่อกรมสรรพากรพร้อมหลักฐานสถานประกอบการและเอกสารนิติบุคคล เมื่อได้รับใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว จะเกิดหน้าที่ออกใบกำกับภาษี จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย และยื่นแบบรายเดือนตามกำหนดของกรมสรรพากร เกณฑ์รายรับ อัตรา และกำหนดเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรยืนยันกับกรมสรรพากรก่อนดำเนินการ
| กฎหมายที่ใช้บังคับ | ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม และประกาศ/คำสั่งกรมสรรพากรที่เกี่ยวข้อง |
|---|---|
| หน่วยงานที่รับคำขอ | กรมสรรพากร (สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือระบบยื่นออนไลน์ของกรม) |
| เกณฑ์รายรับ | กำหนดโดยประมวลรัษฎากรและพระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้อง และแก้ไขได้ ควรตรวจสอบตัวเลขปัจจุบันกับกรมสรรพากร |
| อัตราภาษี | อัตราตามประมวลรัษฎากร โดยมีพระราชกฤษฎีกาลดอัตราเป็นคราว ๆ ควรตรวจสอบอัตราที่ใช้บังคับในปีนั้น |
| หน้าที่หลังจดทะเบียน | ออกใบกำกับภาษี จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย และยื่นแบบแสดงรายการรายเดือนตามกำหนด |
| เอกสารต่างประเทศ | หนังสือเดินทาง หนังสือมอบอำนาจ หรือเอกสารบริษัทแม่ที่ออกนอกประเทศ ต้องผ่านการรับรองในประเทศต้นทางและมีคำแปลภาษาไทยที่รับรอง |
| ค่าธรรมเนียมและระยะเวลา | กำหนดโดยกรมสรรพากรและเปลี่ยนแปลงได้ ควรสอบถามสำนักงานที่รับเรื่องก่อนยื่น |
คำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบที่กรมสรรพากรกำหนด
ลงนามโดยผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรอง
หนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุดและวัตถุประสงค์
ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจอายุเอกสารที่สำนักงานผู้รับกำหนด
หลักฐานสถานประกอบการ เช่น สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
สอบถามรูปแบบหลักฐานและแผนที่ที่สำนักงานพื้นที่กำหนด
เอกสารแสดงตนของกรรมการหรือผู้มีอำนาจ
ชาวต่างชาติใช้สำเนาหนังสือเดินทางพร้อมคำแปลภาษาไทยที่รับรอง
หนังสือมอบอำนาจ (หากไม่ยื่นด้วยตนเอง)
หากลงนามนอกประเทศ ต้องผ่านการรับรองในประเทศต้นทางและรับรองคำแปล
ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการในไทยและมีรายรับเกินเกณฑ์ที่ประมวลรัษฎากรกำหนดต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในระยะเวลาที่กำหนดนับจากวันที่รายรับเกินเกณฑ์ ผู้ประกอบการที่ยังไม่ถึงเกณฑ์อาจขอจดทะเบียนโดยสมัครใจได้
บริษัทต่างชาติจำนวนมากเลือกจดทะเบียนตั้งแต่ต้น เพราะลูกค้าองค์กรต้องการใบกำกับภาษีเต็มรูป และการขอใบอนุญาตทำงานหรือวีซ่าบางประเภทพิจารณาสถานะผู้ประกอบการจดทะเบียนประกอบ
อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจริงกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาและมีการต่ออายุเป็นช่วง ๆ ควรตรวจอัตราที่ใช้ ณ วันที่ออกใบกำกับภาษีกับกรมสรรพากร
การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องระบุสถานประกอบการ และเจ้าหน้าที่อาจตรวจสถานที่ก่อนหรือหลังอนุมัติ บริษัทที่ใช้ Virtual Office ต้องมีหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ สัญญาเช่าหรือสัญญาบริการ และหลักฐานว่าสถานที่นั้นใช้รับเอกสารและติดต่อได้จริง
แนวปฏิบัติในการตรวจสถานที่แตกต่างกันตามสำนักงานสรรพากรพื้นที่ ควรสอบถามสำนักงานสรรพากรที่ดูแลที่ตั้งนั้นก่อนยื่น และเตรียมภาพถ่ายป้ายชื่อบริษัทและผังที่ตั้งไว้
ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องออกใบกำกับภาษีตามแบบที่กฎหมายกำหนด จัดทำรายงานภาษีซื้อและภาษีขาย และยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือนแม้ไม่มีรายการ การไม่ยื่นแบบในเดือนที่ไม่มียอดขายเป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของบริษัทเปิดใหม่
การจ่ายค่าบริการให้ผู้ให้บริการต่างประเทศที่ใช้บริการในไทยอาจต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทนด้วยแบบ ภ.พ.36
เมื่อจดทะเบียนแล้ว ผู้ประกอบการต้องออกใบกำกับภาษีที่มีรายการครบตามประมวลรัษฎากร จัดทำรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามที่กำหนด และยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือนแม้ไม่มีรายการ ภาษีซื้อที่ขอเครดิตต้องมีใบกำกับภาษีที่ถูกต้องและเกี่ยวกับกิจการ
ต้องแสดงใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานประกอบการ และแจ้งกรมสรรพากรเมื่อย้าย เพิ่ม หรือปิดสถานประกอบการ สำหรับบริษัทที่ใช้ Virtual Office ควรตรวจว่าที่อยู่นั้นใช้จดทะเบียนได้จริงและพร้อมรับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่
ยังไม่ถึงเกณฑ์รายได้จดทะเบียนได้หรือไม่: ผู้ประกอบการสามารถขอจดทะเบียนโดยสมัครใจได้ ซึ่งช่วยให้ขอเครดิตภาษีซื้อได้และลูกค้าธุรกิจมักต้องการใบกำกับภาษี แต่ต้องรับภาระงานยื่นแบบรายเดือน
บริการจากต่างประเทศต้องเสียภาษีอย่างไร: เมื่อบริษัทในไทยจ่ายค่าบริการให้ผู้ให้บริการต่างประเทศสำหรับบริการที่ใช้ในไทย ผู้จ่ายอาจต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทนด้วยแบบ ภ.พ.36 ตามประมวลรัษฎากร
ส่งออกสินค้าต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่: การส่งออกโดยทั่วไปใช้อัตราร้อยละศูนย์ แต่ยังต้องจดทะเบียนและเก็บหลักฐานการส่งออก เช่น ใบขนสินค้า ไว้ประกอบ
ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือ ออกใบกำกับภาษีไม่ครบรายการ ขอเครดิตภาษีซื้อจากใบกำกับภาษีที่ระบุชื่อผิดหรือเป็นรายจ่ายต้องห้าม ไม่ยื่นแบบในเดือนที่ไม่มีรายการ และไม่แจ้งการย้ายสถานประกอบการ แต่ละกรณีอาจทำให้ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ควรมีผู้ตรวจทานใบกำกับภาษีก่อนส่งให้ลูกค้าและก่อนลงบัญชี
เอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) แบบ ภ.พ.30 รายเดือน รายงานภาษีซื้อและภาษีขาย ใบกำกับภาษีทุกฉบับ และหลักฐานการส่งออกหากมี การจดทะเบียนอาจต้องใช้หนังสือรับรองบริษัท สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ และภาพถ่ายสถานประกอบการ
ข้อมูลในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปจากกฎหมายและประกาศของหน่วยงานที่ระบุ ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะกรณี กฎหมาย อัตรา และกำหนดเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจกับกรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานประกันสังคมก่อนตัดสินใจ หากเรื่องมีผลกระทบสูง เช่น ถูกตรวจภาษี มีงบค้างหลายปี หรือมีธุรกรรมข้ามประเทศ ควรให้ผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีที่มีใบอนุญาตพิจารณาเอกสารจริงของท่าน

ข้อมูล ณ 2026-08-05 เงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบก่อนดำเนินการ
เอกสารที่ต้องใช้และระยะเวลาขึ้นกับหน่วยงานหรือสาขาปลายทางของแต่ละกรณี สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันรายการก่อนเดินทางไปยื่น