พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
กำหนดสัดส่วนพื้นที่ที่คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์รวมกันได้ในอาคารชุดหนึ่ง ๆ และเงื่อนไขหลักฐานการนำเงินเข้าประเทศ

ภาคกลาง — กรุงเทพมหานคร
ตรวจสอบสิทธิ เอกสาร และการโอนกรรมสิทธิ์ก่อนวางเงินก้อนใหญ่

กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์รวมของศาล หน่วยงานราชการส่วนกลาง สถานทูต และสำนักงานใหญ่ของบริษัทส่วนใหญ่ในประเทศ เรื่องทางกฎหมายที่เกิดขึ้นในกรุงเทพจึงมักเกี่ยวพันกับหลายหน่วยงานพร้อมกัน เช่น ศาลที่มีเขตอำนาจตามพื้นที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดินสาขาเขต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการกงสุล การวางลำดับขั้นตอนให้ถูกตั้งแต่ต้นจึงช่วยลดเวลาได้มากกว่าการแก้ทีหลัง
ชาวต่างชาติสามารถถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดในประเทศไทยได้ภายใต้พระราชบัญญัติอาคารชุด โดยอัตราส่วนกรรมสิทธิ์ของคนต่างด้าวในแต่ละอาคารชุดต้องไม่เกินร้อยละสี่สิบเก้าของเนื้อที่ห้องชุดทั้งหมด และต้องแสดงหลักฐานการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรตามที่กฎหมายกำหนด เราตรวจสอบโควตาต่างชาติ สถานะโฉนด ภาระผูกพัน สัญญาจะซื้อจะขาย และดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินให้ลูกความ
ควรตรวจเขตอำนาจและเงื่อนไขการยื่นเป็นรายเรื่อง เพราะแนวปฏิบัติและเอกสารแนบของแต่ละสำนักงานต่างกัน
| ศาล / หน่วยงาน | ขอบเขตงาน |
|---|---|
| ศาลแพ่ง ศาลอาญา และศาลแขวงในเขตกรุงเทพมหานคร | พิจารณาคดีแพ่งและอาญาตามเขตอำนาจในพื้นที่กรุงเทพ |
| ศาลแรงงานกลาง | คดีเลิกจ้าง ค่าชดเชย และข้อพิพาทตามสัญญาจ้าง |
| ศาลปกครองกลาง | คดีโต้แย้งคำสั่งและการกระทำของหน่วยงานรัฐ |
| ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง | คดีเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และการค้าระหว่างประเทศ |
| ศาลล้มละลายกลาง | คดีล้มละลายและการฟื้นฟูกิจการ |
| กรมบังคับคดี | ยึด อายัด ขายทอดตลาด และการไกล่เกลี่ยชั้นบังคับคดี |
| กรมพัฒนาธุรกิจการค้า | จดทะเบียนนิติบุคคลและการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน |
| กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ | รับรองเอกสารเพื่อใช้ในต่างประเทศ |
| สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง | วีซ่า การขออยู่ต่อ และการแจ้งที่พักอาศัย |
การตรวจสอบเอกสารสิทธิและโควตาต่างชาติมักใช้เวลาไม่กี่วันทำการเมื่อได้รับเอกสารครบ ส่วนวันโอนกรรมสิทธิ์ขึ้นกับคิวนัดของสำนักงานที่ดินและความพร้อมของเอกสารทุกฝ่าย
ระยะเวลาเป็นการประมาณการ ขึ้นกับคิวนัดของศาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
สรุปเพื่อความเข้าใจทั่วไปเท่านั้น การปรับใช้แต่ละบทบัญญัติขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง
กำหนดสัดส่วนพื้นที่ที่คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์รวมกันได้ในอาคารชุดหนึ่ง ๆ และเงื่อนไขหลักฐานการนำเงินเข้าประเทศ
กำหนดเอกสารที่ต้องใช้ในวันโอน รวมถึงหนังสือรับรองอัตราส่วนกรรมสิทธิ์คนต่างด้าวจากนิติบุคคลอาคารชุด
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมุติที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คดีของลูกความ และไม่ได้แสดงหรือรับประกันผลใด ๆ
สถานการณ์: ผู้ซื้อต่างชาติวางมัดจำแล้ว แต่พบว่าสัดส่วนต่างชาติของอาคารเต็ม
แนวทางที่ใช้ตามปกติ: ควรขอหนังสือรับรองสัดส่วนก่อนวางมัดจำ และกำหนดเงื่อนไขในสัญญาจะซื้อจะขายไว้ตั้งแต่ต้นว่าหากโควตาต่างชาติไม่พอ ผู้จะซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกมัดจำคืนตามที่ตกลง (กรณีสมมุติ)

ขึ้นอยู่กับประเภทคดีและเขตอำนาจ คดีแพ่งทั่วไปและคดีอาญาแยกศาลกัน ส่วนคดีแรงงาน คดีปกครอง คดีทรัพย์สินทางปัญญา และคดีล้มละลาย มีศาลชำนัญพิเศษของตนเอง เราจะตรวจเขตอำนาจจากภูมิลำเนาของคู่ความและสถานที่เกิดเหตุก่อนยื่นฟ้องทุกครั้ง
ไม่จำเป็นทุกนัด หลายขั้นตอนทนายความดำเนินการแทนได้เมื่อมีใบแต่งทนายและหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้อง แต่บางนัด เช่น วันสืบพยานที่ต้องเบิกความเอง คู่ความต้องมาด้วยตนเอง เราจะแจ้งล่วงหน้าว่านัดใดจำเป็น
ต้องเริ่มจากข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเสมอ เพราะเป็นตัวกำหนดว่าต้องรับรองลายมือชื่อ แปลเอกสาร หรือผ่านกรมการกงสุลและสถานทูตในลำดับใด สำหรับประเทศไทย อนุสัญญา Apostille จะมีผลใช้บังคับในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนหน้านั้นยังใช้การรับรองโดยกรมการกงสุลและสถานทูตตามเดิม
โดยหลักชาวต่างชาติไม่สามารถถือกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ ทางเลือกที่ใช้กันคือการถือกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างพร้อมทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาว หรือใช้สิทธิเก็บกินหรือสิทธิเหนือพื้นดิน ซึ่งแต่ละแบบมีข้อจำกัดต่างกัน
ไม่จำเป็นเสมอไป สามารถมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนได้ โดยหนังสือมอบอำนาจที่ทำในต่างประเทศมักต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อและการรับรองจากสถานทูตหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนใช้ในไทย
เป็นเรื่องที่ตกลงกันในสัญญา โดยทั่วไปคู่สัญญาอาจแบ่งกันคนละครึ่งหรือกำหนดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับผิดชอบ จึงควรระบุให้ชัดก่อนลงนาม
เล่าข้อเท็จจริงให้เราฟัง แล้วเราจะอธิบายว่าต้องยื่นที่หน่วยงานใด ใช้เอกสารอะไร และกรอบเวลาตามความเป็นจริง