ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ภาคว่าด้วยการบังคับคดี กำหนดการออกหมายบังคับคดี การยึด อายัด และการขายทอดตลาดโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี
ภาคเหนือ — เชียงใหม่
เปลี่ยนคำพิพากษาให้เป็นการชำระหนี้จริง ด้วยการสืบทรัพย์และยึดอายัดตามกฎหมาย

เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของภาคเหนือทั้งด้านราชการ การศึกษา การท่องเที่ยว และการพำนักระยะยาวของชาวต่างชาติ เรื่องกฎหมายที่พบบ่อยในพื้นที่จึงมีทั้งคดีธุรกิจและที่ดินของคนในพื้นที่ และงานเอกสาร วีซ่า สมรส และมรดกของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ระยะยาว จังหวัดนี้มีศาลและหน่วยงานระดับภาคตั้งอยู่ครบ ทำให้หลายเรื่องดำเนินการได้ในจังหวัดโดยไม่ต้องเข้ากรุงเทพ
การชนะคดีไม่ได้แปลว่าได้รับเงินทันที เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องดำเนินการบังคับคดีภายในกรอบเวลาที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งกำหนด สำนักงานของเรารับดำเนินการตั้งแต่การขอออกหมายบังคับคดี การตั้งเรื่องต่อกรมบังคับคดี การสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้ตามช่องทางที่กฎหมายอนุญาต การยึดหรืออายัดทรัพย์ การขายทอดตลาด ไปจนถึงการรับเงินจากการแบ่งทรัพย์ รวมถึงการคัดค้านหรือร้องขัดทรัพย์เมื่อมีบุคคลภายนอกโต้แย้งสิทธิ
ควรตรวจเขตอำนาจและเงื่อนไขการยื่นเป็นรายเรื่อง เพราะแนวปฏิบัติและเอกสารแนบของแต่ละสำนักงานต่างกัน
| ศาล / หน่วยงาน | ขอบเขตงาน |
|---|---|
| ศาลจังหวัดเชียงใหม่ และศาลแขวงเชียงใหม่ | คดีแพ่งและอาญาในเขตจังหวัดเชียงใหม่ |
| ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ | คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร และคดีครอบครัว |
| ศาลแรงงานภาค 5 | คดีแรงงานในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน |
| ศาลปกครองเชียงใหม่ | คดีโต้แย้งคำสั่งของหน่วยงานรัฐในเขตภาคเหนือ |
| สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่ | ยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์ในพื้นที่ |
| สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่และสาขาอำเภอ | จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินและอาคารชุด |
| ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ | การขออยู่ต่อ รายงานตัว 90 วัน และแจ้งที่พักอาศัย |
| สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ | งานทะเบียนธุรกิจในพื้นที่ |
การตั้งเรื่องบังคับคดีใช้เวลาไม่นานเมื่อเอกสารครบ แต่ระยะเวลาจนถึงการขายทอดตลาดและการรับเงินขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์ คิวของเจ้าพนักงานบังคับคดี และการคัดค้านของคู่กรณี ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือนถึงหลายปี
ระยะเวลาเป็นการประมาณการ ขึ้นกับคิวนัดของศาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่เชียงใหม่
สรุปเพื่อความเข้าใจทั่วไปเท่านั้น การปรับใช้แต่ละบทบัญญัติขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง
ภาคว่าด้วยการบังคับคดี กำหนดการออกหมายบังคับคดี การยึด อายัด และการขายทอดตลาดโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี
สิทธิบังคับคดีตามคำพิพากษามีกำหนดเวลา หากปล่อยให้ล่วงเลยโดยไม่ดำเนินการ อาจบังคับคดีไม่ได้อีก
ใช้เมื่อลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว และเปิดทางฟื้นฟูกิจการสำหรับลูกหนี้นิติบุคคล
มาตรา 237 เรื่องเพิกถอนการฉ้อฉล ใช้โต้แย้งการโอนทรัพย์เพื่อหนีหนี้
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมุติที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คดีของลูกความ และไม่ได้แสดงหรือรับประกันผลใด ๆ
สถานการณ์: ศาลพิพากษาให้ชำระหนี้แล้ว แต่ตรวจไม่พบที่ดินหรือรถในชื่อลูกหนี้
แนวทางที่ใช้ตามปกติ: แนวทางทั่วไปคือสืบทรัพย์ตามช่องทางที่กฎหมายอนุญาต เช่น เงินเดือน เงินฝาก สิทธิเรียกร้องจากบุคคลภายนอก และตรวจว่ามีการโอนทรัพย์ก่อนฟ้องหรือไม่ เพื่อพิจารณาเพิกถอนการฉ้อฉล (กรณีสมมุติ)
สถานการณ์: หลังยึดทรัพย์ มีผู้อ้างว่าทรัพย์นั้นเป็นของตน ไม่ใช่ของลูกหนี้
แนวทางที่ใช้ตามปกติ: ต้องเตรียมหลักฐานกรรมสิทธิ์และเส้นทางการได้มาให้ชัด เพราะข้อโต้แย้งของบุคคลภายนอกมีกำหนดเวลายื่นและอาจทำให้การขายทอดตลาดชะลอออกไป

ส่วนใหญ่ทำในจังหวัดได้ เพราะเชียงใหม่มีศาลจังหวัด ศาลแขวง ศาลเยาวชนและครอบครัว ศาลแรงงานภาค 5 ศาลปกครองเชียงใหม่ และสำนักงานบังคับคดีในพื้นที่ ยกเว้นบางเรื่องที่กฎหมายกำหนดให้ยื่นต่อหน่วยงานส่วนกลาง เช่น การรับรองเอกสารโดยกรมการกงสุล
ทำได้ โดยต้องเลือกแบบของเอกสารให้ถูกต้องตามกฎหมายไทย และถ้าจะใช้ในต่างประเทศด้วย ต้องวางแผนเรื่องการแปลและการรับรองตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้ต้องทำเอกสารใหม่ภายหลัง
ตรวจประเภทเอกสารสิทธิ ทางเข้าออก ผังเมืองและข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ รวมถึงภาระผูกพันที่จดทะเบียนไว้ ก่อนวางมัดจำ เพราะเงื่อนไขเหล่านี้แก้ไขได้ยากหลังทำสัญญาแล้ว
ต้องขอออกหมายบังคับคดีและตั้งเรื่องต่อกรมบังคับคดี จากนั้นจึงสืบหาและยึดอายัดทรัพย์ของลูกหนี้ ศาลไม่ได้เก็บเงินให้โดยอัตโนมัติ
อาจฟ้องเพิกถอนนิติกรรมที่ทำขึ้นเพื่อให้เจ้าหนี้เสียเปรียบได้ โดยต้องพิสูจน์เจตนาและดำเนินการภายในอายุความที่กฎหมายกำหนด
กฎหมายกำหนดส่วนที่ได้รับการคุ้มครองไว้ ไม่สามารถอายัดทั้งจำนวน เราจะคำนวณตามฐานรายได้จริงของลูกหนี้ในแต่ละกรณี
เล่าข้อเท็จจริงให้เราฟัง แล้วเราจะอธิบายว่าต้องยื่นที่หน่วยงานใด ใช้เอกสารอะไร และกรอบเวลาตามความเป็นจริง