พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
กำหนดค่าชดเชยตามอายุงาน การบอกกล่าวล่วงหน้า วันหยุด และการเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยในกรณีเฉพาะ
สายงานกฎหมาย
ดูแลทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

ข้อพิพาทแรงงานส่วนใหญ่เกิดจากเอกสารที่ไม่ครบถ้วนตั้งแต่ต้น เช่น สัญญาจ้างที่ไม่ได้ระบุเงื่อนไขให้ชัด ระเบียบข้อบังคับที่ไม่ได้ปรับปรุง หรือขั้นตอนการเลิกจ้างที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เราให้คำปรึกษาและดำเนินคดีในศาลแรงงานให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ตั้งแต่การร่างสัญญาจ้างและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ไปจนถึงการเจรจาไกล่เกลี่ยและการดำเนินคดีค่าชดเชยและการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานอาจได้ข้อยุติภายในไม่กี่สัปดาห์ ส่วนคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลแรงงานใช้เวลาตามคิวนัดของศาลและจำนวนพยาน ซึ่งโดยทั่วไปนับเป็นเดือน
ระยะเวลาข้างต้นเป็นการประมาณการ ขึ้นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คิวนัดของศาล และความครบถ้วนของเอกสาร

ในคดีแรงงาน พยานเอกสารมักมีน้ำหนักมากกว่าคำเบิกความ เพราะศาลพิจารณาจากสิ่งที่บันทึกไว้ในขณะเกิดเหตุ หนังสือตักเตือนที่ระบุพฤติกรรมและวันเวลาอย่างชัดเจน บันทึกการประชุมที่มีลายมือชื่อรับทราบ และหนังสือเลิกจ้างที่ระบุเหตุผลครบถ้วน ล้วนเป็นเอกสารที่เปลี่ยนผลคดีได้ ในทางกลับกัน การตักเตือนด้วยวาจาที่ไม่มีบันทึกมักพิสูจน์ได้ยากในชั้นศาล
เราจึงแนะนำให้นายจ้างวางระบบเอกสารไว้ล่วงหน้า และแนะนำให้ลูกจ้างเก็บสำเนาสัญญา สลิปเงินเดือน และข้อความสำคัญไว้ตั้งแต่เริ่มงาน การเตรียมเอกสารตั้งแต่ต้นมีผลต่อคดีมากกว่าการหาหลักฐานย้อนหลังเมื่อเกิดข้อพิพาทแล้ว
ไม่ใช่ทุกข้อพิพาทที่ควรจบด้วยการฟ้องคดี การยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานและการไกล่เกลี่ยเป็นช่องทางที่ใช้เวลาน้อยกว่าและรักษาความสัมพันธ์ได้ดีกว่าในหลายกรณี เราจะประเมินมูลค่าข้อเรียกร้อง น้ำหนักพยานหลักฐาน และต้นทุนเวลาของแต่ละทางเลือก แล้วเสนอแนวทางที่สมเหตุสมผลที่สุดให้ลูกความตัดสินใจ
หากต้องดำเนินคดี ศาลแรงงานมีกระบวนพิจารณาที่เน้นความรวดเร็วและการไกล่เกลี่ยในชั้นศาล ลูกความจึงควรเตรียมตัวเลขและเอกสารให้พร้อมตั้งแต่นัดแรก เพราะโอกาสยุติข้อพิพาทมักเกิดขึ้นในช่วงนั้น
สรุปเพื่อความเข้าใจทั่วไปเท่านั้น การปรับใช้แต่ละบทบัญญัติขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง
กำหนดค่าชดเชยตามอายุงาน การบอกกล่าวล่วงหน้า วันหยุด และการเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยในกรณีเฉพาะ
คดีแรงงานพิจารณาแบบรวดเร็วและเน้นการไกล่เกลี่ยก่อนสืบพยาน
ใช้กับข้อตกลงสภาพการจ้าง สหภาพแรงงาน และข้อพิพาทแรงงาน
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมุติที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คดีของลูกความ และไม่ได้แสดงหรือรับประกันผลใด ๆ
สถานการณ์: นายจ้างเลิกจ้างพนักงานโดยอ้างผลงาน แต่ไม่มีบันทึกเตือนหรือแผนพัฒนาผลงาน
แนวทางที่ใช้ตามปกติ: ประเด็นสำคัญคือพยานเอกสาร: เกณฑ์วัดผล บันทึกเตือน และโอกาสปรับปรุง หากไม่มี การเลิกจ้างมักถูกมองว่าไม่เป็นธรรมและมีภาระค่าชดเชย (กรณีสมมุติ)
หน้ารายจังหวัดอธิบายศาลและหน่วยงานที่มีเขตอำนาจในพื้นที่ พร้อมตอบคำถามที่คนในพื้นที่ค้นหาบ่อย
โดยหลักเมื่อนายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิดตามที่กฎหมายกำหนด อัตราค่าชดเชยขึ้นกับระยะเวลาทำงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ส่วนกรณีลาออกเองโดยทั่วไปไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชย
กฎหมายไม่ได้บังคับให้สัญญาจ้างทุกกรณีต้องทำเป็นหนังสือ แต่ในทางปฏิบัติการมีเอกสารที่ชัดเจนช่วยลดข้อพิพาทอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องค่าจ้าง ตำแหน่ง และเงื่อนไขการสิ้นสุดสัญญา
ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคม หักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินได้ของพนักงาน และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานเช่นเดียวกับนายจ้างไทย
เล่าข้อเท็จจริงให้เราฟัง แล้วเราจะอธิบายทางเลือก เอกสารที่ต้องใช้ และกรอบเวลาตามความเป็นจริงให้ก่อนตัดสินใจ