พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
รองรับข้อตกลงอนุญาโตตุลาการและการบังคับตามคำชี้ขาด รวมถึงคำชี้ขาดต่างประเทศ
ภาคเหนือ — เชียงราย
ยุติข้อพิพาทนอกศาลและทำให้คำชี้ขาดมีผลจริง

เชียงรายเป็นจังหวัดชายแดนที่ติดทั้งเมียนมาและ สปป.ลาว มีทั้งการค้าชายแดน เกษตรพื้นที่สูง การท่องเที่ยว และชุมชนผู้พำนักต่างชาติที่เติบโตขึ้น ลักษณะงานกฎหมายจึงมีทั้งสัญญาการค้าและขนส่งข้ามแดน ข้อพิพาทที่ดินในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ และงานสถานะบุคคลของผู้ที่มีเอกสารทะเบียนไม่ครบ ซึ่งต้องอาศัยการตรวจเอกสารย้อนหลังอย่างละเอียด
ช่วยลูกความยุติข้อพิพาทด้วยวิธีที่เร็วและประหยัดกว่าการฟ้องคดี ทั้งการเจรจา ไกล่เกลี่ย และอนุญาโตตุลาการ พร้อมดำเนินการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำชี้ขาดให้เกิดผลจริง รวมถึงการสืบทรัพย์ก่อนตัดสินใจดำเนินคดี
ควรตรวจเขตอำนาจและเงื่อนไขการยื่นเป็นรายเรื่อง เพราะแนวปฏิบัติและเอกสารแนบของแต่ละสำนักงานต่างกัน
| ศาล / หน่วยงาน | ขอบเขตงาน |
|---|---|
| ศาลจังหวัดเชียงราย และศาลแขวงเชียงราย | คดีแพ่งและอาญาในเขตจังหวัด |
| ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงราย | คดีครอบครัว คดีเยาวชน และคดีเกี่ยวกับสถานะของผู้เยาว์ |
| ศาลแรงงานภาค 5 | คดีแรงงานในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน |
| สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงรายและสาขาอำเภอ | งานจดทะเบียนที่ดินและการตรวจสอบประเภทเอกสารสิทธิ |
| ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย | งานคนต่างด้าว การขออยู่ต่อ และงานด่านชายแดน |
| สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงราย | บังคับคดีตามคำพิพากษาในพื้นที่ |
| ที่ว่าการอำเภอในจังหวัดเชียงราย (สำนักทะเบียน) | งานทะเบียนราษฎร ทะเบียนสมรส และการแก้ไขรายการทางทะเบียน |
| สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย | งานทะเบียนนิติบุคคลในพื้นที่ |
การไกล่เกลี่ยที่ทั้งสองฝ่ายให้ความร่วมมือมักจบภายในไม่กี่สัปดาห์ ส่วนการบังคับคดีขึ้นกับประเภททรัพย์และขั้นตอนของเจ้าพนักงานบังคับคดี
ระยะเวลาเป็นการประมาณการ ขึ้นกับคิวนัดของศาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่เชียงราย
สรุปเพื่อความเข้าใจทั่วไปเท่านั้น การปรับใช้แต่ละบทบัญญัติขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง
รองรับข้อตกลงอนุญาโตตุลาการและการบังคับตามคำชี้ขาด รวมถึงคำชี้ขาดต่างประเทศ
ให้ข้อตกลงไกล่เกลี่ยที่ทำตามกฎหมายมีผลบังคับได้ ลดเวลาและค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการฟ้องคดี
กำหนดการไกล่เกลี่ยในศาลและการทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้ศาลพิพากษาตามยอม
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมุติที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คดีของลูกความ และไม่ได้แสดงหรือรับประกันผลใด ๆ
สถานการณ์: สัญญามีข้อตกลงอนุญาโตตุลาการ แต่คู่สัญญาอีกฝ่ายยื่นฟ้องต่อศาล
แนวทางที่ใช้ตามปกติ: ต้องยกข้อตกลงอนุญาโตตุลาการขึ้นโต้แย้งภายในกำหนดของกฎหมาย มิฉะนั้นอาจถือว่าสละสิทธิ และควรประเมินต้นทุนของสองช่องทางควบคู่กัน (กรณีสมมุติ)

ยึดตามที่สัญญากำหนดไว้ ถ้าไม่ได้กำหนด จะกลายเป็นข้อโต้แย้งที่ต้องตีความเจตนาของคู่สัญญา ซึ่งใช้เวลาและไม่แน่นอน วิธีป้องกันคือใส่ข้อความระบุฉบับที่ใช้บังคับและให้อีกฉบับเป็นเพียงคำแปลเพื่อความสะดวก
ตรวจประเภทเอกสารสิทธิว่าโอนได้หรือไม่ ตรวจว่าที่ดินอยู่ในเขตที่มีข้อจำกัดการใช้ประโยชน์หรือไม่ ตรวจแนวเขตจริงเทียบกับระวางที่ดิน และตรวจทางเข้าออกว่ามีสิทธิตามกฎหมายหรือเป็นเพียงการใช้ตามความยินยอม เพราะข้อจำกัดเหล่านี้กระทบทั้งการก่อสร้างและการขายต่อ
แก้ไขได้ตามกระบวนการของสำนักทะเบียน โดยต้องแสดงเอกสารหลักฐานย้อนหลังและอาจต้องมีพยานบุคคล บางกรณีที่หลักฐานไม่เพียงพอต้องอาศัยคำสั่งศาลเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงก่อน จึงควรรวบรวมเอกสารเก่าทั้งหมดไว้ก่อนเริ่มกระบวนการ
ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญานิวยอร์ก จึงขอให้ศาลไทยบังคับตามคำชี้ขาดต่างประเทศได้ ภายใต้เงื่อนไขและข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด
ได้ หากยังไม่ได้ลงนามในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ระงับสิทธิเรียกร้อง จึงควรให้ทนายตรวจร่างทุกครั้งก่อนลงนาม
เล่าข้อเท็จจริงให้เราฟัง แล้วเราจะอธิบายว่าต้องยื่นที่หน่วยงานใด ใช้เอกสารอะไร และกรอบเวลาตามความเป็นจริง