ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ภาคว่าด้วยการบังคับคดี กำหนดการออกหมายบังคับคดี การยึด อายัด และการขายทอดตลาดโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ — อุดรธานี
เปลี่ยนคำพิพากษาให้เป็นการชำระหนี้จริง ด้วยการสืบทรัพย์และยึดอายัดตามกฎหมาย

อุดรธานีเป็นประตูเชื่อมภาคอีสานตอนบนกับ สปป.ลาว และมีชุมชนชาวต่างชาติที่สมรสกับคนไทยและพำนักระยะยาวจำนวนมาก งานกฎหมายที่พบบ่อยจึงผสมกันระหว่างคดีที่ดินและมรดกของคนในพื้นที่ กับงานทะเบียนสมรส พินัยกรรมสองภาษา และเอกสารเพื่อใช้ในประเทศต้นทางของคู่สมรส การเตรียมเอกสารให้รองรับทั้งสองระบบตั้งแต่ต้นช่วยลดการต้องทำเอกสารซ้ำ
การชนะคดีไม่ได้แปลว่าได้รับเงินทันที เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องดำเนินการบังคับคดีภายในกรอบเวลาที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งกำหนด สำนักงานของเรารับดำเนินการตั้งแต่การขอออกหมายบังคับคดี การตั้งเรื่องต่อกรมบังคับคดี การสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้ตามช่องทางที่กฎหมายอนุญาต การยึดหรืออายัดทรัพย์ การขายทอดตลาด ไปจนถึงการรับเงินจากการแบ่งทรัพย์ รวมถึงการคัดค้านหรือร้องขัดทรัพย์เมื่อมีบุคคลภายนอกโต้แย้งสิทธิ
ควรตรวจเขตอำนาจและเงื่อนไขการยื่นเป็นรายเรื่อง เพราะแนวปฏิบัติและเอกสารแนบของแต่ละสำนักงานต่างกัน
| ศาล / หน่วยงาน | ขอบเขตงาน |
|---|---|
| ศาลจังหวัดอุดรธานี และศาลแขวงอุดรธานี | คดีแพ่งและอาญาในเขตจังหวัด |
| ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี | คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร และการรับรองบุตร |
| ศาลแรงงานภาค 4 | คดีแรงงานในพื้นที่อีสานตอนบน |
| สำนักงานที่ดินจังหวัดอุดรธานีและสาขาอำเภอ | จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ดิน และการแบ่งแยกโฉนด |
| ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดอุดรธานี | การขออยู่ต่อโดยอาศัยเหตุสมรสหรือเกษียณ และการรายงานตัว |
| สำนักงานบังคับคดีจังหวัดอุดรธานี | บังคับคดีตามคำพิพากษาในพื้นที่ |
| ที่ว่าการอำเภอในจังหวัดอุดรธานี (สำนักทะเบียน) | จดทะเบียนสมรส หย่า และงานทะเบียนราษฎร |
| สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุดรธานี | งานทะเบียนนิติบุคคลในพื้นที่ |
การตั้งเรื่องบังคับคดีใช้เวลาไม่นานเมื่อเอกสารครบ แต่ระยะเวลาจนถึงการขายทอดตลาดและการรับเงินขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์ คิวของเจ้าพนักงานบังคับคดี และการคัดค้านของคู่กรณี ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือนถึงหลายปี
ระยะเวลาเป็นการประมาณการ ขึ้นกับคิวนัดของศาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่อุดรธานี
สรุปเพื่อความเข้าใจทั่วไปเท่านั้น การปรับใช้แต่ละบทบัญญัติขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง
ภาคว่าด้วยการบังคับคดี กำหนดการออกหมายบังคับคดี การยึด อายัด และการขายทอดตลาดโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี
สิทธิบังคับคดีตามคำพิพากษามีกำหนดเวลา หากปล่อยให้ล่วงเลยโดยไม่ดำเนินการ อาจบังคับคดีไม่ได้อีก
ใช้เมื่อลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว และเปิดทางฟื้นฟูกิจการสำหรับลูกหนี้นิติบุคคล
มาตรา 237 เรื่องเพิกถอนการฉ้อฉล ใช้โต้แย้งการโอนทรัพย์เพื่อหนีหนี้
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมุติที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คดีของลูกความ และไม่ได้แสดงหรือรับประกันผลใด ๆ
สถานการณ์: ศาลพิพากษาให้ชำระหนี้แล้ว แต่ตรวจไม่พบที่ดินหรือรถในชื่อลูกหนี้
แนวทางที่ใช้ตามปกติ: แนวทางทั่วไปคือสืบทรัพย์ตามช่องทางที่กฎหมายอนุญาต เช่น เงินเดือน เงินฝาก สิทธิเรียกร้องจากบุคคลภายนอก และตรวจว่ามีการโอนทรัพย์ก่อนฟ้องหรือไม่ เพื่อพิจารณาเพิกถอนการฉ้อฉล (กรณีสมมุติ)
สถานการณ์: หลังยึดทรัพย์ มีผู้อ้างว่าทรัพย์นั้นเป็นของตน ไม่ใช่ของลูกหนี้
แนวทางที่ใช้ตามปกติ: ต้องเตรียมหลักฐานกรรมสิทธิ์และเส้นทางการได้มาให้ชัด เพราะข้อโต้แย้งของบุคคลภายนอกมีกำหนดเวลายื่นและอาจทำให้การขายทอดตลาดชะลอออกไป

โดยทั่วไปใช้ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของคู่สมรส หลักฐานที่พักอาศัย และหลักฐานทางการเงินตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด ข้อที่ทำให้ถูกให้แก้ไขบ่อยที่สุดคือชื่อหรือวันเดือนปีในเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกัน จึงควรตรวจความสอดคล้องของทุกฉบับก่อนยื่น
ควรเลือกแบบพินัยกรรมที่กฎหมายไทยรับรองและระบุขอบเขตทรัพย์สินให้ชัดว่าครอบคลุมทรัพย์ในไทยเท่านั้นหรือรวมทรัพย์ต่างประเทศด้วย หากมีพินัยกรรมในประเทศต้นทางอยู่แล้ว ต้องเขียนข้อความให้ไม่เพิกถอนกันเองโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยเมื่อทำพินัยกรรมสองฉบับแยกกัน
ความเสี่ยงหลักคือสถานะของทรัพย์เมื่อเกิดการหย่าหรือการเสียชีวิต และการที่เจ้าหน้าที่อาจให้ยืนยันแหล่งที่มาของเงินเพื่อยืนยันว่าเป็นสินส่วนตัวของฝ่ายไทย การทำเอกสารแสดงเจตนาและเงื่อนไขไว้ล่วงหน้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทยจะลดข้อโต้แย้งภายหลังได้มากกว่าการแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุ
ต้องขอออกหมายบังคับคดีและตั้งเรื่องต่อกรมบังคับคดี จากนั้นจึงสืบหาและยึดอายัดทรัพย์ของลูกหนี้ ศาลไม่ได้เก็บเงินให้โดยอัตโนมัติ
อาจฟ้องเพิกถอนนิติกรรมที่ทำขึ้นเพื่อให้เจ้าหนี้เสียเปรียบได้ โดยต้องพิสูจน์เจตนาและดำเนินการภายในอายุความที่กฎหมายกำหนด
กฎหมายกำหนดส่วนที่ได้รับการคุ้มครองไว้ ไม่สามารถอายัดทั้งจำนวน เราจะคำนวณตามฐานรายได้จริงของลูกหนี้ในแต่ละกรณี
เล่าข้อเท็จจริงให้เราฟัง แล้วเราจะอธิบายว่าต้องยื่นที่หน่วยงานใด ใช้เอกสารอะไร และกรอบเวลาตามความเป็นจริง