ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร
ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารต้องขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ และรับรองได้ตามขอบเขตที่กำหนด

ภาคกลาง — กรุงเทพมหานคร
รับรองลายมือชื่อ เอกสาร แปลรับรอง กงสุล และสถานทูต

กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์รวมของศาล หน่วยงานราชการส่วนกลาง สถานทูต และสำนักงานใหญ่ของบริษัทส่วนใหญ่ในประเทศ เรื่องทางกฎหมายที่เกิดขึ้นในกรุงเทพจึงมักเกี่ยวพันกับหลายหน่วยงานพร้อมกัน เช่น ศาลที่มีเขตอำนาจตามพื้นที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดินสาขาเขต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการกงสุล การวางลำดับขั้นตอนให้ถูกตั้งแต่ต้นจึงช่วยลดเวลาได้มากกว่าการแก้ทีหลัง
งานรับรองเอกสารเพื่อใช้ต่างประเทศดำเนินการโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ครอบคลุมตั้งแต่การรับรองลายมือชื่อ สำเนาถูกต้อง คำแปล ไปจนถึงการเดินเรื่องที่กรมการกงสุลและสถานทูต
ควรตรวจเขตอำนาจและเงื่อนไขการยื่นเป็นรายเรื่อง เพราะแนวปฏิบัติและเอกสารแนบของแต่ละสำนักงานต่างกัน
| ศาล / หน่วยงาน | ขอบเขตงาน |
|---|---|
| ศาลแพ่ง ศาลอาญา และศาลแขวงในเขตกรุงเทพมหานคร | พิจารณาคดีแพ่งและอาญาตามเขตอำนาจในพื้นที่กรุงเทพ |
| ศาลแรงงานกลาง | คดีเลิกจ้าง ค่าชดเชย และข้อพิพาทตามสัญญาจ้าง |
| ศาลปกครองกลาง | คดีโต้แย้งคำสั่งและการกระทำของหน่วยงานรัฐ |
| ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง | คดีเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และการค้าระหว่างประเทศ |
| ศาลล้มละลายกลาง | คดีล้มละลายและการฟื้นฟูกิจการ |
| กรมบังคับคดี | ยึด อายัด ขายทอดตลาด และการไกล่เกลี่ยชั้นบังคับคดี |
| กรมพัฒนาธุรกิจการค้า | จดทะเบียนนิติบุคคลและการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน |
| กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ | รับรองเอกสารเพื่อใช้ในต่างประเทศ |
| สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง | วีซ่า การขออยู่ต่อ และการแจ้งที่พักอาศัย |
งานรับรองลายมือชื่อโดยทั่วไปเสร็จภายในวันเดียว ส่วนการเดินเรื่องกรมการกงสุลและสถานทูตขึ้นกับคิวของแต่ละหน่วยงาน
ระยะเวลาเป็นการประมาณการ ขึ้นกับคิวนัดของศาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
สรุปเพื่อความเข้าใจทั่วไปเท่านั้น การปรับใช้แต่ละบทบัญญัติขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง
ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารต้องขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ และรับรองได้ตามขอบเขตที่กำหนด
ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนหน้านั้นยังใช้การรับรองโดยกรมการกงสุลและสถานทูต
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมุติที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คดีของลูกความ และไม่ได้แสดงหรือรับประกันผลใด ๆ
สถานการณ์: หนังสือมอบอำนาจที่รับรองแล้วถูกปฏิเสธเพราะรูปแบบคำรับรองไม่ตรงกับที่ปลายทางต้องการ
แนวทางที่ใช้ตามปกติ: ควรขอแบบฟอร์มหรือข้อกำหนดจากหน่วยงานปลายทางเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนดำเนินการ แล้วจึงจัดลำดับขั้นตอนรับรองและแปลให้ตรงกับที่ปลายทางระบุ (กรณีสมมุติ)

ขึ้นอยู่กับประเภทคดีและเขตอำนาจ คดีแพ่งทั่วไปและคดีอาญาแยกศาลกัน ส่วนคดีแรงงาน คดีปกครอง คดีทรัพย์สินทางปัญญา และคดีล้มละลาย มีศาลชำนัญพิเศษของตนเอง เราจะตรวจเขตอำนาจจากภูมิลำเนาของคู่ความและสถานที่เกิดเหตุก่อนยื่นฟ้องทุกครั้ง
ไม่จำเป็นทุกนัด หลายขั้นตอนทนายความดำเนินการแทนได้เมื่อมีใบแต่งทนายและหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้อง แต่บางนัด เช่น วันสืบพยานที่ต้องเบิกความเอง คู่ความต้องมาด้วยตนเอง เราจะแจ้งล่วงหน้าว่านัดใดจำเป็น
ต้องเริ่มจากข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเสมอ เพราะเป็นตัวกำหนดว่าต้องรับรองลายมือชื่อ แปลเอกสาร หรือผ่านกรมการกงสุลและสถานทูตในลำดับใด สำหรับประเทศไทย อนุสัญญา Apostille จะมีผลใช้บังคับในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนหน้านั้นยังใช้การรับรองโดยกรมการกงสุลและสถานทูตตามเดิม
ประเทศไทยไม่มีตำแหน่ง Notary Public แบบระบบคอมมอนลอว์ แต่ใช้ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
ขึ้นกับหน่วยงานปลายทาง หลายประเทศต้องการการรับรองต่อที่กรมการกงสุลและสถานทูตด้วย จึงควรตรวจข้อกำหนดก่อนเริ่ม
เล่าข้อเท็จจริงให้เราฟัง แล้วเราจะอธิบายว่าต้องยื่นที่หน่วยงานใด ใช้เอกสารอะไร และกรอบเวลาตามความเป็นจริง