พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
กำหนดค่าชดเชยตามอายุงาน การบอกกล่าวล่วงหน้า วันหยุด และการเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยในกรณีเฉพาะ
ภาคกลาง — กรุงเทพมหานคร
ดูแลทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์รวมของศาล หน่วยงานราชการส่วนกลาง สถานทูต และสำนักงานใหญ่ของบริษัทส่วนใหญ่ในประเทศ เรื่องทางกฎหมายที่เกิดขึ้นในกรุงเทพจึงมักเกี่ยวพันกับหลายหน่วยงานพร้อมกัน เช่น ศาลที่มีเขตอำนาจตามพื้นที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดินสาขาเขต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการกงสุล การวางลำดับขั้นตอนให้ถูกตั้งแต่ต้นจึงช่วยลดเวลาได้มากกว่าการแก้ทีหลัง
ข้อพิพาทแรงงานส่วนใหญ่เกิดจากเอกสารที่ไม่ครบถ้วนตั้งแต่ต้น เช่น สัญญาจ้างที่ไม่ได้ระบุเงื่อนไขให้ชัด ระเบียบข้อบังคับที่ไม่ได้ปรับปรุง หรือขั้นตอนการเลิกจ้างที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เราให้คำปรึกษาและดำเนินคดีในศาลแรงงานให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ตั้งแต่การร่างสัญญาจ้างและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ไปจนถึงการเจรจาไกล่เกลี่ยและการดำเนินคดีค่าชดเชยและการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
ควรตรวจเขตอำนาจและเงื่อนไขการยื่นเป็นรายเรื่อง เพราะแนวปฏิบัติและเอกสารแนบของแต่ละสำนักงานต่างกัน
| ศาล / หน่วยงาน | ขอบเขตงาน |
|---|---|
| ศาลแพ่ง ศาลอาญา และศาลแขวงในเขตกรุงเทพมหานคร | พิจารณาคดีแพ่งและอาญาตามเขตอำนาจในพื้นที่กรุงเทพ |
| ศาลแรงงานกลาง | คดีเลิกจ้าง ค่าชดเชย และข้อพิพาทตามสัญญาจ้าง |
| ศาลปกครองกลาง | คดีโต้แย้งคำสั่งและการกระทำของหน่วยงานรัฐ |
| ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง | คดีเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และการค้าระหว่างประเทศ |
| ศาลล้มละลายกลาง | คดีล้มละลายและการฟื้นฟูกิจการ |
| กรมบังคับคดี | ยึด อายัด ขายทอดตลาด และการไกล่เกลี่ยชั้นบังคับคดี |
| กรมพัฒนาธุรกิจการค้า | จดทะเบียนนิติบุคคลและการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน |
| กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ | รับรองเอกสารเพื่อใช้ในต่างประเทศ |
| สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง | วีซ่า การขออยู่ต่อ และการแจ้งที่พักอาศัย |
การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานอาจได้ข้อยุติภายในไม่กี่สัปดาห์ ส่วนคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลแรงงานใช้เวลาตามคิวนัดของศาลและจำนวนพยาน ซึ่งโดยทั่วไปนับเป็นเดือน
ระยะเวลาเป็นการประมาณการ ขึ้นกับคิวนัดของศาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
สรุปเพื่อความเข้าใจทั่วไปเท่านั้น การปรับใช้แต่ละบทบัญญัติขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง
กำหนดค่าชดเชยตามอายุงาน การบอกกล่าวล่วงหน้า วันหยุด และการเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยในกรณีเฉพาะ
คดีแรงงานพิจารณาแบบรวดเร็วและเน้นการไกล่เกลี่ยก่อนสืบพยาน
ใช้กับข้อตกลงสภาพการจ้าง สหภาพแรงงาน และข้อพิพาทแรงงาน
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมุติที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่คดีของลูกความ และไม่ได้แสดงหรือรับประกันผลใด ๆ
สถานการณ์: นายจ้างเลิกจ้างพนักงานโดยอ้างผลงาน แต่ไม่มีบันทึกเตือนหรือแผนพัฒนาผลงาน
แนวทางที่ใช้ตามปกติ: ประเด็นสำคัญคือพยานเอกสาร: เกณฑ์วัดผล บันทึกเตือน และโอกาสปรับปรุง หากไม่มี การเลิกจ้างมักถูกมองว่าไม่เป็นธรรมและมีภาระค่าชดเชย (กรณีสมมุติ)

ขึ้นอยู่กับประเภทคดีและเขตอำนาจ คดีแพ่งทั่วไปและคดีอาญาแยกศาลกัน ส่วนคดีแรงงาน คดีปกครอง คดีทรัพย์สินทางปัญญา และคดีล้มละลาย มีศาลชำนัญพิเศษของตนเอง เราจะตรวจเขตอำนาจจากภูมิลำเนาของคู่ความและสถานที่เกิดเหตุก่อนยื่นฟ้องทุกครั้ง
ไม่จำเป็นทุกนัด หลายขั้นตอนทนายความดำเนินการแทนได้เมื่อมีใบแต่งทนายและหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้อง แต่บางนัด เช่น วันสืบพยานที่ต้องเบิกความเอง คู่ความต้องมาด้วยตนเอง เราจะแจ้งล่วงหน้าว่านัดใดจำเป็น
ต้องเริ่มจากข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเสมอ เพราะเป็นตัวกำหนดว่าต้องรับรองลายมือชื่อ แปลเอกสาร หรือผ่านกรมการกงสุลและสถานทูตในลำดับใด สำหรับประเทศไทย อนุสัญญา Apostille จะมีผลใช้บังคับในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนหน้านั้นยังใช้การรับรองโดยกรมการกงสุลและสถานทูตตามเดิม
โดยหลักเมื่อนายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิดตามที่กฎหมายกำหนด อัตราค่าชดเชยขึ้นกับระยะเวลาทำงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ส่วนกรณีลาออกเองโดยทั่วไปไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชย
กฎหมายไม่ได้บังคับให้สัญญาจ้างทุกกรณีต้องทำเป็นหนังสือ แต่ในทางปฏิบัติการมีเอกสารที่ชัดเจนช่วยลดข้อพิพาทอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องค่าจ้าง ตำแหน่ง และเงื่อนไขการสิ้นสุดสัญญา
ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคม หักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินได้ของพนักงาน และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานเช่นเดียวกับนายจ้างไทย
เล่าข้อเท็จจริงให้เราฟัง แล้วเราจะอธิบายว่าต้องยื่นที่หน่วยงานใด ใช้เอกสารอะไร และกรอบเวลาตามความเป็นจริง