พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
รองรับข้อตกลงอนุญาโตตุลาการและการบังคับตามคำชี้ขาด รวมถึงคำชี้ขาดต่างประเทศ
ภาคกลาง — กรุงเทพมหานคร
ยุติข้อพิพาทนอกศาลและทำให้คำชี้ขาดมีผลจริง

กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์รวมของศาล หน่วยงานราชการส่วนกลาง สถานทูต และสำนักงานใหญ่ของบริษัทส่วนใหญ่ในประเทศ เรื่องทางกฎหมายที่เกิดขึ้นในกรุงเทพจึงมักเกี่ยวพันกับหลายหน่วยงานพร้อมกัน เช่น ศาลที่มีเขตอำนาจตามพื้นที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดินสาขาเขต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการกงสุล การวางลำดับขั้นตอนให้ถูกตั้งแต่ต้นจึงช่วยลดเวลาได้มากกว่าการแก้ทีหลัง
ช่วยลูกความยุติข้อพิพาทด้วยวิธีที่เร็วและประหยัดกว่าการฟ้องคดี ทั้งการเจรจา ไกล่เกลี่ย และอนุญาโตตุลาการ พร้อมดำเนินการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำชี้ขาดให้เกิดผลจริง รวมถึงการสืบทรัพย์ก่อนตัดสินใจดำเนินคดี
ควรตรวจเขตอำนาจและเงื่อนไขการยื่นเป็นรายเรื่อง เพราะแนวปฏิบัติและเอกสารแนบของแต่ละสำนักงานต่างกัน
| ศาล / หน่วยงาน | ขอบเขตงาน |
|---|---|
| ศาลแพ่ง ศาลอาญา และศาลแขวงในเขตกรุงเทพมหานคร | พิจารณาคดีแพ่งและอาญาตามเขตอำนาจในพื้นที่กรุงเทพ |
| ศาลแรงงานกลาง | คดีเลิกจ้าง ค่าชดเชย และข้อพิพาทตามสัญญาจ้าง |
| ศาลปกครองกลาง | คดีโต้แย้งคำสั่งและการกระทำของหน่วยงานรัฐ |
| ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง | คดีเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และการค้าระหว่างประเทศ |
| ศาลล้มละลายกลาง | คดีล้มละลายและการฟื้นฟูกิจการ |
| กรมบังคับคดี | ยึด อายัด ขายทอดตลาด และการไกล่เกลี่ยชั้นบังคับคดี |
| กรมพัฒนาธุรกิจการค้า | จดทะเบียนนิติบุคคลและการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน |
| กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ | รับรองเอกสารเพื่อใช้ในต่างประเทศ |
| สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง | วีซ่า การขออยู่ต่อ และการแจ้งที่พักอาศัย |
การไกล่เกลี่ยที่ทั้งสองฝ่ายให้ความร่วมมือมักจบภายในไม่กี่สัปดาห์ ส่วนการบังคับคดีขึ้นกับประเภททรัพย์และขั้นตอนของเจ้าพนักงานบังคับคดี
ระยะเวลาเป็นการประมาณการ ขึ้นกับคิวนัดของศาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
สรุปเพื่อความเข้าใจทั่วไปเท่านั้น การปรับใช้แต่ละบทบัญญัติขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง
รองรับข้อตกลงอนุญาโตตุลาการและการบังคับตามคำชี้ขาด รวมถึงคำชี้ขาดต่างประเทศ
ให้ข้อตกลงไกล่เกลี่ยที่ทำตามกฎหมายมีผลบังคับได้ ลดเวลาและค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการฟ้องคดี
กำหนดการไกล่เกลี่ยในศาลและการทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้ศาลพิพากษาตามยอม
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมุติที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คดีของลูกความ และไม่ได้แสดงหรือรับประกันผลใด ๆ
สถานการณ์: สัญญามีข้อตกลงอนุญาโตตุลาการ แต่คู่สัญญาอีกฝ่ายยื่นฟ้องต่อศาล
แนวทางที่ใช้ตามปกติ: ต้องยกข้อตกลงอนุญาโตตุลาการขึ้นโต้แย้งภายในกำหนดของกฎหมาย มิฉะนั้นอาจถือว่าสละสิทธิ และควรประเมินต้นทุนของสองช่องทางควบคู่กัน (กรณีสมมุติ)

ขึ้นอยู่กับประเภทคดีและเขตอำนาจ คดีแพ่งทั่วไปและคดีอาญาแยกศาลกัน ส่วนคดีแรงงาน คดีปกครอง คดีทรัพย์สินทางปัญญา และคดีล้มละลาย มีศาลชำนัญพิเศษของตนเอง เราจะตรวจเขตอำนาจจากภูมิลำเนาของคู่ความและสถานที่เกิดเหตุก่อนยื่นฟ้องทุกครั้ง
ไม่จำเป็นทุกนัด หลายขั้นตอนทนายความดำเนินการแทนได้เมื่อมีใบแต่งทนายและหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้อง แต่บางนัด เช่น วันสืบพยานที่ต้องเบิกความเอง คู่ความต้องมาด้วยตนเอง เราจะแจ้งล่วงหน้าว่านัดใดจำเป็น
ต้องเริ่มจากข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเสมอ เพราะเป็นตัวกำหนดว่าต้องรับรองลายมือชื่อ แปลเอกสาร หรือผ่านกรมการกงสุลและสถานทูตในลำดับใด สำหรับประเทศไทย อนุสัญญา Apostille จะมีผลใช้บังคับในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนหน้านั้นยังใช้การรับรองโดยกรมการกงสุลและสถานทูตตามเดิม
ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญานิวยอร์ก จึงขอให้ศาลไทยบังคับตามคำชี้ขาดต่างประเทศได้ ภายใต้เงื่อนไขและข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด
ได้ หากยังไม่ได้ลงนามในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ระงับสิทธิเรียกร้อง จึงควรให้ทนายตรวจร่างทุกครั้งก่อนลงนาม
เล่าข้อเท็จจริงให้เราฟัง แล้วเราจะอธิบายว่าต้องยื่นที่หน่วยงานใด ใช้เอกสารอะไร และกรอบเวลาตามความเป็นจริง