พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
รองรับข้อตกลงอนุญาโตตุลาการและการบังคับตามคำชี้ขาด รวมถึงคำชี้ขาดต่างประเทศ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ — นครราชสีมา
ยุติข้อพิพาทนอกศาลและทำให้คำชี้ขาดมีผลจริง

นครราชสีมาเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งด้านพื้นที่และจำนวนอำเภอ มีทั้งภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมตามแนวถนนมิตรภาพ และภาคการค้าในตัวเมือง เรื่องกฎหมายที่พบบ่อยจึงมีทั้งข้อพิพาทที่ดินและการครอบครอง สัญญาซื้อขายผลผลิตและสินเชื่อการเกษตร คดีแรงงานในโรงงาน และงานนิติบุคคลของธุรกิจครอบครัวที่ขยายกิจการ
ช่วยลูกความยุติข้อพิพาทด้วยวิธีที่เร็วและประหยัดกว่าการฟ้องคดี ทั้งการเจรจา ไกล่เกลี่ย และอนุญาโตตุลาการ พร้อมดำเนินการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำชี้ขาดให้เกิดผลจริง รวมถึงการสืบทรัพย์ก่อนตัดสินใจดำเนินคดี
ควรตรวจเขตอำนาจและเงื่อนไขการยื่นเป็นรายเรื่อง เพราะแนวปฏิบัติและเอกสารแนบของแต่ละสำนักงานต่างกัน
| ศาล / หน่วยงาน | ขอบเขตงาน |
|---|---|
| ศาลจังหวัดนครราชสีมา และศาลแขวงนครราชสีมา | คดีแพ่งและอาญาในเขตจังหวัด |
| ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา | คดีครอบครัวและคดีเยาวชน |
| ศาลแรงงานภาค 3 | คดีแรงงานในพื้นที่อีสานตอนล่าง |
| ศาลปกครองนครราชสีมา | คดีโต้แย้งคำสั่งของหน่วยงานรัฐในเขตพื้นที่ |
| สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมาและสาขาอำเภอ | งานจดทะเบียนที่ดิน การรังวัด และการแบ่งแยกโฉนด |
| สำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครราชสีมา | ยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์ |
| สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา | งานทะเบียนนิติบุคคลในพื้นที่ |
| สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครราชสีมา | รับคำร้องและไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงาน |
การไกล่เกลี่ยที่ทั้งสองฝ่ายให้ความร่วมมือมักจบภายในไม่กี่สัปดาห์ ส่วนการบังคับคดีขึ้นกับประเภททรัพย์และขั้นตอนของเจ้าพนักงานบังคับคดี
ระยะเวลาเป็นการประมาณการ ขึ้นกับคิวนัดของศาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่นครราชสีมา
สรุปเพื่อความเข้าใจทั่วไปเท่านั้น การปรับใช้แต่ละบทบัญญัติขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง
รองรับข้อตกลงอนุญาโตตุลาการและการบังคับตามคำชี้ขาด รวมถึงคำชี้ขาดต่างประเทศ
ให้ข้อตกลงไกล่เกลี่ยที่ทำตามกฎหมายมีผลบังคับได้ ลดเวลาและค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการฟ้องคดี
กำหนดการไกล่เกลี่ยในศาลและการทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้ศาลพิพากษาตามยอม
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมุติที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คดีของลูกความ และไม่ได้แสดงหรือรับประกันผลใด ๆ
สถานการณ์: สัญญามีข้อตกลงอนุญาโตตุลาการ แต่คู่สัญญาอีกฝ่ายยื่นฟ้องต่อศาล
แนวทางที่ใช้ตามปกติ: ต้องยกข้อตกลงอนุญาโตตุลาการขึ้นโต้แย้งภายในกำหนดของกฎหมาย มิฉะนั้นอาจถือว่าสละสิทธิ และควรประเมินต้นทุนของสองช่องทางควบคู่กัน (กรณีสมมุติ)

ขึ้นอยู่กับประเภทเอกสารสิทธิและลักษณะการครอบครอง เอกสารบางประเภทโอนได้จำกัดหรือโอนไม่ได้ และการครอบครองปรปักษ์ใช้ได้เฉพาะที่ดินที่มีโฉนดเท่านั้น จึงต้องตรวจเอกสารจากสำนักงานที่ดินสาขาที่ที่ดินตั้งอยู่ก่อน แล้วจึงประเมินว่าควรขอออกเอกสารสิทธิ ฟ้องคดี หรือเจรจา
ต้องดูเหตุแห่งการเลิกจ้างและระยะเวลาบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน รวมถึงค่าชดเชยตามอายุงานของแต่ละคน และกรณีที่เป็นการเลิกจ้างเพราะปรับปรุงหน่วยงานหรือเครื่องจักร ซึ่งมีหลักเกณฑ์การแจ้งและค่าชดเชยพิเศษแยกต่างหาก การทำเอกสารไม่ครบเป็นเหตุให้ถูกฟ้องได้แม้เหตุเลิกจ้างจะชอบ
เริ่มจากทำบัญชีทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการจริง ตรวจว่าทรัพย์แต่ละรายการอยู่ในชื่อใคร แล้วจึงเลือกวิธีโอนเข้าบริษัทหรือทำสัญญาเช่า/ให้ใช้ระหว่างเจ้าของกับบริษัทให้ชัดเจน พร้อมบันทึกมติของผู้ถือหุ้นและกรรมการ เพราะการโอนโดยไม่มีเอกสารรองรับมีผลทางภาษีและอาจถูกโต้แย้งภายหลัง
ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญานิวยอร์ก จึงขอให้ศาลไทยบังคับตามคำชี้ขาดต่างประเทศได้ ภายใต้เงื่อนไขและข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด
ได้ หากยังไม่ได้ลงนามในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ระงับสิทธิเรียกร้อง จึงควรให้ทนายตรวจร่างทุกครั้งก่อนลงนาม
เล่าข้อเท็จจริงให้เราฟัง แล้วเราจะอธิบายว่าต้องยื่นที่หน่วยงานใด ใช้เอกสารอะไร และกรอบเวลาตามความเป็นจริง