พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำที่นายจ้างทุกรายในไทยต้องปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทไทยหรือต่างชาติ เช่น ชั่วโมงทำงาน วันหยุด การจ่ายค่าจ้าง และค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง ซึ่งมาตรา 118 กำหนดอัตราตามอายุงานตั้งแต่ 30 วันถึง 400 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้าย นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปต้องจัดทำข้อบังคับการทำงานเป็นภาษาไทยและประกาศให้ลูกจ้างทราบ
ตรวจทานข้อมูลล่าสุด: 2026-10-10 · ข้อมูลนี้เป็นภาพรวมทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี
กฎหมายแรงงานใช้กับใคร
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานใช้บังคับกับนายจ้างและลูกจ้างทุกรายในประเทศไทย ไม่ว่าลูกจ้างจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ และไม่ว่าสัญญาจ้างจะทำตามกฎหมายของประเทศใด ข้อตกลงที่ให้สิทธิลูกจ้างต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมายเป็นโมฆะในส่วนนั้น นายจ้างจึงไม่สามารถใช้สัญญาภาษาอังกฤษจากบริษัทแม่ที่ขัดกับกฎหมายไทยมาใช้ได้โดยตรง
นอกจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานแล้ว นายจ้างยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายประกันสังคม กฎหมายเงินทดแทน กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ และกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่คณะกรรมการค่าจ้างประกาศเป็นรายจังหวัด
สัญญาจ้างและการทดลองงาน
กฎหมายไทยไม่บังคับให้สัญญาจ้างต้องทำเป็นหนังสือ แต่การทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรช่วยลดข้อพิพาทได้มาก สัญญาที่ดีควรระบุตำแหน่ง หน้าที่ ค่าจ้าง สวัสดิการ เวลาทำงาน สถานที่ทำงาน และเงื่อนไขการเลิกสัญญาอย่างชัดเจน
สิ่งที่นายจ้างหลายรายเข้าใจผิดคือเรื่องทดลองงาน กฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลาทดลองงานไว้ตายตัว แต่ลูกจ้างที่ทำงานครบ 120 วันมีสิทธิได้รับค่าชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้าง ไม่ว่าจะยังอยู่ในช่วงทดลองงานหรือไม่ก็ตาม การกำหนดทดลองงาน 119 วันจึงเป็นแนวปฏิบัติทั่วไป แต่ยังต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมายหากเลิกจ้างระหว่างทดลองงาน
- ระบุตำแหน่งและขอบเขตหน้าที่ให้ชัด เพื่อใช้ประเมินผลงาน
- กำหนดค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำของจังหวัดที่ทำงาน
- ระบุเวลาทำงานไม่เกินที่กฎหมายกำหนด และวิธีคำนวณค่าล่วงเวลา
- ข้อห้ามแข่งขันหลังพ้นสภาพต้องสมเหตุสมผล ศาลอาจลดขอบเขตได้
ค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างตามมาตรา 118
เมื่อนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดร้ายแรงตามที่มาตรา 119 กำหนด นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน อัตราดังกล่าวเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ นายจ้างจะจ่ายมากกว่าก็ได้ แต่จะจ่ายน้อยกว่าไม่ได้
| อายุงาน | ค่าชดเชยขั้นต่ำ (ค่าจ้างอัตราสุดท้าย) |
|---|---|
| ครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี | 30 วัน |
| ครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี | 90 วัน |
| ครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี | 180 วัน |
| ครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี | 240 วัน |
| ครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี | 300 วัน |
| ครบ 20 ปีขึ้นไป | 400 วัน |
การบอกกล่าวล่วงหน้าและการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
นอกจากค่าชดเชยแล้ว นายจ้างที่เลิกจ้างลูกจ้างตามสัญญาไม่มีกำหนดระยะเวลาต้องบอกกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งงวดการจ่ายค่าจ้าง หรือจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ทั้งนี้ไม่ต้องบอกกล่าวหากเป็นการเลิกจ้างเพราะความผิดร้ายแรงตามมาตรา 119
แม้นายจ้างจะจ่ายค่าชดเชยครบ ลูกจ้างยังฟ้องศาลแรงงานได้ว่าการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม หากไม่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจสั่งให้รับกลับเข้าทำงานหรือจ่ายค่าเสียหายเพิ่มเติม การบันทึกการประเมินผลงาน การตักเตือนเป็นหนังสือ และเหตุผลทางธุรกิจที่ชัดเจนจึงเป็นหลักฐานสำคัญ
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปต้องจัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย และประกาศใช้ภายใน 15 วันนับแต่มีลูกจ้างครบ 10 คน พร้อมเปิดเผยไว้ ณ สถานที่ทำงานให้ลูกจ้างเห็นได้ง่าย ข้อบังคับต้องมีรายการขั้นต่ำตามกฎหมาย เช่น วันทำงาน เวลาทำงาน วันหยุด การลา วินัยและโทษทางวินัย การร้องทุกข์ และการเลิกจ้าง
ข้อบังคับที่เขียนดีช่วยนายจ้างได้มากเมื่อต้องลงโทษทางวินัยหรือเลิกจ้าง เพราะเป็นหลักฐานว่าลูกจ้างรับทราบกฎเกณฑ์แล้ว ส่วนบริษัทต่างชาติที่ใช้คู่มือพนักงานภาษาอังกฤษควรจัดทำฉบับภาษาไทยที่สอดคล้องกันด้วย
เมื่อเกิดข้อพิพาทแรงงาน
1. ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอกสาร
รวบรวมสัญญาจ้าง ข้อบังคับ หนังสือเตือน และบันทึกการทำงานที่เกี่ยวข้อง
2. เจรจาและไกล่เกลี่ย
หลายข้อพิพาทยุติได้ด้วยการเจรจาหรือไกล่เกลี่ยโดยพนักงานตรวจแรงงาน
3. คำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน
ลูกจ้างอาจยื่นคำร้องเรื่องค่าจ้างหรือค่าชดเชยต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
4. คดีที่ศาลแรงงาน
ศาลแรงงานมีกระบวนการไกล่เกลี่ยก่อนพิจารณา และลูกจ้างไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล
การเลิกจ้างและค่าชดเชยตามกฎหมาย
การเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดของลูกจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งงวดการจ่ายค่าจ้าง และจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานกำหนด โดยอัตราค่าชดเชยเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการทำงาน สูงสุดสำหรับลูกจ้างที่ทำงาน 20 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้ใช้และเงินชดเชยอื่นตามสัญญาหรือข้อบังคับการทำงาน
การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม เช่น เลิกจ้างเพราะลูกจ้างรวมตัวกันยื่นข้อเรียกร้อง อาจทำให้ศาลแรงงานสั่งให้จ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเพิ่มเติม นายจ้างควรจัดทำหลักฐานการตักเตือนและการประเมินผลงานอย่างเป็นระบบก่อนตัดสินใจเลิกจ้างเพื่อลดความเสี่ยงทางคดี
ข้อบังคับการทำงานและหน้าที่ของนายจ้าง
นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปต้องจัดทำข้อบังคับการทำงานเป็นหน้าที่และประกาศให้ลูกจ้างทราบ ข้อบังคับต้องครอบคลุมเรื่องวันเวลาทำงาน วันหยุด การลา วินัยและโทษทางวินัย รวมถึงการร้องทุกข์ การไม่จัดทำข้อบังคับมีโทษตามกฎหมาย
นอกจากข้อบังคับการทำงาน นายจ้างยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ ได้แก่ กฎหมายประกันสังคม กฎหมายเงินทดแทน กฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้าง การตรวจสอบการปฏิบัติตามเป็นระยะช่วยลดความเสี่ยงจากการร้องเรียนหรือการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่แรงงาน
การระงับข้อพิพาทแรงงาน
ข้อพิพาทแรงงานส่วนใหญ่เริ่มที่การร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงานของกระทรวงแรงงาน ซึ่งมีอำนาจสั่งให้นายจ้างชำระสิทธิที่ค้าง หากไกล่เกลี่ยไม่ได้ คดีจะเข้าสู่ศาลแรงงานซึ่งมีขั้นตอนที่รวดเร็วกว่าศาลทั่วไปและไม่เสียค่าฤชาธรรมเนียมในบางขั้น
นายจ้างควรเก็บหลักฐานการจ่ายค่าจ้าง เวลาทำงาน และการตักเตือนทางวินัยอย่างเป็นระบบ หลักฐานเหล่านี้มักเป็นตัวตัดสินคดี การไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรทำให้นายจ้างเสียเปรียบแม้ข้อเท็จจริงจะเป็นฝ่ายถูก
ค่าชดเชยตามอายุงาน
เมื่อนายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่ได้กระทำผิด กฎหมายกำหนดค่าชดเชยตามอายุงานเป็นขั้นบันได ตั้งแต่ค่าจ้าง 30 วันสำหรับผู้ทำงานครบ 120 วันแต่ไม่ถึง 1 ปี ไปจนถึง 400 วันสำหรับผู้ทำงาน 20 ปีขึ้นไป อัตราปัจจุบันเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานที่แก้ไขเพิ่มเติม นายจ้างควรคำนวณจากค่าจ้างอัตราสุดท้ายและอายุงานจริงของลูกจ้างแต่ละคน
นอกจากค่าชดเชยแล้ว นายจ้างยังต้องจ่ายค่าจ้างที่ค้าง ค่าชดเชยวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้ใช้ และในกรณีเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวด้วย การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมอาจทำให้ศาลแรงงานสั่งจ่ายค่าเสียหายเพิ่มเติม การปรึกษาก่อนตัดสินใจเลิกจ้างจึงช่วยประเมินต้นทุนที่แท้จริงได้
นายจ้างต่างชาติและบริษัทข้ามชาติต้องรู้อะไรบ้าง
บริษัทต่างชาติที่จ้างแรงงานในไทยต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานไทยทั้งหมด แม้สัญญาจ้างจะระบุให้ใช้กฎหมายต่างประเทศ สิทธิขั้นต่ำตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เช่น ค่าชดเชย การเลิกจ้าง และวันหยุด เป็นสิทธิที่ตกลงยกเว้นกันไม่ได้ สัญญาที่ให้สิทธิต่ำกว่ากฎหมายถือเป็นโมฆะในส่วนที่ต่ำกว่า
ประเด็นที่มักพลาดคือการเข้าใจว่าพนักงานทดลองงานเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะการทดลองงานเกิน 120 วันถือเป็นการจ้างระยะยาว นายจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน รวมถึงการจ่ายค่าล่วงเวลาให้พนักงานที่มีสิทธิ แม้ตกลงเป็นเงินเดือนรวมแล้วก็ตาม
คำถามที่พบบ่อย
ทดลองงานไม่ผ่านต้องจ่ายค่าชดเชยไหม
หากลูกจ้างทำงานครบ 120 วันแล้ว ต้องจ่ายค่าชดเชยแม้อยู่ในช่วงทดลองงาน และต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมายด้วย
ค่าชดเชยสูงสุดตามกฎหมายเท่าไร
ลูกจ้างที่ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไปได้ค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 400 วันของค่าจ้างอัตราสุดท้าย ตามมาตรา 118
บริษัทต่างชาติใช้สัญญาจ้างตามกฎหมายต่างประเทศได้ไหม
ข้อตกลงที่ให้สิทธิต่ำกว่ากฎหมายคุ้มครองแรงงานไทยไม่มีผลบังคับในส่วนนั้น ลูกจ้างที่ทำงานในไทยได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทยเสมอ
เมื่อไรต้องมีข้อบังคับการทำงาน
เมื่อมีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องประกาศใช้ข้อบังคับเป็นภาษาไทยภายใน 15 วัน
เลิกจ้างแล้วจ่ายค่าชดเชยครบ ยังถูกฟ้องได้ไหม
ได้ ลูกจ้างฟ้องศาลแรงงานว่าเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ หากนายจ้างไม่มีเหตุอันสมควร
แหล่งอ้างอิงทางการ
บริการที่เกี่ยวข้อง
เริ่มจากส่งข้อมูลเบื้องต้น
แจ้งรายละเอียดกรณีของคุณและสิ่งที่ต้องการให้ทีมตรวจ เราจะแจ้งรายการเอกสารและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับกรณีของคุณ
ติดต่อทีมงาน
