


ผู้จ่ายเงินได้ที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากร ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้ถูกหักไว้เป็นหลักฐาน ส่วนการขอใช้สิทธิลดหรือยกเว้นภาษีตามอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน โดยทั่วไปหน่วยงานภาษีของอีกประเทศจะขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่เพื่อการรัษฎากรที่ออกโดยกรมสรรพากร เมื่อจะนำเอกสารไทยไปใช้ในต่างประเทศ มักต้องแปลเป็นภาษาที่ผู้รับกำหนด รับรองคำแปล และผ่านนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลก่อนยื่นต่อสถานทูตหรือหน่วยงานปลายทาง
| กฎหมายที่ใช้บังคับ | ประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการหักภาษี ณ ที่จ่ายและหลักฐานการหักภาษี รวมถึงอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ประเทศไทยเป็นภาคี |
|---|---|
| ผู้มีหน้าที่ออกหนังสือรับรอง | ผู้จ่ายเงินได้ที่ทำการหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นผู้ออกให้แก่ผู้ถูกหัก |
| หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ | ออกโดยกรมสรรพากรตามคำร้องของผู้เสียภาษี เพื่อใช้ประกอบการขอสิทธิตามอนุสัญญาภาษีซ้อน |
| การใช้ในต่างประเทศ | โดยทั่วไปต้องมีคำแปลที่รับรอง ผ่านนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล และอาจต้องรับรองที่สถานทูตของประเทศปลายทาง |
| ประเทศภาคีอนุสัญญาเฮก | ขั้นตอนรับรองแตกต่างกันตามสถานะการเข้าเป็นภาคีของแต่ละประเทศ ควรยืนยันกับหน่วยงานผู้รับก่อนดำเนินการ |
| การเก็บเอกสาร | ผู้จ่ายและผู้รับควรเก็บสำเนาหนังสือรับรองไว้ตามระยะเวลาที่กฎหมายภาษีกำหนด |
| ค่าธรรมเนียมและระยะเวลา | กำหนดโดยกรมสรรพากรและกรมการกงสุล และเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบก่อนยื่น |
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายฉบับจริงจากผู้จ่ายเงินได้
ตรวจความถูกต้องของชื่อ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และจำนวนเงินก่อนนำไปใช้
คำร้องขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่เพื่อการรัษฎากร
ยื่นตามแบบและเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด
หนังสือรับรองนิติบุคคล (กรณีผู้ขอเป็นบริษัท)
ตรวจอายุเอกสารที่หน่วยงานผู้รับกำหนด
คำแปลเอกสารภาษีเป็นภาษาที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
รับรองคำแปลตามรูปแบบที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
เอกสารมอบอำนาจ (หากดำเนินการแทน)
สอบถามรูปแบบการรับรองที่หน่วยงานผู้รับกำหนดก่อนยื่น
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (มักเรียกว่า "50 ทวิ") ออกโดยผู้จ่ายเงินเพื่อยืนยันว่าได้หักภาษีจากเงินได้และนำส่งกรมสรรพากรแล้ว ผู้รับเงินใช้เป็นหลักฐานเครดิตภาษีในไทย และในหลายกรณีใช้ขอเครดิตภาษีต่างประเทศในประเทศที่ตนมีถิ่นที่อยู่ทางภาษี
หน่วยงานภาษีต่างประเทศมักต้องการคำแปลและอาจต้องการการรับรองเพิ่มเติม ลำดับที่ใช้บ่อยคือแปลเป็นภาษาปลายทาง ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารรับรองคำแปลหรือสำเนา แล้วรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล และสถานทูตเมื่อประเทศปลายทางกำหนด
หากต้องการพิสูจน์สถานะผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในไทยเพื่อใช้สิทธิตามอนุสัญญาภาษีซ้อน เอกสารที่ใช้คือหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีที่ออกโดยกรมสรรพากร ซึ่งเป็นเอกสารคนละฉบับกับ 50 ทวิ
สำหรับประเทศภาคีอนุสัญญาเฮก การใช้ Apostille กับเอกสารไทยจะเริ่มได้เมื่ออนุสัญญามีผลกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ก่อนวันนั้นใช้การรับรองนิติกรณ์ตามปกติ
ลำดับที่ใช้ได้จริงคือ ตรวจว่าหน่วยงานภาษีต่างประเทศต้องการเอกสารแบบใด เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย สำเนาแบบนำส่งภาษี หรือหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีจากกรมสรรพากร จากนั้นตรวจชื่อ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี จำนวนเงิน และวันที่ให้ตรงกับสัญญาและใบแจ้งหนี้ แปลเอกสารเป็นภาษาที่ปลายทางกำหนด และรับรองเอกสารตามที่ปลายทางต้องการ
สำหรับงบการเงิน หนังสือรับรองบริษัท หรือเอกสารภาษีที่ต้องส่งให้หน่วยงานหรือคู่ค้าต่างประเทศ ขั้นตอนตอนนี้คือส่งให้กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ รับรองก่อน แล้วจึงให้สถานทูตของประเทศปลายทางรับรองต่อ ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาเฮกเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 และอนุสัญญามีผลสำหรับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 หลังวันนั้น เอกสารที่จะใช้ในประเทศภาคีอาจใช้ Apostille แทนได้ ควรตรวจกับหน่วยงานปลายทางเสมอ
ไทยมีอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนกับหลายประเทศ ซึ่งอาจลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้บางประเภท เช่น ค่าสิทธิ ดอกเบี้ย หรือเงินปันผล หรือกำหนดว่าประเทศใดมีสิทธิเก็บภาษี ผู้รับเงินในต่างประเทศมักต้องแสดงหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีของประเทศตนเพื่อใช้สิทธิ และใช้หนังสือรับรองการหักภาษีจากไทยเพื่อขอเครดิตภาษีในประเทศของตน รายละเอียดขึ้นกับอนุสัญญาแต่ละฉบับและกฎหมายของแต่ละประเทศ
ก่อนจ่ายเงินไปต่างประเทศ: ตรวจประเภทเงินได้ อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากร และสิทธิตามอนุสัญญาภาษีซ้อนหากมี ขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีจากผู้รับเงินเมื่อจะใช้อัตราตามอนุสัญญา
เมื่อจ่ายเงิน: หักภาษี ยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 และนำส่งภาษีภายในกำหนด ออกหนังสือรับรองการหักภาษีที่ระบุชื่อ ประเภทเงินได้ จำนวนเงิน และภาษีให้ตรงกับเอกสารการจ่าย
หลังจ่ายเงิน: ส่งหนังสือรับรองและหลักฐานการนำส่งให้ผู้รับเงิน พร้อมคำแปลหากปลายทางต้องการ และเก็บสำเนาทั้งหมดไว้ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
หนังสือรับรองหายขอใหม่ได้หรือไม่: ผู้จ่ายเงินสามารถออกสำเนาที่รับรองความถูกต้องให้ได้ ผู้รับเงินควรติดต่อผู้จ่ายโดยตรงและระบุงวดและจำนวนเงิน
หน่วยงานต่างประเทศไม่รับเอกสารภาษาไทยทำอย่างไร: ใช้คำแปลที่ผู้แปลรับรอง และหากปลายทางกำหนด ให้รับรองเอกสารผ่านโนตารีหรือกระทรวงการต่างประเทศตามลำดับที่ผู้รับเอกสารแจ้ง
ใช้หนังสือรับรองแทนหลักฐานรายได้ได้หรือไม่: บางหน่วยงานยอมรับร่วมกับสัญญาและรายการเดินบัญชีธนาคาร แต่ขึ้นกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง
เอกสารที่ใช้คู่กันบ่อย ได้แก่ สัญญาบริการหรือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ ใบแจ้งหนี้ หลักฐานการโอนเงิน แบบ ภ.ง.ด.54 พร้อมใบเสร็จรับเงินจากกรมสรรพากร และหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษี การจัดชุดเอกสารให้ตรงกันช่วยให้ผู้รับเงินขอเครดิตภาษีในประเทศของตนได้ง่ายขึ้น
ข้อมูลในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปจากกฎหมายและประกาศของหน่วยงานที่ระบุ ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะกรณี กฎหมาย อัตรา และกำหนดเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจกับกรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานประกันสังคมก่อนตัดสินใจ หากเรื่องมีผลกระทบสูง เช่น ถูกตรวจภาษี มีงบค้างหลายปี หรือมีธุรกรรมข้ามประเทศ ควรให้ผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีที่มีใบอนุญาตพิจารณาเอกสารจริงของท่าน

ข้อมูล ณ 2026-08-05 เงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบก่อนดำเนินการ
เอกสารที่ต้องใช้และระยะเวลาขึ้นกับหน่วยงานหรือสาขาปลายทางของแต่ละกรณี สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันรายการก่อนเดินทางไปยื่น