พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
รองรับข้อตกลงอนุญาโตตุลาการและการบังคับตามคำชี้ขาด รวมถึงคำชี้ขาดต่างประเทศ
สายงานกฎหมาย
ยุติข้อพิพาทนอกศาลและทำให้คำชี้ขาดมีผลจริง

ช่วยลูกความยุติข้อพิพาทด้วยวิธีที่เร็วและประหยัดกว่าการฟ้องคดี ทั้งการเจรจา ไกล่เกลี่ย และอนุญาโตตุลาการ พร้อมดำเนินการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำชี้ขาดให้เกิดผลจริง รวมถึงการสืบทรัพย์ก่อนตัดสินใจดำเนินคดี
การไกล่เกลี่ยที่ทั้งสองฝ่ายให้ความร่วมมือมักจบภายในไม่กี่สัปดาห์ ส่วนการบังคับคดีขึ้นกับประเภททรัพย์และขั้นตอนของเจ้าพนักงานบังคับคดี
ระยะเวลาข้างต้นเป็นการประมาณการ ขึ้นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คิวนัดของศาล และความครบถ้วนของเอกสาร

อนุญาโตตุลาการเหมาะกับข้อพิพาททางการค้าที่คู่สัญญาต้องการความลับ ความรวดเร็ว และผู้ชี้ขาดที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการมีผลผูกพันและบังคับได้ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาคดีใหม่
ข้อสำคัญคือข้อตกลงอนุญาโตตุลาการต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร มักอยู่ในสัญญาตั้งแต่แรก หากสัญญาไม่มีข้อตกลงนี้ อีกฝ่ายต้องยินยอมภายหลัง ซึ่งยากเมื่อเกิดข้อพิพาทแล้ว การร่างสัญญาที่ดีจึงควรกำหนดสถาบัน สถานที่ และกฎที่ใช้ไว้ชัดเจน
สำหรับข้อพิพาทข้ามชาติ คำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการต่างประเทศบังคับใช้ในไทยได้ภายใต้อนุสัญญานิวยอร์ก ซึ่งไทยเป็นภาคี ในทางกลับกัน คำพิพากษาศาลต่างประเทศโดยทั่วไปบังคับใช้ในไทยไม่ได้โดยตรง ต้องฟ้องใหม่โดยใช้คำพิพากษาเป็นพยานหลักฐาน
การชนะคดีเป็นเพียงครึ่งทาง หากจำเลยไม่ชำระโดยสมัครใจ ต้องขอศาลออกหมายบังคับคดีเพื่อยึดหรืออายัดทรัพย์และขายทอดตลาด กระบวนการนี้ดำเนินการผ่านกรมบังคับคดีและมีขั้นตอนเฉพาะของตนเอง
การสืบทรัพย์จำเลยก่อนฟ้องหรือระหว่างคดีช่วยประเมินว่าการดำเนินคดีคุ้มค่าหรือไม่ หากจำเลยไม่มีทรัพย์สินในไทย คำพิพากษาอาจมีค่าเพียงบนกระดาษ เราสืบทรัพย์เบื้องต้นให้ก่อนตัดสินใจเสมอ
มาตรการคุ้มครองชั่วคราว เช่น การขออายัดทรัพย์ก่อนพิพากษา มีไว้ป้องกันการโอนทรัพย์หนีระหว่างคดี แต่ศาลอนุญาตเฉพาะเมื่อมีเหตุอันควรและผู้ขออาจต้องวางหลักประกันความเสียหาย การตัดสินใจขอมาตรการนี้ต้องชั่งน้ำหนักอย่างรอบคอบ
สรุปเพื่อความเข้าใจทั่วไปเท่านั้น การปรับใช้แต่ละบทบัญญัติขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง
รองรับข้อตกลงอนุญาโตตุลาการและการบังคับตามคำชี้ขาด รวมถึงคำชี้ขาดต่างประเทศ
ให้ข้อตกลงไกล่เกลี่ยที่ทำตามกฎหมายมีผลบังคับได้ ลดเวลาและค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการฟ้องคดี
กำหนดการไกล่เกลี่ยในศาลและการทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้ศาลพิพากษาตามยอม
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมุติที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คดีของลูกความ และไม่ได้แสดงหรือตั้งเป้าผลใด ๆ
สถานการณ์: สัญญามีข้อตกลงอนุญาโตตุลาการ แต่คู่สัญญาอีกฝ่ายยื่นฟ้องต่อศาล
แนวทางที่ใช้ตามปกติ: ต้องยกข้อตกลงอนุญาโตตุลาการขึ้นโต้แย้งภายในกำหนดของกฎหมาย มิฉะนั้นอาจถือว่าสละสิทธิ และควรประเมินต้นทุนของสองช่องทางควบคู่กัน (กรณีสมมุติ)
ระเบียบและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนยื่นเรื่อง
หน้ารายจังหวัดอธิบายศาลและหน่วยงานที่มีเขตอำนาจในพื้นที่ พร้อมตอบคำถามที่คนในพื้นที่ค้นหาบ่อย
ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญานิวยอร์ก จึงขอให้ศาลไทยบังคับตามคำชี้ขาดต่างประเทศได้ ภายใต้เงื่อนไขและข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด
ได้ หากยังไม่ได้ลงนามในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ระงับสิทธิเรียกร้อง จึงควรให้ทนายตรวจร่างทุกครั้งก่อนลงนาม
เล่าข้อเท็จจริงให้เราฟัง แล้วเราจะอธิบายทางเลือก เอกสารที่ต้องใช้ และกรอบเวลาตามความเป็นจริงให้ก่อนตัดสินใจ