

หนังสือรับรองความประพฤติออกโดย กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ขั้นตอนหลักคือ เตรียมเอกสารประจำตัว พิมพ์ลายนิ้วมือต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ยื่นคำขอ และรับผล หากนำไปใช้ต่างประเทศจึงเพิ่มขั้นแปลรับรอง รับรองกงสุล และรับรองสถานทูตปลายทางตามที่ผู้รับกำหนด
อนุสัญญา Apostille จะมีผลกับไทยวันที่ 28 ก.พ. 2027 (ไทยเข้าเป็นภาคี 30 มิ.ย. 2026) จนถึงวันนั้น จึงไม่มีการออกอาโพสทิลในประเทศไทย หนังสือรับรองความประพฤติที่จะใช้ต่างประเทศต้องแปลรับรอง แล้วรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และรับรองต่อที่คณะผู้แทนของประเทศปลายทางในไทยเมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด
ผู้ออกเอกสารคือ กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร สำหรับกรณีนี้ อยู่ในประเทศไทย ยื่นได้ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจ
บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน และหนังสือเดินทาง (ถ้ามี) เอกสารทุกฉบับต้องอ่านออกชัดเจน และชื่อ-สกุลต้องตรงกันทุกฉบับ
พิมพ์ลายนิ้วมือที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือที่ศูนย์บริการฯ ปทุมวัน แบบพิมพ์ลายนิ้วมือที่เลอะหรือซีดเป็นเหตุให้ต้องพิมพ์ใหม่
ชื่อ-สกุลบนคำขอต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทางที่จะใช้ยื่นปลายทางทุกตัวอักษร
อนุสัญญา Apostille จะมีผลกับไทยวันที่ 28 ก.พ. 2027 (ไทยเข้าเป็นภาคี 30 มิ.ย. 2026) จนถึงวันนั้น จึงไม่มีการออกอาโพสทิลในประเทศไทย หนังสือรับรองความประพฤติที่จะใช้ต่างประเทศต้องแปลรับรอง แล้วรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และรับรองต่อที่คณะผู้แทนของประเทศปลายทางในไทยเมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด
การพิมพ์ลายนิ้วมือต้องทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่เสมอ ส่วนการยื่นและการรับผลสามารถมอบอำนาจให้ผู้แทนดำเนินการแทนได้ อยู่ในประเทศไทย ยื่นได้ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจ
เตรียมเอกสารประจำตัว → พิมพ์ลายนิ้วมือต่อหน้าเจ้าหน้าที่ → ยื่นคำขอที่ กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร → รับผล จากนั้น ต้องแปลรับรอง รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่คณะผู้แทนของประเทศปลายทางในไทยเมื่อผู้รับกำหนด หน่วยงานผู้รับคือ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทาง
ต้อง ต้องแปลรับรอง รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วรับรองต่อที่คณะผู้แทนของประเทศปลายทางในไทยเมื่อผู้รับกำหนด อนุสัญญา Apostille จะมีผลกับไทยวันที่ 28 ก.พ. 2027 (ไทยเข้าเป็นภาคี 30 มิ.ย. 2026) จนถึงวันนั้น จึงไม่มีการออกอาโพสทิลในประเทศไทย หนังสือรับรองความประพฤติที่จะใช้ต่างประเทศต้องแปลรับรอง แล้วรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และรับรองต่อที่คณะผู้แทนของประเทศปลายทางในไทยเมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด
หนังสือรับรองความประพฤติออกเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษตามที่ระบุในคำขอ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทาง เป็นผู้กำหนดว่าต้องใช้ภาษาใดและต้องมีคำแปลรับรองหรือไม่ จึงควรถามผู้รับก่อนสั่งแปล
โดยทั่วไป หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทาง ต้องการฉบับจริงที่มีตราประทับและลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ สำเนาใช้ได้เฉพาะเมื่อผู้รับระบุไว้ชัดเจน
หนังสือรับรองความประพฤติไม่มีวันหมดอายุในตัวเอง แต่ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทาง มักกำหนดว่าต้องออกไม่เกินช่วงเวลาหนึ่งก่อนวันยื่น จึงควรจัดลำดับให้ขอใกล้วันยื่นจริง
ยื่นคำขอได้ เอกสารจะแสดงข้อมูลตามที่ปรากฏในฐานทะเบียนประวัติ การพิจารณาว่าประวัตินั้นมีผลต่อคำขอหรือไม่เป็นดุลพินิจของ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศปลายทาง ไม่ใช่ของผู้ยื่นหรือผู้ให้บริการ
ขอเอกสารจาก กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร แปลตามมาตรฐานที่ปลายทางยอมรับ (คำแปลภาษาอังกฤษโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรอง NAATI) แล้ว อนุสัญญา Apostille จะมีผลกับไทยวันที่ 28 ก.พ. 2027 (ไทยเข้าเป็นภาคี 30 มิ.ย. 2026) จนถึงวันนั้น จึงไม่มีการออกอาโพสทิลในประเทศไทย หนังสือรับรองความประพฤติที่จะใช้ต่างประเทศต้องแปลรับรอง แล้วรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และรับรองต่อที่คณะผู้แทนของประเทศปลายทางในไทยเมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด หน่วยงานผู้รับคือ Department of Home Affairs
ไม่มีอาโพสทิลของไทยให้ยื่น เพราะอนุสัญญา Apostille จะมีผลกับไทยวันที่ 28 ก.พ. 2027 (ไทยเข้าเป็นภาคี 30 มิ.ย. 2026) จนถึงวันนั้น เอกสารที่ออกในไทยจึงใช้เส้นทางรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลและรับรองที่คณะผู้แทนของออสเตรเลียในไทย
คำแปลภาษาอังกฤษโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรอง NAATI โดยผู้แปลต้องลงนามรับรองความถูกต้อง และคำสะกดชื่อต้องตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร
Department of Home Affairs เป็นผู้รับเรื่องหลัก ทั้งนี้หน่วยงานผู้รับเป็นผู้กำหนดรูปแบบสุดท้ายเสมอ จึงควรยืนยันข้อกำหนดกับผู้รับก่อนเริ่มขั้นรับรอง
ยื่นผ่านสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในออสเตรเลีย เพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือและส่งเรื่องเข้าประเทศไทย หรือมอบอำนาจให้ผู้แทนในไทยยื่นแทนโดยส่งแบบพิมพ์ลายนิ้วมือที่รับรองแล้วมาให้
สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกฉบับภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษได้ตามที่ระบุในคำขอ ส่วนออสเตรเลียกำหนด คำแปลภาษาอังกฤษโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรอง NAATI จึงควรเลือกฉบับที่ลดขั้นการแปลซ้ำ
ส่งรูปเอกสารมาทาง LINE @Thainotary หรือโทร 094-895-8999 เราจะแจ้งว่าชุดที่มีอยู่ยื่นได้เลยหรือยังขาดอะไร
ติดต่อทีมงาน