การปิดบริษัทจำกัดในไทยมีสองช่วง ช่วงแรกคือการเลิกบริษัท ซึ่งโดยทั่วไปทำโดยมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น แล้วจดทะเบียนเลิกต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 14 วัน ช่วงที่สองคือการชำระบัญชี ซึ่งผู้ชำระบัญชีต้องรวบรวมทรัพย์สิน ชำระหนี้ ปิดภาษีกับกรมสรรพากร และจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี บริษัทจะสิ้นสภาพนิติบุคคลเมื่อจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้วเท่านั้น
ตรวจทานข้อมูลล่าสุด: 2026-10-10 · ข้อมูลนี้เป็นภาพรวมทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี
ทำไมต้องเลิกบริษัทให้ถูกขั้นตอน
หลายคนหยุดดำเนินกิจการแล้วปล่อยบริษัทไว้โดยไม่ทำอะไร เข้าใจว่าบริษัทจะหายไปเอง ความจริงคือบริษัทยังคงมีหน้าที่ส่งงบการเงินและยื่นแบบภาษีทุกปี การไม่ปฏิบัติทำให้เกิดค่าปรับสะสม และกรรมการอาจต้องรับผิดตามกฎหมาย แม้นายทะเบียนอาจขีดชื่อบริษัทร้างออกจากทะเบียน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ภาระภาษีหรือหนี้ที่ค้างอยู่หมดไป และผู้มีส่วนได้เสียสามารถร้องขอให้ศาลสั่งให้กลับคืนสู่ทะเบียนได้
การเลิกบริษัทและชำระบัญชีอย่างถูกต้องทำให้สถานะทางกฎหมายชัดเจน ปิดความรับผิดของกรรมการ และเป็นหลักฐานสำคัญหากต้องใช้ยืนยันกับหน่วยงานต่างประเทศ เช่น บริษัทแม่ที่ต้องรายงานการปิดบริษัทย่อย
ขั้นตอนการเลิกบริษัทและชำระบัญชี
1. ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติพิเศษ
เรียกประชุมผู้ถือหุ้นและลงมติพิเศษให้เลิกบริษัท พร้อมแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี ต้องลงโฆษณาและส่งหนังสือนัดประชุมตามที่ข้อบังคับและกฎหมายกำหนด
2. จดทะเบียนเลิกบริษัท
ยื่นจดทะเบียนเลิกบริษัทต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 14 วันนับแต่วันลงมติ พร้อมงบการเงินที่เกี่ยวข้อง
3. ประกาศและแจ้งเจ้าหนี้
ผู้ชำระบัญชีต้องลงประกาศในหนังสือพิมพ์ และส่งหนังสือบอกกล่าวไปยังเจ้าหนี้ทุกรายเพื่อให้ยื่นคำทวงหนี้
4. แจ้งเลิกกับกรมสรรพากร
แจ้งเลิกกิจการและยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลภายในกำหนด หากจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องแจ้งเลิกและคืนใบทะเบียน กรมสรรพากรอาจตรวจสอบภาษีย้อนหลัง
5. ชำระหนี้และแบ่งทรัพย์สิน
รวบรวมทรัพย์สิน ชำระหนี้ทั้งหมด และแบ่งทรัพย์สินที่เหลือคืนผู้ถือหุ้นตามสัดส่วน
6. จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี
จัดประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติรายงานการชำระบัญชี แล้วจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัทสิ้นสภาพนิติบุคคล ณ จุดนี้
หน้าที่ของผู้ชำระบัญชี
ผู้ชำระบัญชีเข้ามาแทนที่กรรมการในการจัดการกิจการของบริษัทระหว่างชำระบัญชี มีหน้าที่สะสางกิจการ ชำระหนี้ และแบ่งทรัพย์สิน ผู้ชำระบัญชีต้องทำรายงานยื่นต่อนายทะเบียนทุกสามเดือนแสดงความเป็นไปของการชำระบัญชี และหากการชำระบัญชียังไม่เสร็จภายในหนึ่งปี ต้องเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อรายงานทุกปี
หากพบว่าทรัพย์สินของบริษัทไม่พอชำระหนี้ ผู้ชำระบัญชีต้องร้องขอต่อศาลให้สั่งให้บริษัทล้มละลายทันที การชำระบัญชีแบบสมัครใจจึงเหมาะเฉพาะบริษัทที่มีทรัพย์สินพอชำระหนี้ทั้งหมด
จุดที่มักติดขัดเรื่องภาษี
ขั้นตอนที่ใช้เวลานานที่สุดมักเป็นการปิดภาษีกับกรมสรรพากร โดยเฉพาะบริษัทที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะเจ้าหน้าที่อาจตรวจสอบการยื่นแบบย้อนหลังหลายปี เอกสารที่มักถูกขอ ได้แก่ งบการเงิน รายงานภาษีซื้อภาษีขาย ใบกำกับภาษี และหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย
บริษัทที่มีภาษีค้าง เบี้ยปรับ หรือเงินเพิ่มต้องชำระให้เรียบร้อยก่อนจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี การตรวจสุขภาพภาษีก่อนเริ่มกระบวนการเลิกบริษัทช่วยให้ประเมินระยะเวลาได้แม่นยำขึ้นและลดความเสี่ยงที่จะติดค้างกลางทาง
บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ
เมื่อผู้ถือหุ้นอยู่ต่างประเทศ เอกสารเช่นหนังสือมอบฉันทะเข้าประชุม และหนังสือมอบอำนาจ ต้องลงนามและรับรองในต่างประเทศ แปลเป็นภาษาไทย และรับรองนิติกรณ์ตามที่หน่วยงานไทยกำหนด หากบริษัทมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว บัตรส่งเสริม BOI หรือใบอนุญาตทำงานของพนักงานต่างชาติ ต้องแจ้งยกเลิกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย
ในทางกลับกัน บริษัทแม่ในต่างประเทศมักต้องการหลักฐานการปิดบริษัทย่อยในไทยไปใช้ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี ซึ่งอาจต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและรับรองตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง
การชำระบัญชี: หัวใจของการเลิกบริษัท
หลังจดทะเบียนเลิก บริษัทยังคงมีตัวตนอยู่เพื่อวัตถุประสงค์ในการชำระบัญชี ผู้ชำระบัญชีต้องรวบรวมทรัพย์สิน ชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ เรียกหนี้จากลูกหนี้ และจัดสรรทรัพย์สินที่เหลือให้ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วน ระหว่างนี้บริษัททำกิจการใหม่ไม่ได้ นอกจากที่จำเป็นแก่การชำระบัญชี
ผู้ชำระบัญชีต้องจัดทำรายงานการชำระบัญชีและงบการเงินของการชำระบัญชีให้ผู้ถือหุ้นอนุมัติ แล้วจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัทจึงจะสิ้นสภาพนิติบุคคลโดยสมบูรณ์ หากพบทรัพย์สินหรือหนี้ภายหลัง อาจต้องดำเนินการเพิ่มเติมตามกฎหมาย
สิทธิของเจ้าหนี้และความรับผิดของกรรมการ
การเลิกบริษัทต้องประกาศและแจ้งเจ้าหนี้ที่ทราบชื่อเพื่อให้มาทวงหนี้ภายในกำหนด การไม่แจ้งเจ้าหนี้หรือแจงทรัพย์สินให้ผู้ถือหุ้นก่อนชำระหนี้ครบอาจทำให้ผู้ชำระบัญชีและกรรมการต้องรับผิดชดใช้ต่อเจ้าหนี้ที่เสียหาย
กรรมการยังต้องดูแลให้บริษัทยื่นแบบภาษีและชำระภาษีคงค้างก่อนปิดกิจการ รวมถึงแจ้งการเลิกต่อกรมสรรพากรและสำนักงานประกันสังคม การเลิกบริษัทที่ทำอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นปกป้องกรรมการจากความรับผิดที่อาจตามมาภายหลัง
ระยะเวลาและลำดับขั้นตอนการเลิกบริษัท
การเลิกบริษัทอย่างสมบูรณ์โดยทั่วไปใช้เวลาหลายเดือน เริ่มจากมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น จดทะเบียนเลิกต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในสิบสี่วัน แจ้งกรมสรรพากรเพื่อปิดเลขประจำตัวผู้เสียภาษี แล้วเข้าสู่ขั้นชำระบัญชีซึ่งผู้ชำระบัญชีต้องประกาศให้เจ้าหนี้ยื่นคำทวงถามภายในกำหนด
ขั้นตอนที่มักล่าช้าที่สุดคือการตรวจสอบภาษีย้อนหลังของกรมสรรพากร หากบริษัทมีการยื่นภาษีไม่สม่ำเสมอหรือมีหนี้ภาษีค้าง การปิดจะยืดออกไป การเตรียมเอกสารบัญชีให้ครบก่อนเริ่มเลิกช่วยลดเวลาได้มาก
หน้าที่ของกรรมการและผู้ชำระบัญชีระหว่างเลิกกิจการ
เมื่อบริษัทจดทะเบียนเลิกแล้ว กรรมการยังไม่หมดหน้าที่ทันที บริษัทยังคงเป็นนิติบุคคลอยู่เพื่อการชำระบัญชี กรรมการต้องร่วมกับผู้ชำระบัญชีเก็บรวบรวมทรัพย์สิน ไล่เบี้ยหนี้ที่ลูกหนี้ค้าง ชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ตามลำดับ และจัดสรรทรัพย์สินที่เหลือให้ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วน การกระทำใดนอกเหนือจากนี้อาจทำให้กรรมการรับผิดส่วนตัว
ผู้ชำระบัญชีต้องจัดทำงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันเริ่มชำระบัญชี รายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นทุกสามเดือน และเมื่อชำระบัญชีเสร็จต้องจัดประชุมเพื่ออนุมัติบัญชี แล้วจดทะเบียนเสร็จชำระบัญชีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หากพบว่าทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้ ผู้ชำระบัญชีต้องยื่นขอให้ศาลมีคำสั่งล้มละลายโดยไม่ชักช้า
ลำดับการชำระหนี้และแบ่งทรัพย์สิน
กฎหมายกำหนดลำดับการนำทรัพย์สินไปใช้ไว้ชัดเจน ผู้ชำระบัญชีต้องชำระค่าใช้จ่ายในการชำระบัญชีก่อน ตามด้วยหนี้ของเจ้าหนี้ทั้งหมดตามสัดส่วน ทรัพย์สินที่เหลือหลังชำระหนี้ครบแล้วเท่านั้นจึงจะแบ่งคืนให้ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนการถือหุ้น การแจกทรัพย์สินให้ผู้ถือหุ้นก่อนชำระหนี้ครบเป็นการกระทำที่ทำให้ผู้ชำระบัญชีต้องรับผิดชดใช้ต่อเจ้าหนี้ที่เสียหาย
ในทางปฏิบัติ ผู้ชำระบัญชีควรสำรองทรัพย์สินไว้สำหรับหนี้ที่ยังไม่ครบกำหนดหรือหนี้ที่กำลังโต้แย้ง เช่น คดีที่ยังไม่สิ้นสุดหรือภาษีที่กรมสรรพากรกำลังตรวจสอบ การรีบแบ่งทรัพย์สินก่อนประเมินหนี้ที่อาจเกิดขึ้นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ชำระบัญชีและกรรมการถูกฟ้องร้องภายหลัง
บริษัทที่ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนกลับคืนได้หรือไม่
บริษัทที่หยุดยื่นงบการเงินต่อเนื่องหลายปีอาจถูกนายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียนในฐานะบริษัทร้าง การถูกขีดชื่อไม่ได้ทำให้หนี้สินหรือภาระภาษีหมดไป ผู้ถือหุ้น เจ้าหนี้ หรือผู้มีส่วนได้เสียยังสามารถยื่นคำร้องต่อศาลขอให้สั่งให้บริษัทกลับคืนสู่ทะเบียนได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อดำเนินการชำระบัญชีหรือติดตามทรัพย์สินต่อ
การกลับคืนสู่ทะเบียนต้องผ่านกระบวนการศาลและต้องชำระค่าปรับค้างยื่นงบย้อนหลังก่อน หลังกลับคืนแล้วบริษัทต้องดำเนินการเลิกและชำระบัญชีตามขั้นตอนปกติจนจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี จึงจะสิ้นสภาพนิติบุคคลอย่างสมบูรณ์ ปล่อยให้บริษัทถูกขีดชื่อจึงไม่ใช่ทางลัดที่ปลอดภัยกว่าการเลิกอย่างถูกต้อง
เตรียมตัวก่อนเริ่มกระบวนการเลิกบริษัท
ก่อนเรียกประชุมผู้ถือหุ้นลงมติเลิก ควรตรวจสุขภาพของบริษัทสามด้าน ได้แก่ ด้านบัญชี ตรวจว่างบการเงินยื่นครบทุกปีและสมุดบัญชีเป็นระเบียบ ด้านภาษี ตรวจว่ายื่นแบบครบ ไม่มีภาษีค้าง เบี้ยปรับ หรือเงินเพิ่ม และด้านนิติกรรม ตรวจสัญญาเช่า สัญญากู้ และสัญญาจ้างที่ยังมีผลอยู่เพื่อวางแผนบอกเลิกให้ถูกเงื่อนไข
การเตรียมเอกสารล่วงหน้า เช่น ทะเบียนผู้ถือหุ้น รายงานการประชุมย้อนหลัง และสำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ช่วยให้ผู้ชำระบัญชีทำงานได้รวดเร็วและลดโอกาสที่กรมสรรพากรจะขอเอกสารเพิ่มระหว่างตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ของเราช่วยตรวจความพร้อมและวางลำดับขั้นตอนให้ตรงกับสถานะของบริษัทแต่ละแห่ง
คำถามที่พบบ่อย
ปล่อยบริษัทไว้เฉย ๆ โดยไม่เลิกได้ไหม
บริษัทยังมีหน้าที่ส่งงบการเงินและยื่นภาษีทุกปี การไม่ปฏิบัติทำให้เกิดค่าปรับและกรรมการอาจต้องรับผิด การเลิกและชำระบัญชีอย่างถูกต้องจึงเป็นทางที่ปลอดภัยกว่า
ต้องจดทะเบียนเลิกบริษัทภายในกี่วัน
ภายใน 14 วันนับแต่วันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติพิเศษให้เลิกบริษัท
บริษัทสิ้นสภาพนิติบุคคลเมื่อไร
เมื่อจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่ใช่วันจดทะเบียนเลิก ระหว่างนั้นบริษัทยังคงอยู่เพื่อการชำระบัญชี
ถ้าทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้ต้องทำอย่างไร
ผู้ชำระบัญชีต้องร้องขอต่อศาลให้สั่งให้บริษัทล้มละลาย ไม่สามารถชำระบัญชีแบบสมัครใจต่อได้
ผู้ถือหุ้นต่างชาติไม่อยู่ในไทยทำได้ไหม
ได้ โดยมอบฉันทะหรือมอบอำนาจ ซึ่งเอกสารต้องลงนามและรับรองในต่างประเทศ แปลเป็นไทย และรับรองนิติกรณ์ตามข้อกำหนด
แหล่งอ้างอิงทางการ
บริการที่เกี่ยวข้อง
เริ่มจากส่งข้อมูลเบื้องต้น
แจ้งรายละเอียดกรณีของคุณและสิ่งที่ต้องการให้ทีมตรวจ เราจะแจ้งรายการเอกสารและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับกรณีของคุณ
ติดต่อทีมงาน
