ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ภาคว่าด้วยการบังคับคดี กำหนดการออกหมายบังคับคดี การยึด อายัด และการขายทอดตลาดโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี
ภาคตะวันออก — ชลบุรี
เปลี่ยนคำพิพากษาให้เป็นการชำระหนี้จริง ด้วยการสืบทรัพย์และยึดอายัดตามกฎหมาย

ชลบุรีรวมสามเศรษฐกิจไว้ในจังหวัดเดียว คือภาคอุตสาหกรรมในแหลมฉบังและศรีราชา ภาคท่องเที่ยวและที่พักอาศัยของชาวต่างชาติในพัทยา และภาคการค้าในตัวเมือง เรื่องกฎหมายที่พบจึงกระจายตั้งแต่ข้อพิพาทแรงงานในโรงงาน สัญญาผู้รับเหมาช่วง การลงทุนภายใต้สิทธิส่งเสริม ไปจนถึงงานอสังหาริมทรัพย์และครอบครัวของผู้พำนักต่างชาติ
การชนะคดีไม่ได้แปลว่าได้รับเงินทันที เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องดำเนินการบังคับคดีภายในกรอบเวลาที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งกำหนด สำนักงานของเรารับดำเนินการตั้งแต่การขอออกหมายบังคับคดี การตั้งเรื่องต่อกรมบังคับคดี การสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้ตามช่องทางที่กฎหมายอนุญาต การยึดหรืออายัดทรัพย์ การขายทอดตลาด ไปจนถึงการรับเงินจากการแบ่งทรัพย์ รวมถึงการคัดค้านหรือร้องขัดทรัพย์เมื่อมีบุคคลภายนอกโต้แย้งสิทธิ
ควรตรวจเขตอำนาจและเงื่อนไขการยื่นเป็นรายเรื่อง เพราะแนวปฏิบัติและเอกสารแนบของแต่ละสำนักงานต่างกัน
| ศาล / หน่วยงาน | ขอบเขตงาน |
|---|---|
| ศาลจังหวัดชลบุรี ศาลจังหวัดพัทยา และศาลแขวงชลบุรี | คดีแพ่งและอาญาตามเขตอำนาจในจังหวัด |
| ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชลบุรี | คดีครอบครัวและคดีเยาวชน |
| ศาลแรงงานภาค 2 | คดีแรงงานในเขตภาคตะวันออก ซึ่งมีปริมาณสูงจากภาคอุตสาหกรรม |
| สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี | รับคำร้องและไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานก่อนขึ้นศาล |
| สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรีและสาขาอำเภอ | งานจดทะเบียนที่ดิน อาคารชุด และการเช่า |
| ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี | การขออยู่ต่อและงานคนต่างด้าวในพื้นที่พัทยาและศรีราชา |
| สำนักงานบังคับคดีจังหวัดชลบุรี | บังคับคดีตามคำพิพากษาในพื้นที่ |
| สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชลบุรี | งานทะเบียนนิติบุคคลในพื้นที่ |
การตั้งเรื่องบังคับคดีใช้เวลาไม่นานเมื่อเอกสารครบ แต่ระยะเวลาจนถึงการขายทอดตลาดและการรับเงินขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์ คิวของเจ้าพนักงานบังคับคดี และการคัดค้านของคู่กรณี ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือนถึงหลายปี
ระยะเวลาเป็นการประมาณการ ขึ้นกับคิวนัดของศาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ชลบุรี
สรุปเพื่อความเข้าใจทั่วไปเท่านั้น การปรับใช้แต่ละบทบัญญัติขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง
ภาคว่าด้วยการบังคับคดี กำหนดการออกหมายบังคับคดี การยึด อายัด และการขายทอดตลาดโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี
สิทธิบังคับคดีตามคำพิพากษามีกำหนดเวลา หากปล่อยให้ล่วงเลยโดยไม่ดำเนินการ อาจบังคับคดีไม่ได้อีก
ใช้เมื่อลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว และเปิดทางฟื้นฟูกิจการสำหรับลูกหนี้นิติบุคคล
มาตรา 237 เรื่องเพิกถอนการฉ้อฉล ใช้โต้แย้งการโอนทรัพย์เพื่อหนีหนี้
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมุติที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คดีของลูกความ และไม่ได้แสดงหรือรับประกันผลใด ๆ
สถานการณ์: ศาลพิพากษาให้ชำระหนี้แล้ว แต่ตรวจไม่พบที่ดินหรือรถในชื่อลูกหนี้
แนวทางที่ใช้ตามปกติ: แนวทางทั่วไปคือสืบทรัพย์ตามช่องทางที่กฎหมายอนุญาต เช่น เงินเดือน เงินฝาก สิทธิเรียกร้องจากบุคคลภายนอก และตรวจว่ามีการโอนทรัพย์ก่อนฟ้องหรือไม่ เพื่อพิจารณาเพิกถอนการฉ้อฉล (กรณีสมมุติ)
สถานการณ์: หลังยึดทรัพย์ มีผู้อ้างว่าทรัพย์นั้นเป็นของตน ไม่ใช่ของลูกหนี้
แนวทางที่ใช้ตามปกติ: ต้องเตรียมหลักฐานกรรมสิทธิ์และเส้นทางการได้มาให้ชัด เพราะข้อโต้แย้งของบุคคลภายนอกมีกำหนดเวลายื่นและอาจทำให้การขายทอดตลาดชะลอออกไป

เริ่มจากเก็บหนังสือเลิกจ้าง สลิปเงินเดือนย้อนหลัง และบันทึกเวลาทำงาน จากนั้นเลือกได้สองทางคือยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน หรือฟ้องศาลแรงงานภาค 2 โดยตรง ทางแรกไม่มีค่าใช้จ่ายในการยื่นและใช้เวลาเร็วกว่าในหลายกรณี แต่ทางที่สองครอบคลุมค่าเสียหายได้กว้างกว่า จึงควรเลือกตามลักษณะข้อเรียกร้อง
ตรวจโควตาต่างชาติคงเหลือของอาคาร หนังสือรับรองปลอดหนี้ค่าส่วนกลาง ภาระผูกพันที่จดทะเบียนในหลังโฉนดห้องชุด และสถานะของนิติบุคคลอาคารชุด เพราะหนี้ค่าส่วนกลางค้างชำระจะเป็นอุปสรรคต่อการจดทะเบียนโอนแม้ผู้ซื้อไม่ได้ก่อหนี้นั้น
ควรระวังข้อกำหนดเรื่องความรับผิดต่อความชำรุดบกพร่อง การส่งมอบเป็นงวด เงื่อนไขการหักเงินประกันผลงาน และความรับผิดร่วมในฐานะผู้ประกอบกิจการตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เพราะผู้ว่าจ้างอาจต้องร่วมรับผิดในค่าจ้างของลูกจ้างผู้รับเหมาช่วงในบางกรณี
ต้องขอออกหมายบังคับคดีและตั้งเรื่องต่อกรมบังคับคดี จากนั้นจึงสืบหาและยึดอายัดทรัพย์ของลูกหนี้ ศาลไม่ได้เก็บเงินให้โดยอัตโนมัติ
อาจฟ้องเพิกถอนนิติกรรมที่ทำขึ้นเพื่อให้เจ้าหนี้เสียเปรียบได้ โดยต้องพิสูจน์เจตนาและดำเนินการภายในอายุความที่กฎหมายกำหนด
กฎหมายกำหนดส่วนที่ได้รับการคุ้มครองไว้ ไม่สามารถอายัดทั้งจำนวน เราจะคำนวณตามฐานรายได้จริงของลูกหนี้ในแต่ละกรณี
เล่าข้อเท็จจริงให้เราฟัง แล้วเราจะอธิบายว่าต้องยื่นที่หน่วยงานใด ใช้เอกสารอะไร และกรอบเวลาตามความเป็นจริง