พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
กำหนดลักษณะเครื่องหมายที่จดทะเบียนได้ การคัดค้าน และอายุการคุ้มครองที่ต่ออายุได้

ภาคกลาง — กรุงเทพมหานคร
เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และการบังคับสิทธิ

กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์รวมของศาล หน่วยงานราชการส่วนกลาง สถานทูต และสำนักงานใหญ่ของบริษัทส่วนใหญ่ในประเทศ เรื่องทางกฎหมายที่เกิดขึ้นในกรุงเทพจึงมักเกี่ยวพันกับหลายหน่วยงานพร้อมกัน เช่น ศาลที่มีเขตอำนาจตามพื้นที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดินสาขาเขต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการกงสุล การวางลำดับขั้นตอนให้ถูกตั้งแต่ต้นจึงช่วยลดเวลาได้มากกว่าการแก้ทีหลัง
ดูแลการได้มาและการรักษาสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งแต่ตรวจค้นก่อนยื่น จดทะเบียน ต่ออายุ จัดทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ ไปจนถึงการดำเนินคดีกับการละเมิดทั้งทางแพ่งและอาญา
ควรตรวจเขตอำนาจและเงื่อนไขการยื่นเป็นรายเรื่อง เพราะแนวปฏิบัติและเอกสารแนบของแต่ละสำนักงานต่างกัน
| ศาล / หน่วยงาน | ขอบเขตงาน |
|---|---|
| ศาลแพ่ง ศาลอาญา และศาลแขวงในเขตกรุงเทพมหานคร | พิจารณาคดีแพ่งและอาญาตามเขตอำนาจในพื้นที่กรุงเทพ |
| ศาลแรงงานกลาง | คดีเลิกจ้าง ค่าชดเชย และข้อพิพาทตามสัญญาจ้าง |
| ศาลปกครองกลาง | คดีโต้แย้งคำสั่งและการกระทำของหน่วยงานรัฐ |
| ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง | คดีเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และการค้าระหว่างประเทศ |
| ศาลล้มละลายกลาง | คดีล้มละลายและการฟื้นฟูกิจการ |
| กรมบังคับคดี | ยึด อายัด ขายทอดตลาด และการไกล่เกลี่ยชั้นบังคับคดี |
| กรมพัฒนาธุรกิจการค้า | จดทะเบียนนิติบุคคลและการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน |
| กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ | รับรองเอกสารเพื่อใช้ในต่างประเทศ |
| สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง | วีซ่า การขออยู่ต่อ และการแจ้งที่พักอาศัย |
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยโดยทั่วไปใช้เวลาหลายเดือนถึงกว่าหนึ่งปีหากไม่มีข้อโต้แย้ง
ระยะเวลาเป็นการประมาณการ ขึ้นกับคิวนัดของศาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
สรุปเพื่อความเข้าใจทั่วไปเท่านั้น การปรับใช้แต่ละบทบัญญัติขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง
กำหนดลักษณะเครื่องหมายที่จดทะเบียนได้ การคัดค้าน และอายุการคุ้มครองที่ต่ออายุได้
คุ้มครองการประดิษฐ์และการออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยการเปิดเผยต่อสาธารณะก่อนยื่นอาจทำให้ขาดความใหม่
คุ้มครองงานสร้างสรรค์ทันทีที่สร้างขึ้น โดยไม่ต้องจดทะเบียน แต่การแจ้งข้อมูลช่วยเรื่องพยานหลักฐาน
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมุติที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คดีของลูกความ และไม่ได้แสดงหรือรับประกันผลใด ๆ
สถานการณ์: ธุรกิจใช้ชื่อแบรนด์มานาน แต่ไม่ได้จดทะเบียน และพบว่ามีผู้อื่นจดชื่อคล้ายกัน
แนวทางที่ใช้ตามปกติ: ต้องรวบรวมหลักฐานการใช้มาก่อน เช่น ใบเสร็จ โฆษณา และวันที่เริ่มใช้ แล้วพิจารณาช่องทางคัดค้านหรือเพิกถอนตามกำหนดเวลาที่กฎหมายให้ (กรณีสมมุติ)

ขึ้นอยู่กับประเภทคดีและเขตอำนาจ คดีแพ่งทั่วไปและคดีอาญาแยกศาลกัน ส่วนคดีแรงงาน คดีปกครอง คดีทรัพย์สินทางปัญญา และคดีล้มละลาย มีศาลชำนัญพิเศษของตนเอง เราจะตรวจเขตอำนาจจากภูมิลำเนาของคู่ความและสถานที่เกิดเหตุก่อนยื่นฟ้องทุกครั้ง
ไม่จำเป็นทุกนัด หลายขั้นตอนทนายความดำเนินการแทนได้เมื่อมีใบแต่งทนายและหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้อง แต่บางนัด เช่น วันสืบพยานที่ต้องเบิกความเอง คู่ความต้องมาด้วยตนเอง เราจะแจ้งล่วงหน้าว่านัดใดจำเป็น
ต้องเริ่มจากข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเสมอ เพราะเป็นตัวกำหนดว่าต้องรับรองลายมือชื่อ แปลเอกสาร หรือผ่านกรมการกงสุลและสถานทูตในลำดับใด สำหรับประเทศไทย อนุสัญญา Apostille จะมีผลใช้บังคับในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนหน้านั้นยังใช้การรับรองโดยกรมการกงสุลและสถานทูตตามเดิม
ไม่ สิทธิเป็นรายประเทศ หากต้องการคุ้มครองต่างประเทศต้องยื่นในประเทศนั้นหรือผ่านระบบมาดริด
ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทันทีเมื่อสร้างสรรค์ผลงาน การแจ้งข้อมูลต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเพียงหลักฐานประกอบ
เล่าข้อเท็จจริงให้เราฟัง แล้วเราจะอธิบายว่าต้องยื่นที่หน่วยงานใด ใช้เอกสารอะไร และกรอบเวลาตามความเป็นจริง