ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ภาคว่าด้วยการบังคับคดี กำหนดการออกหมายบังคับคดี การยึด อายัด และการขายทอดตลาดโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี
สายงานกฎหมาย
เปลี่ยนคำพิพากษาให้เป็นการชำระหนี้จริง ด้วยการสืบทรัพย์และยึดอายัดตามกฎหมาย

การชนะคดีไม่ได้แปลว่าได้รับเงินทันที เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องดำเนินการบังคับคดีภายในกรอบเวลาที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งกำหนด สำนักงานของเรารับดำเนินการตั้งแต่การขอออกหมายบังคับคดี การตั้งเรื่องต่อกรมบังคับคดี การสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้ตามช่องทางที่กฎหมายอนุญาต การยึดหรืออายัดทรัพย์ การขายทอดตลาด ไปจนถึงการรับเงินจากการแบ่งทรัพย์ รวมถึงการคัดค้านหรือร้องขัดทรัพย์เมื่อมีบุคคลภายนอกโต้แย้งสิทธิ
การตั้งเรื่องบังคับคดีใช้เวลาไม่นานเมื่อเอกสารครบ แต่ระยะเวลาจนถึงการขายทอดตลาดและการรับเงินขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์ คิวของเจ้าพนักงานบังคับคดี และการคัดค้านของคู่กรณี ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือนถึงหลายปี
ระยะเวลาข้างต้นเป็นการประมาณการ ขึ้นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คิวนัดของศาล และความครบถ้วนของเอกสาร

เจ้าหนี้จำนวนมากเข้าใจว่าเมื่อศาลพิพากษาให้ชนะแล้ว เงินจะเข้ามาเอง ในความเป็นจริงคำพิพากษาเป็นเพียงสิทธิที่จะบังคับ ไม่ใช่ตัวเงิน หากไม่มีการสืบทรัพย์และยึดอายัดภายในกำหนดเวลา สิทธินั้นจะหมดไปโดยที่ลูกหนี้ไม่ต้องชำระอะไรเลย ปัญหาที่พบบ่อยคือเจ้าหนี้เริ่มสืบทรัพย์ช้าเกินไป จนลูกหนี้มีเวลาย้ายเงิน โอนที่ดินให้ญาติ หรือปิดบัญชีธนาคารไปก่อน
แนวทางที่ได้ผลกว่าคือเริ่มเก็บข้อมูลทรัพย์สินตั้งแต่ระหว่างพิจารณาคดี ไม่ใช่รอจนคดีถึงที่สุด ข้อมูลจากสัญญา ใบเสร็จ เลขบัญชีที่เคยใช้โอนเงิน ที่อยู่ในทะเบียนบ้าน และเอกสารของบริษัทลูกหนี้ ล้วนเป็นจุดตั้งต้นที่ใช้ต่อยอดในชั้นบังคับคดีได้ทันทีเมื่อมีหมาย ทำให้ระยะเวลารวมสั้นลงและโอกาสได้รับชำระสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อสืบแล้วไม่พบทรัพย์ในชื่อลูกหนี้ ยังมีทางเลืออีกหลายทาง เช่น การยื่นฟ้องล้มละลายเพื่อให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ใช้อำนาจตรวจสอบเส้นทางการเงินได้กว้างกว่าเจ้าหนี้ทั่วไป การฟ้องเพิกถอนการโอนที่ทำในช่วงก่อนหรือระหว่างคดี หรือการเจรจาทำสัญญาผ่อนชำระที่มีหลักประกันเพิ่ม เช่น ให้บุคคลอื่นค้ำประกันหรือจดจำนองทรัพย์
เราจะประเมินต้นทุนกับโอกาสได้รับชำระอย่างตรงไปตรงมาก่อนเสมอ ในบางกรณีการเดินหน้าบังคับคดีเต็มรูปแบบมีต้นทุนสูงกว่ามูลหนี้ที่คาดว่าจะได้คืน คำแนะนำที่ซื่อตรงในจุดนี้สำคัญกว่าการรับงานไว้ทุกเรื่อง
สรุปเพื่อความเข้าใจทั่วไปเท่านั้น การปรับใช้แต่ละบทบัญญัติขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง
ภาคว่าด้วยการบังคับคดี กำหนดการออกหมายบังคับคดี การยึด อายัด และการขายทอดตลาดโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี
สิทธิบังคับคดีตามคำพิพากษามีกำหนดเวลา หากปล่อยให้ล่วงเลยโดยไม่ดำเนินการ อาจบังคับคดีไม่ได้อีก
ใช้เมื่อลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว และเปิดทางฟื้นฟูกิจการสำหรับลูกหนี้นิติบุคคล
มาตรา 237 เรื่องเพิกถอนการฉ้อฉล ใช้โต้แย้งการโอนทรัพย์เพื่อหนีหนี้
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมุติที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คดีของลูกความ และไม่ได้แสดงหรือรับประกันผลใด ๆ
สถานการณ์: ศาลพิพากษาให้ชำระหนี้แล้ว แต่ตรวจไม่พบที่ดินหรือรถในชื่อลูกหนี้
แนวทางที่ใช้ตามปกติ: แนวทางทั่วไปคือสืบทรัพย์ตามช่องทางที่กฎหมายอนุญาต เช่น เงินเดือน เงินฝาก สิทธิเรียกร้องจากบุคคลภายนอก และตรวจว่ามีการโอนทรัพย์ก่อนฟ้องหรือไม่ เพื่อพิจารณาเพิกถอนการฉ้อฉล (กรณีสมมุติ)
สถานการณ์: หลังยึดทรัพย์ มีผู้อ้างว่าทรัพย์นั้นเป็นของตน ไม่ใช่ของลูกหนี้
แนวทางที่ใช้ตามปกติ: ต้องเตรียมหลักฐานกรรมสิทธิ์และเส้นทางการได้มาให้ชัด เพราะข้อโต้แย้งของบุคคลภายนอกมีกำหนดเวลายื่นและอาจทำให้การขายทอดตลาดชะลอออกไป
หน้ารายจังหวัดอธิบายศาลและหน่วยงานที่มีเขตอำนาจในพื้นที่ พร้อมตอบคำถามที่คนในพื้นที่ค้นหาบ่อย
ต้องขอออกหมายบังคับคดีและตั้งเรื่องต่อกรมบังคับคดี จากนั้นจึงสืบหาและยึดอายัดทรัพย์ของลูกหนี้ ศาลไม่ได้เก็บเงินให้โดยอัตโนมัติ
อาจฟ้องเพิกถอนนิติกรรมที่ทำขึ้นเพื่อให้เจ้าหนี้เสียเปรียบได้ โดยต้องพิสูจน์เจตนาและดำเนินการภายในอายุความที่กฎหมายกำหนด
กฎหมายกำหนดส่วนที่ได้รับการคุ้มครองไว้ ไม่สามารถอายัดทั้งจำนวน เราจะคำนวณตามฐานรายได้จริงของลูกหนี้ในแต่ละกรณี
ขึ้นอยู่กับว่ามีทรัพย์ในไทยหรือไม่ และกฎหมายของประเทศนั้นรับรองคำพิพากษาต่างประเทศอย่างไร เราจะประเมินความเป็นไปได้ก่อนเริ่มงาน
เล่าข้อเท็จจริงให้เราฟัง แล้วเราจะอธิบายทางเลือก เอกสารที่ต้องใช้ และกรอบเวลาตามความเป็นจริงให้ก่อนตัดสินใจ