ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก
Apostille 2026 พร้อมแล้ว · จองล่วงหน้า ลด 20% →
Skip to content
การรับรองเอกสารกงสุล กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

เปรียบเทียบ นิติกรณ์กรมการกงสุล กับ การรับรองสถานทูต กับ Apostille สำหรับเอกสารไทยที่ใช้ต่างประเทศ

คำตอบโดยสรุป

ทั้งสามอย่างคือ “ชั้นการรับรอง” คนละชั้นกัน นิติกรณ์ของกรมการกงสุลรับรองลายมือชื่อและตราของหน่วยงานไทยที่ออกเอกสารหรือของผู้แปล Apostille คือใบรับรองรูปแบบเดียวที่ใช้ได้ทันทีระหว่างรัฐภาคีอนุสัญญา ส่วนการรับรองสถานทูตเป็นชั้นเพิ่มเติมที่ประเทศนอกภาคีกำหนด ลำดับจึงเริ่มที่ต้นฉบับและคำแปลเสมอ แล้วจึงเลือกชั้นสุดท้ายตามสถานะภาคีของประเทศปลายทาง

นิยามของแต่ละทางเลือก

นิติกรณ์ กรมการกงสุล

การรับรองลายมือชื่อและตราประทับของผู้ลงนามในเอกสารไทยหรือคำแปล โดยกองสัญชาติและนิติกรณ์

หน่วยงาน: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

Apostille

ใบรับรองรูปแบบมาตรฐานตามอนุสัญญากรุงเฮก ใช้ได้โดยตรงระหว่างรัฐภาคีโดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูต

หน่วยงาน: หน่วยงานผู้มีอำนาจออก Apostille ของแต่ละรัฐภาคี (ของไทยคือกรมการกงสุล)

รับรองโดยสถานทูตปลายทาง

การรับรองเพิ่มอีกชั้นโดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางที่ตั้งอยู่ในไทย

หน่วยงาน: สถานทูต/สถานกงสุลของประเทศปลายทาง

ตารางเปรียบเทียบตามข้อเท็จจริงที่หน่วยงานประกาศ

เปรียบเทียบ นิติกรณ์กรมการกงสุล กับ การรับรองสถานทูต กับ Apostille สำหรับเอกสารไทยที่ใช้ต่างประเทศ
เกณฑ์นิติกรณ์ กรมการกงสุลApostilleรับรองโดยสถานทูตปลายทาง
สิ่งที่ถูกรับรองลายมือชื่อและตราของเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารหรือของผู้แปล ไม่ใช่ความถูกต้องของข้อเท็จจริงในเอกสารความแท้จริงของลายมือชื่อ ตำแหน่งผู้ลงนาม และตราประทับบนเอกสารมหาชน ตามรูปแบบที่อนุสัญญากำหนดการยืนยันว่าตราของกรมการกงสุลเป็นของจริง ตามเงื่อนไขที่สถานทูตนั้นกำหนดเอง
ใช้กับประเทศใดเป็นชั้นบังคับก่อนทุกเส้นทาง ไม่ว่าปลายทางจะเป็นรัฐภาคีหรือไม่เฉพาะรัฐภาคีอนุสัญญา ตรวจสถานะรายประเทศได้จากตารางสถานะของ HCCHประเทศที่ยังไม่เป็นภาคีอนุสัญญา หรือกรณีที่หน่วยงานผู้รับกำหนดเพิ่มเป็นการเฉพาะ
คำแปลเกี่ยวข้องอย่างไรต้องแปลก่อนยื่นนิติกรณ์ และผู้แปลต้องลงนามรับรองคำแปลตามแบบที่กรมการกงสุลกำหนดApostille รับรองเอกสารต้นทาง ไม่ได้แปลว่าคำแปลเป็นที่ยอมรับ หลายประเทศยังกำหนดผู้แปลที่ศาลหรือหน่วยงานของตนรับรองบางสถานทูตกำหนดภาษาของคำแปลและรูปแบบการรับรองไว้เฉพาะ ต้องอ่านประกาศของสถานทูตนั้นโดยตรง
ค่าธรรมเนียมที่ประกาศไว้กรมการกงสุลประกาศอัตราค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ต่อตราประทับ แบบปกติและแบบด่วน ดูอัตราปัจจุบันจากหน้าประกาศของกรมอัตราเป็นไปตามประกาศของหน่วยงานผู้ออก Apostille ของแต่ละรัฐภาคีแต่ละสถานทูตกำหนดเอง และเปลี่ยนตามอัตราแลกเปลี่ยน จึงไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้อ้างได้
ระยะเวลากรมประกาศรอบบริการปกติและด่วนไว้ ระยะเวลาจริงขึ้นกับคิวและความครบถ้วนของเอกสารขึ้นกับรอบทำงานของหน่วยงานผู้ออกในแต่ละรัฐภาคีขึ้นกับนโยบายและปฏิทินวันหยุดของสถานทูตนั้น ๆ ซึ่งไม่ผูกกับรอบของกรมการกงสุล
สาเหตุที่ถูกตีกลับบ่อยยื่นสำเนาที่ไม่ได้รับรองจากหน่วยงานผู้ออก หรือคำแปลไม่ตรงรูปแบบที่กำหนดปลายทางไม่ใช่รัฐภาคี หรือเอกสารเป็นเอกสารเอกชนที่ยังไม่ได้ทำให้เป็นเอกสารมหาชนก่อนข้ามชั้นนิติกรณ์ของกรมการกงสุล หรือใช้คำแปลคนละภาษากับที่สถานทูตกำหนด

ควรเลือกทางไหนในกรณีใด

  • นิติกรณ์ กรมการกงสุล: ทุกกรณีที่เอกสารไทยจะถูกใช้นอกประเทศ เพราะเป็นชั้นแรกที่ประเทศปลายทางใช้ตรวจย้อนกลับ
  • Apostille: ปลายทางเป็นรัฐภาคีอนุสัญญา และหน่วยงานผู้รับไม่ได้กำหนดขั้นตอนเพิ่มเป็นการเฉพาะ
  • รับรองโดยสถานทูตปลายทาง: ปลายทางไม่ใช่รัฐภาคี หรือหน่วยงานผู้รับระบุชัดว่าต้องมีตราของสถานทูตประเทศนั้น

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับ

  • แปลเอกสารก่อนขอสำเนารับรองจากหน่วยงานผู้ออก ทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด
  • เข้าใจว่า Apostille แทนคำแปลได้ ทั้งที่เป็นคนละเรื่องกัน
  • ยื่นสถานทูตก่อนผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุล
  • ใช้เอกสารที่หน่วยงานปลายทางกำหนดอายุไว้ แต่ปล่อยจนเกินกำหนดระหว่างรอคิว

คำถามที่พบบ่อย

Apostille ใช้แทนนิติกรณ์กรมการกงสุลได้เลยหรือไม่
ไม่ใช่การแทนที่ในความหมายที่ข้ามขั้นได้ เอกสารไทยยังต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบลายมือชื่อและตราที่กรมการกงสุลก่อน จากนั้นสิ่งที่เปลี่ยนคือชั้นสุดท้าย ถ้าปลายทางเป็นรัฐภาคี จะจบที่ Apostille โดยไม่ต้องไปสถานทูตอีก
ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษเสมอหรือไม่
ไม่เสมอไป ภาษาของคำแปลกำหนดโดยหน่วยงานผู้รับปลายทาง บางประเทศรับเฉพาะภาษาราชการของตน บางแห่งรับภาษาอังกฤษ จึงควรยืนยันข้อกำหนดของผู้รับก่อนเริ่มแปล
เอกสารเอกชน เช่น หนังสือมอบอำนาจ ขอ Apostille ได้ไหม
ต้องทำให้เป็นเอกสารที่มีลายมือชื่อซึ่งเจ้าพนักงานหรือผู้มีอำนาจรับรองได้ก่อน เช่น ผ่านทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร แล้วจึงเข้าสู่ชั้นนิติกรณ์ ลำดับนี้เป็นเหตุผลที่งานมอบอำนาจมักใช้เวลามากกว่าเอกสารทะเบียนราษฎร
ตรวจสถานะรัฐภาคีของประเทศปลายทางได้จากที่ใด
ตรวจจากตารางสถานะของอนุสัญญาบนเว็บไซต์ HCCH ซึ่งเป็นแหล่งอ้างอิงที่ปรับปรุงตามการเข้าเป็นภาคีล่าสุด และควรตรวจซ้ำก่อนวางแผนเอกสารทุกครั้ง
ถ้าหน่วยงานปลายทางขอทั้ง Apostille และตราสถานทูต ต้องทำอย่างไร
ให้ยึดตามหนังสือหรือประกาศของหน่วยงานผู้รับเป็นหลัก เพราะผู้รับมีสิทธิกำหนดเงื่อนไขภายในของตนเพิ่มได้ และควรขอข้อความที่ระบุเงื่อนไขนั้นเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ประกอบแฟ้มเอกสาร
เอกสารที่ออกในต่างประเทศแล้วนำมาใช้ในไทย ต้องทำอย่างไร
ทิศทางจะกลับกัน คือเริ่มที่หน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศที่ออกเอกสาร แล้วจึงแปลเป็นภาษาไทยและเข้าสู่นิติกรณ์ของกรมการกงสุลเพื่อให้หน่วยงานไทยรับไปใช้ได้

แหล่งอ้างอิงทางการ

ข้อมูล ณ 2026-08-03 โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ

หน้าที่เกี่ยวข้อง

สอบถามเจ้าหน้าที่

ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้ขึ้นกับหน่วยงานปลายทางของแต่ละกรณี สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันรายการเอกสารและระยะเวลา