ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
กำหนดการโอนหุ้น การประชุมผู้ถือหุ้น มติพิเศษ และการควบบริษัท
ภาคกลาง — กรุงเทพมหานคร
ตรวจสถานะกิจการก่อนซื้อ และวางโครงสร้างธุรกรรมให้ปิดดีลได้จริง

กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์รวมของศาล หน่วยงานราชการส่วนกลาง สถานทูต และสำนักงานใหญ่ของบริษัทส่วนใหญ่ในประเทศ เรื่องทางกฎหมายที่เกิดขึ้นในกรุงเทพจึงมักเกี่ยวพันกับหลายหน่วยงานพร้อมกัน เช่น ศาลที่มีเขตอำนาจตามพื้นที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดินสาขาเขต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการกงสุล การวางลำดับขั้นตอนให้ถูกตั้งแต่ต้นจึงช่วยลดเวลาได้มากกว่าการแก้ทีหลัง
การซื้อกิจการ ซื้อหุ้น หรือซื้อทรัพย์สินของธุรกิจในประเทศไทยมีความเสี่ยงที่มองไม่เห็นจากงบการเงินเพียงอย่างเดียว เช่น สัญญาเช่าที่โอนไม่ได้ ใบอนุญาตที่ผูกกับผู้ถือหุ้นเดิม คดีค้างพิจารณา หรือภาระผูกพันด้านแรงงาน เราทำการตรวจสอบสถานะทางกฎหมาย (Legal Due Diligence) อย่างเป็นระบบ สรุปความเสี่ยงเป็นระดับ แล้วออกแบบเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายให้ครอบคลุมความเสี่ยงที่พบ
ควรตรวจเขตอำนาจและเงื่อนไขการยื่นเป็นรายเรื่อง เพราะแนวปฏิบัติและเอกสารแนบของแต่ละสำนักงานต่างกัน
| ศาล / หน่วยงาน | ขอบเขตงาน |
|---|---|
| ศาลแพ่ง ศาลอาญา และศาลแขวงในเขตกรุงเทพมหานคร | พิจารณาคดีแพ่งและอาญาตามเขตอำนาจในพื้นที่กรุงเทพ |
| ศาลแรงงานกลาง | คดีเลิกจ้าง ค่าชดเชย และข้อพิพาทตามสัญญาจ้าง |
| ศาลปกครองกลาง | คดีโต้แย้งคำสั่งและการกระทำของหน่วยงานรัฐ |
| ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง | คดีเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และการค้าระหว่างประเทศ |
| ศาลล้มละลายกลาง | คดีล้มละลายและการฟื้นฟูกิจการ |
| กรมบังคับคดี | ยึด อายัด ขายทอดตลาด และการไกล่เกลี่ยชั้นบังคับคดี |
| กรมพัฒนาธุรกิจการค้า | จดทะเบียนนิติบุคคลและการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน |
| กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ | รับรองเอกสารเพื่อใช้ในต่างประเทศ |
| สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง | วีซ่า การขออยู่ต่อ และการแจ้งที่พักอาศัย |
การตรวจสอบสถานะกิจการขนาดเล็กถึงกลางมักใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์เมื่อได้รับเอกสารครบ ส่วนการเจรจาสัญญาและการปิดดีลขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของโครงสร้างและจำนวนหน่วยงานที่ต้องอนุมัติ
ระยะเวลาเป็นการประมาณการ ขึ้นกับคิวนัดของศาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
สรุปเพื่อความเข้าใจทั่วไปเท่านั้น การปรับใช้แต่ละบทบัญญัติขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง
กำหนดการโอนหุ้น การประชุมผู้ถือหุ้น มติพิเศษ และการควบบริษัท
กำหนดหน้าที่แจ้งหรือขออนุญาตการรวมธุรกิจในบางกรณี
การเปลี่ยนสัดส่วนผู้ถือหุ้นอาจทำให้บริษัทกลายเป็นคนต่างด้าวและกระทบใบอนุญาต
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมุติที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คดีของลูกความ และไม่ได้แสดงหรือรับประกันผลใด ๆ
สถานการณ์: ระหว่างตรวจสอบสถานะพบว่าสัญญาเช่าและสัญญาลูกค้ารายใหญ่มีข้อห้ามเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น
แนวทางที่ใช้ตามปกติ: ต้องขอหนังสือยินยอมจากคู่สัญญาก่อนปิดดีล และกำหนดให้เป็นเงื่อนไขบังคับก่อน เพื่อไม่ให้ผู้ซื้อรับความเสี่ยงหลังโอนหุ้น (กรณีสมมุติ)

ขึ้นอยู่กับประเภทคดีและเขตอำนาจ คดีแพ่งทั่วไปและคดีอาญาแยกศาลกัน ส่วนคดีแรงงาน คดีปกครอง คดีทรัพย์สินทางปัญญา และคดีล้มละลาย มีศาลชำนัญพิเศษของตนเอง เราจะตรวจเขตอำนาจจากภูมิลำเนาของคู่ความและสถานที่เกิดเหตุก่อนยื่นฟ้องทุกครั้ง
ไม่จำเป็นทุกนัด หลายขั้นตอนทนายความดำเนินการแทนได้เมื่อมีใบแต่งทนายและหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้อง แต่บางนัด เช่น วันสืบพยานที่ต้องเบิกความเอง คู่ความต้องมาด้วยตนเอง เราจะแจ้งล่วงหน้าว่านัดใดจำเป็น
ต้องเริ่มจากข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเสมอ เพราะเป็นตัวกำหนดว่าต้องรับรองลายมือชื่อ แปลเอกสาร หรือผ่านกรมการกงสุลและสถานทูตในลำดับใด สำหรับประเทศไทย อนุสัญญา Apostille จะมีผลใช้บังคับในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนหน้านั้นยังใช้การรับรองโดยกรมการกงสุลและสถานทูตตามเดิม
ซื้อหุ้นคือรับบริษัททั้งก้อนพร้อมหนี้สินและประวัติเดิม ส่วนซื้อทรัพย์สินเลือกรับเฉพาะรายการที่ต้องการ แต่ต้องขอโอนใบอนุญาตและสัญญาใหม่ทีละรายการ
จำเป็นมากเมื่อธุรกิจมีใบอนุญาต สัญญาระยะยาว หรือพนักงานจำนวนมาก เพราะความเสี่ยงเหล่านี้ไม่ปรากฏในงบการเงิน
ต้องพิจารณาพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและเงื่อนไขใบอนุญาตเฉพาะกิจการ รวมถึงข้อจำกัดด้านที่ดิน เราจะตรวจก่อนเริ่มเจรจา
เล่าข้อเท็จจริงให้เราฟัง แล้วเราจะอธิบายว่าต้องยื่นที่หน่วยงานใด ใช้เอกสารอะไร และกรอบเวลาตามความเป็นจริง